สำรวจเส้นทางการลดก๊าซเรือนกระจก 1 แสนตัน: ภารกิจที่เป็นไปได้ของ SCero Mission
ปัจจุบันความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แล้วเคยสงสัยไหมว่าบ้านหรืออาคารที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้มีส่วนสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกได้อย่างไร?
สำหรับ SC Asset ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย เชื่อว่าบ้านคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ดังนั้นความมุ่งมั่นในการสร้าง "บ้านที่ดี” ให้กับทุกคนไม่ได้หยุดแค่ความสะดวกสบายหรือคุณภาพ แต่ยังหมายถึงการสร้างโลกที่ดีขึ้นเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปได้ด้วย
ด้วยรากฐานที่ฝังลึกอยู่ใน DNA ขององค์กรมาโดยตลอด SC Asset มองเห็นว่าการเติบโตในทศวรรษที่ 3 ขององค์กร จะต้องควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม จึงเริ่มต้นภารกิจที่ท้าทายยิ่งกว่า กับ SCero Mission ซึ่งเป็นการผนึกรวมชื่อ SC เข้ากับพันธกิจ Net Zero Mission (SC + Net Zero Mission) เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ที่หนักแน่นยิ่งขึ้น ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโลกก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065 โดยมีเป้าหมาย คือ การลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ให้ได้ถึง 100,000 ตันคาร์บอนภายในปี 2030
ภารกิจที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน
ถ้าเรานึกถึงประโยคฮอตจากภาพยนตร์ Spider-Man ที่ว่า “หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” เช่นเดียวกัน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึง 100,000 ตันคาร์บอน ภายในปี 2030 ของ SCero Mission เป็นไปได้จริงหรือ?
สำหรับ SC Asset นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นภารกิจที่สามารถบรรลุได้จริง จากการวางแนวทาง กระบวนการ และการประเมินผล ที่ชัดเจนครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลัก “3 green” ได้แก่

1. green collaboration: รวมพลังจากภายนอกสู่ความสำเร็จร่วมกัน
ภารกิจที่ยิ่งใหญ่จะสำเร็จไม่ได้หากทำเพียงลำพัง SC Asset จึงร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 100 ราย เพื่อขับเคลื่อนการลด GHG ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การหาเงินทุน การออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดการของเสีย โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าภายใน 5 ปีนี้ มูลค่าการจัดซื้อกว่า 95% จะมาจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
ทั้ง 3 กลยุทธ์นี้ไม่ได้แยกส่วนกันทำงาน แต่เชื่อมโยงและเสริมพลังซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ โดย green DNA เป็นตัวจุดประกายความคิดและลงมือทำจากภายใน green collaboration จะเป็นส่วนขยายพลังนี้ออกไปสู่คู่ค้าและพันธมิตร และทั้งหมดนี้จะถูกผนวกรวมและถ่ายทอดผ่าน green-well standard ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทุกโครงการของ SC Asset
2. green DNA: ปลูกฝังจิตสำนึกจากภายใน
ความยั่งยืนจะไม่เกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมมือจากคนภายในองค์กร SC Asset จึงมุ่งมั่นสร้างแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของพนักงานทุกคน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ การหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กร และการลงมือปฏิบัติจริงในทุกบทบาท ทุกคนในองค์กรจึงรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในการลด GHG ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งต่อความรู้ความเข้าใจนี้ไปยังคู่ค้าและลูกบ้านอีกด้วย
3. green-well standard: มาตรฐานที่ยกระดับทุกมิติ
การยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ SC ทุกประเภท ทั้งที่อยู่อาศัยและอาคารที่สร้างรายได้ประจำ ครอบคลุม 3 มิติ ตามมาตรฐานที่ "ดีต่อโลกและดีต่อคน" อย่างแท้จริง ได้แก่
- eco-friendly: การเลือกใช้วัสดุและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- energy efficiency: การพัฒนาอสังหาฯ ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- Healthy living: การออกแบบพื้นที่และเลือกใช้วัสดุที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ

ลงลึกทุกขั้นตอนของการทำงาน
มาถึงตรงนี้ จะเห็นว่ากลยุทธ์ “3 green” กลายมาเป็นเข็มทิศของ SC Asset ในการออกแบบและพัฒนาโครงการในทุกขั้นตอน และความยั่งยืนจะไม่ใช่แค่การทดลองหรือคำพูด แต่เริ่มจากการลงมือทำ โดยกำหนดแนวทางสีเขียวในทุกขั้นตอนของการทำงาน แบ่งออกเป็นขั้นตอนต่างๆ

1. ขั้นตอนการออกแบบโครงการ: SC Asset ยึดการนำแนวคิด “อาคารสีเขียว” มาใช้ตั้งแต่การวางแผน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้สูงสุด ด้วยการใช้เทคโนโลยีโปรแกรม Energy Simulation (eQuest) มาวิเคราะห์การใช้พลังงานของบ้าน และการวางผังบ้านตามทิศทางลมและแสงแดด เพื่อลดความร้อนโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังออกแบบ Façade ช่วยลดความร้อน เพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกโครงการไม่น้อยกว่า 5% และรักษาต้นไม้เดิมหรือปลูกทดแทนด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดี
2. นโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง: บริษัทใช้หลัก Green Procurement ในการพิจารณาจัดซื้อวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ใช่แค่ดูราคาและคุณภาพ แต่ยังคำนึงถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตด้วย ทั้งยังส่งเสริมให้คู่ค้าและผู้รับเหมาปฏิบัติตามแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
3. ขั้นตอนการก่อสร้าง: ในระหว่างการก่อสร้าง SC Asset มุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง เช่น การวางแผนใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าเพื่อลดของเสีย การรีไซเคิลของเหลือใช้จากการก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบบำบัดน้ำเสียและระบายน้ำเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำ รวมถึงการควบคุมฝุ่น PM-10 และ TSP อย่างเข้มงวดด้วยการล้างล้อรถและทำความสะอาดสถานที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นของชุมชน
4. บริการหลังการขาย: ความยั่งยืนไม่ได้สิ้นสุดแค่สร้างบ้านเสร็จ แต่ยังรวมถึงการดูแลในระยะยาวผ่านบริการ “รู้ใจคลับ” ที่ช่วยดูแลบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานได้ยาวนาน หากมีการปรับปรุงซ่อมแซม จะคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก่อนเสมอ ตลอดจนรณรงค์คัดแยกขยะ และจัดทำคู่มือการอยู่อาศัยอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในส่วนอาคารเช่ามีการติดตั้งระบบประหยัดพลังงาน ตรวจสอบคุณภาพอากาศภายใน (IAQ) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being)
5. การปลูกฝังวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: SC Asset ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร จึงมุ่งมั่นสื่อสารและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับทุกภาคส่วน ตั้งแต่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ไปจนถึงคู่ค้าและลูกบ้าน เพื่อให้การดูแลโลกกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนมีส่วนร่วม
6. การติดตามและประเมินผล: เพื่อรับประกันว่าทุกนโยบายจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง SC Asset ยังมีการจัดทำระบบการติดตามและประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมทุกไตรมาส และนำข้อมูลที่ได้มาทบทวนและปรับปรุงกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุง
