ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์​ จำกัด

เข้าสู่เดือนแห่งความรักของปี 2568 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ผ่านปี 2568 มาหนึ่งเดือน เริ่มต้นการทำงานกันอย่างสนุกสนานสำหรับปีงูทอง ใครเป็นอย่างไรกันบ้างมาเล่าสู่กันอ่านกันนะครับ

สำหรับเดือนนี้ ทางทีมงาน LWS ได้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ที่เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยของรัฐบาลปัจจุบัน ที่เริ่มมีความชัดเจนว่า น่าจะได้ทำแน่ๆ และ ทำเลแรกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้คือ ท่าเรือคลองเตย ถึงแม้โครงการจะยังไม่เริ่มต้นทำ แต่ก็มีภาคเอกชนหลายแห่งให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนพัฒนาโครงการนี้ นอกจากท่าเรือคลองเตยแล้ว ยังมีอีกหลายทำเลในต่างจังหวัด ที่รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

พอเขียนถึง Entertainment Complex ซึ่งเป็นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ผมนึกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงของการก่อสร้าง รวมไปถึง การใช้ทรัพยากรในการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคของโครงการ ทั้ง ระบบน้ำ ระบบพลังงานภายในโครงการ รวมไปถึงการบริหารจัดการของเสียภายในโครงการไปพร้อมๆ กัน

ทำให้ผมอยากเขียนถึงแนวคิดในการออกแบบและก่อสร้าง Entertainment Complex ภายใต้แนวคิดของ อาคารเขียว หรือ Green Building ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาโครงการ เพื่อให้โครงการเป็นโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ มีสุขภาวะที่ดีในการใช้งาน (Wellbeing)

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ปัจจุบันมีแนวทางการพัฒนาโครงการในหลากหลายทางเลือกให้กับรัฐบาล และ ภาคเอกชนที่จะเข้ามาพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาภายใต้โจทย์ของ LEED  (Leadership in Energy and Environmental Design) WELL Certification การออกแบบอาคารที่สร้างสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัยและใช้งาน มาตรฐาน Fitwel ซึ่งเป็นอีกมาตรฐานในการพัฒนาอาคารที่คำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึง EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) และ  มาตรฐานอาคารเขียวของไทยที่เรียกว่า TREES ซึ่งแต่ละมาตรฐานผมเคยเขียนถึงมาแล้วในคอลัมน์นี้เมื่อปีที่แล้ว และการพัฒนาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และแนวคิดเรื่องของการ การใช้พลังงานสุทธิเท่ากับศูนย์ (Net Zero Energy Building: NZEB) มาประยุกต์ใช้กับอาคารขนาดใหญ่

Net Zero Energy Building ต้องทำอย่างไร?

หลักเกณฑ์ของการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Net Zero Energy Building มีหลายเกณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้ แต่ที่ง่าย และมีต้นทุนในการออกแบบไปจนถึงการบริหารจัดการที่ไม่ยากสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาโครงการและผู้ดูแลบริหารจัดการโครงการ (Property Management) ที่ผมแนะนำคือการใช้ 5 หลักการของการออกแบบอาคารเขียว ตามเกณฑ์ของ TREES ของไทย ที่ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับบริบทการก่อสร้างและการใช้งานของไทยซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยมีการปรับปรุงเงื่อนไขจากมาตรฐานของ LEED และ WELL


5. แนวทางมีอะไรกันบ้าง ลองไปติดตามกันครับ


เรื่องแรก คือ การเลือกทำเล ในการก่อสร้างโครงการที่ต้องสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งมวลชน หรือ รถจักรยาน โดยลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อลดมลภาวะและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนตัว

ถ้าโครงการอยู่ไกลจากระบบขนส่งมวลชน ทางโครงการควรที่จะจัดจัดตั้งระบบขนส่งมวลชนมาใช้ในการโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการมีรถรับจากโรงแรมไปยังโครงการ หรือส่งตามสถานที่สำคัญและเป็นรถประเภทที่ลดการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เช่น Eco car หรือ EV car

นอกจากนี้โครงการควรมีที่จอดจักรยานให้เพียงพอกับปริมาณผู้ใช้งานอาคารเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานอาคารหันมาใช้จักรยานมากขึ้น 

เรื่องถัดมาคือ การออกแบบพื้นที่ ภายในพื้นที่โครงการควรมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 25% ของพื้นที่ฐานอาคาร ซึ่งจะเป็นการลดความร้อนที่เกิดขึ้นในเมืองให้ลดลง ช่วยคุณภาพของอากาศของโครงการ รวมไปถึงส่งเสริมกิจกรรมสาธารณะภายนอกอาคาร อีกด้วย 

เรื่องที่สาม คือ การใช้พลังงานทดแทนมาช่วยในการผลิตไฟฟ้า โครงการควรหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยใช้การติดตั้งระบบผลิตพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือ พลังงานชีวมวล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซคาร์บอนแทบจะเป็นศูนย์ 

การบริหารจัดการขยะจากการก่อสร้าง เป็นเรื่องที่สี่ ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นปรับพื้นที่ไปจนถึงการก่อสร้างโครงการ การออกแบบโครงการควรมีแนวทางในการบริหารจัดการขยะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการก่อสร้างให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่นการนำมาเป็นส่วนผสมในการทำพื้นถนน หรือ ผนัง ภายในโครงการ

นอกจากนี้การวางระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการ ควรคำนึงถึงการใช้งานที่ลดการใช้ทรัพยากร และ การปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบระบบในการบำบัดน้ำเสียภายในโครงการ และ การนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น

และข้อสุดท้าย คือ การใช้วัสดุก่อสร้างที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ โดยสามารถสังเกตได้จากวัสดุที่ได้ฉลากเขียวและฉลากคาร์บอนของไทย ซึ่งเป็นตัวการันตีได้ว่าวัสดุที่ได้ฉลากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีกระบวนการผลิตที่เกิดปล่อยคาร์บอนและสารพิษต่ำหรือแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย  

เป็นไงครับ 5 ข้อง่ายๆ ถึงแม้ต้นทุนค่าก่อสร้างในระยะแรกอาจจะสูงกว่าการก่อสร้างปกติ แต่ในระยะยาวแล้ว เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานภายในโครงการ ทั้งประโยชน์ด้านสุขภาพ การประหยัดบิลค่าไฟฟ้า รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับโครงการและชุมชนโดยรอบ

นอกจากนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อย่าง Entertainment Complex แล้ว ผมว่า เราสามารถนำหลักการเหล่านี้ไปใช้กับโครงการหรืออาคารขนาดเล็กได้ด้วยเช่นเดียวกัน ผมสนับสนุนให้รัฐบาลนำเกณฑ์เรื่องอาคารเขียว ให้เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำหรับการคัดเลือกผู้ประกอบการที่จะพัฒนาโครงการ Entertainment Complex เพื่อประโยชน์ในระยะยาว สนใจรายละเอียดการพัฒนาอาคารเขียวเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ใน www.lws.co.th ครับ

แล้วพบกันใหม่เดือนหน้า ขอให้มีความสุขในเดือนแห่งความรักนะครับ