การลงมือทำที่ได้ผลลัพธ์พิสูจน์ได้
อย่างไรก็ตาม “ไม่ว่าคำสัญญาจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีความหมายเท่ากับการลงมือทำ” จากแนวทางปฏิบัติที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ SC Asset ได้สร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างกิจกรรมกระตุ้นให้ผู้คนตลอดห่วงโซธุรกิจเกิดการลงมือทำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้แล้วตั้งแต่ปี 2024 โดยขับเคลื่อนไปพร้อมกัน 4 มิติ

1.ภารกิจกรีนๆ เพื่อบ้านและลูกบ้าน SC Asset
- การพัฒนานวัตกรรมเพื่อบ้านและชุมชน: ที่ผ่านมา SC Asset ได้พัฒนา Low Carbon House มาปรับใช้ในโครงการบ้านทั้งหมด 18 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 29,811 ล้านบาท ตลอดจนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในคลับเฮาส์ 75 โครงการ ที่ช่วยลดค่าไฟได้เฉลี่ย 25,000 บาทต่อปีต่อโครงการ และยังติดตั้งในบ้านตัวอย่าง 127 หลัง รวมถึงบ้านมาตรฐาน 736 หลัง ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟเฉลี่ย 20,000 บาทต่อปีต่อหลัง
- ลดพลังงานทำได้ แค่รู้จักใช้เทคโนโลยี: พัฒนาระบบควบคุมไฟฟ้าในบ้านผ่านแอปพลิเคชัน “รู้ใจ” โดยมีการติดตามและรายงานผลการใช้ไฟฟ้าของแต่ละโครงการ
- วนน้ำกลับมาใช้ใหม่...บ้านไหนๆ ก็ทำได้: เรื่องการใช้น้ำก็สำคัญไม่แพ้กัน SC Asset นำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโครงการต่างๆ รวมกว่า 70 โครงการ กลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ส่วนกลาง คิดเป็นปริมาณน้ำรวมกว่า 2,373 ลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดน้ำใหม่ แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว
2.ไปด้วยกัน...ไปได้ไกลกว่า!: ภารกิจที่รวมพลคนรักษ์โลก ทั้งพาร์ทเนอร์และเพื่อนร่วมงาน
- “SCero Together: เปลี่ยนอนาคตอสังหาฯ สู่ความยั่งยืน” อีกงานใหญ่ของ SC Asset ที่จับมือกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 ราย อาทิ SCG, TOA, เบเยอร์, บลูสโคป, ไดกิ้น, มิตซูบิชิ ฯลฯ รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มสถาบันการเงิน มาร่วมกันตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ผลักดันภารกิจ #SCeroMission ให้ได้ 100,000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี ไปด้วยกัน
- Ecosystem ที่ยั่งยืน สร้างได้จากเหล่าคู่ค้า: SC Asset ได้ดำเนินกิจกรรม “Partnership for SCero Mission” จัดอบรมและสร้างองค์ความรู้ให้กับคู่ค้าจำนวน 40 ราย ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ และมีโครงการลดการใช้ทรัพยากรและของเสีย อาทิ โครงการเหล็กตัดและดัดขึ้นรูปสำเร็จ (Cut and Bend) ร่วมกับ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) ช่วยลดวัสดุเหลือทิ้งจากหน้างานได้กว่า 110 กิโลกรัมต่อหลัง และยังลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่งได้ถึง 19 ลิตรต่อหลัง ลดเวลาในการก่อสร้างได้มากกว่า 120 ชั่วโมง/หลัง ทำให้ลดมลภาวะด้าน ฝุ่น เสียงรบกวน และมลพิษทางอากาศ จากหน้างานจากการก่อสร้าง อีกทั้งยังร่วมมือกับคู่ค้าอีกหลายภาคส่วนในการลดของเสียจากกระบวนการผลิต
- อิฐมวลเบา...สร้างรายได้ชุมชน: การนำเศษ “อิฐมวลเบา” ที่เหลือจากงานก่อสร้างมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 100% สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนรายได้น้อยและผู้สูงอายุ
- ป้ายไวนิลที่ถูกลืม…สู่กระเป๋าสุดเก๋ (Vinyl Waste Management): ป้ายไวนิลที่เกิดจากการประกาศขายโครงการ หลังใช้งานส่วนใหญ่จะกลายเป็นขยะมหาศาล แต่ SC Asset ร่วมมือกับคู่ค้าผู้ผลิตป้ายโฆษณาในการบริหารจัดการขยะจากป้ายไวนิล นำมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์สำหรับมอบให้กับนักกีฬาเยาวชนในกิจกรรม “Dream Stadium Season 2” ส่งต่อเป็นพลังบวกให้กับเยาวชน
3.ออฟฟิศรักษ์โลก...ทำได้ทุกวัน: กิจกรรมเพื่ออาคารสำนักงานและพนักงาน
- Green Floor แข่งลดขยะลดพลังงาน แลกอาหารกลางวันฟรี: ต่อยอดเรื่องเล็กๆ ไปสู่การปลุกจิตสำนึกรักษ์โลกให้สนุกและท้าทายขึ้น SC Asset ยังได้จัดกิจกรรม "Green Floor Gin Free" ให้พนักงานแต่ละชั้นลงสนามแข่งกันลดการใช้พลังงานและลดปริมาณขยะ มีการวัดผลต่อเนื่อง ชั้นไหนทำได้ดีที่สุดก็รับรางวัลสุดพิเศษอย่าง "อาหารกลางวันฟรี" ไปเลย! กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสามัคคี แต่ยังช่วยให้พนักงานเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการลงมือทำของตัวเอง
- ปลูกฝังคนในองค์กร เริ่มต้นจากเรื่องที่ Get เร็วสุด: ที่สำนักงานของ SC Asset พนักงานทุกคนได้รับการปลูกฝังให้เป็นฮีโร่รักษ์โลกจากเรื่องที่ทุกคน Get ง่ายที่สุด คือ การแยกขยะ โดยมีการติดตั้งถังแยกขยะ 3 ประเภทคือ ทั่วไป, อินทรีย์, และรีไซเคิล ทั่วทุกมุมออฟฟิศ เพื่อให้การทิ้งขยะเป็นเรื่องที่ง่ายและถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีตัวช่วยเด็ดอย่าง "เครื่องย่อยเศษอาหาร"เปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีไว้บำรุงแปลงผักสวนครัวและต้นไม้ในอาคาร ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 62 tCO₂e โดยปุ๋ยเหล่านี้ยังถูกแบ่งปันให้พนักงานของผู้เช่าในอาคาร เพื่อสนับสนุนแนวคิด Circular Living ไปดูแลต้นไม้ที่บ้านต่อด้วย
- ระบบแอร์สุดล้ำ เย็นฉ่ำ...ประหยัดไฟ: หมดปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นหรือค่าไฟแพง เพราะ SC Assetติดตั้งระบบ Magnetic Bearing Oil-Free Chiller เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ระบบทำความเย็นทำงานได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพสูงสุด และติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ที่คอยตรวจเช็กและล้างทำความสะอาดท่อได้อัตโนมัติ ทำให้เครื่องทำงานได้เต็มที่อยู่เสมอ อีกทั้งมีการใช้ Peopleware Management บริหารจัดการในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ากลางวัน–กลางคืนให้เหมาะสม
- จัดการน้ำแบบรอบด้าน: SC Asset มีการประเมินความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในอาคารสำนักงานทั้ง 4 แห่ง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำและรณรงค์ให้ผู้ใช้อาคารร่วมกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง รวมถึงมีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ในพื้นที่สีเขียวของอาคาร รวมทั้งสิ้น 5,460 ลูกบาศก์เมตร เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา
- อากาศดี...ชีวิตดี: เพราะคุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพโดยตรง SC Asset จึงติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ Monitoring System) ในอาคารสำนักงานทั้ง 4 แห่ง เพื่อตรวจวัดค่ามลพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5, คาร์บอนไดออกไซด์ หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้อาคารได้สูดอากาศที่สะอาดและปลอดภัยภายในอาคารมาตรฐานสากล
4.ร่วมมือสร้าง Green Ecosystem ในระดับชุมชน: จากองค์กรขยายผลไปสู่ชุมชน SC Asset ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศสีเขียวให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันวิจัยและพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, นำนวัตกรรมมาใช้ในงานก่อสร้าง หรือแม้แต่ร่วมกันคิดค้นแนวทางการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน
นี่เป็นเพียงแค่ ‘จุดเริ่มต้น’ ของการลงมือทำแล้วภายใน SC Asset ซึ่งลด GHG ได้จริงไปกว่า 26,000 ตันแล้วเมื่อปี 2024 ดังนั้นหากขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน การก้าวไปสู่เป้าหมาย 100,000 ตันคาร์บอน ของภารกิจ SCero Mission ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป