COBE Kaset-Sripatum : A Community of Oppotunity คอนโดอยู่เองก็ดี ปล่อยเช่าก็คุ้ม บนทำเลศักยภาพย่านเกษตร
เมื่อพูดถึงทำเล Education Hub ของกรุงเทพฯ “ทำเลม.เกษตร” มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยศักยภาพของทำเลที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาไม่หยุด การเชื่อมต่อที่สะดวกครบทั้งถนนและรถไฟฟ้า รวมถึงการรายล้อมด้วยมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ที่คึกคักตลอดวัน
ท่ามกลางศักยภาพนี้ COBE Kaset-Sripatum จึงเป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมที่เข้ามาเติมเต็มสีสันให้กับทำเล ด้วยแนวคิดที่สะท้อนการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งในมิติของดีไซน์ ฟังก์ชัน และบรรยากาศการอยู่อาศัย ผสานกับจุดเด่นด้านทำเลที่เชื่อมต่อได้ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า แต่ก่อนจะไปเจาะลึกรายละเอียดโครงการ ลองมาดูกันว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ย่านนี้กลายเป็น “ทำเลศักยภาพ” ที่น่าจับตามองในวันนี้
ทำเลม.เกษตร เชื่อมต่อทุกเส้นทาง ใกล้รถไฟฟ้า ใช้ชีวิตได้ไม่สะดุด
ทำเลม.เกษตร สะท้อนความเป็น “จุดเชื่อมต่อทุกเส้นทาง” ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในมิติของการเดินทางบนถนนที่มีความคล่องตัวสูง จากการเป็นจุดตัดของถนนสายหลักหลายเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธินที่เชื่อมเข้าสู่โซนเมืองชั้นในอย่างห้าแยกลาดพร้าว อารีย์ และสะพานควาย เชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิตที่เข้าถึงสนามบินดอนเมืองและทางด่วนสายหลักของเมือง เชื่อมถนนงามวงศ์วานที่มุ่งหน้าสู่นนทบุรี รวมถึงถนนประเสริฐมนูกิจที่เข้าสู่ทางพิเศษฉลองรัช (เอกมัย-รามอินทรา) ได้อย่างสะดวก ทำให้สามารถเลือกเส้นทางเข้า-ออกเมืองได้หลากหลายเส้นทาง
อีกทั้งยังมีถนนตัดใหม่ “พหลโยธิน-วิภาวดี (เลียบคลองบางบัว)” ที่เข้ามาเสริมศักยภาพของทำเล ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อลัดไปออกวิภาวดี และสามารถเชื่อมต่อโทลล์เวย์ดอนเมือง (ด่านบางเขน) ได้อย่างสะดวก และต่อเนื่องสู่ทางพิเศษศรีรัชและเฉลิมมหานครได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเดินทางด้วยรถยนต์ในย่านนี้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ทำเลนี้ยังเติมเต็มความสมบูรณ์ด้วยการอยู่ติดรถไฟฟ้า BTS ซึ่ง BTS บางบัว สามารถพาเข้าสู่จุดสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพียง 3 นาที ห้าแยกลาดพร้าว 9 นาที และต่อเนื่องสู่ย่าน CBD อย่างสยาม อโศก ทองหล่อ-เอกมัย และสีลม-สาทร ภายในเวลาไม่เกิน 40 นาที สะท้อนศักยภาพของการเชื่อมต่อเมืองได้โดยตรงผ่านรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ถึง 5 สาย ได้แก่ BTS สายสีเขียว, MRT สีน้ำเงิน, MRT สายสีชมพู, SRT สายสีแดง และ MRT สายสีน้ำตาลในอนาคต ทำให้ทำเลม.เกษตร เป็นทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อได้ทั้งโครงข่ายถนนและระบบราง ทั้ง Main Line และ Feeder Line อย่างครบวงจร รองรับการใช้ชีวิตได้อย่างไม่สะดุดในทุกวัน
ทำเล “เกษตร-ศรีปทุม” ไลฟ์สไตล์รอบด้าน พร้อมใช้ชีวิตได้ทันที
ทำเลม.เกษตร ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องการเดินทาง แต่ยังเป็นย่านไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีความคึกคักตลอดวัน จากการเป็นพื้นที่ “Campus District” ใกล้ 2 ใกล้มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ทำให้รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่ง Hang Out หลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร Street Food และร้านดังราคาสบายกระเป๋า ไปจนถึงคาเฟ่ ร้านอาหารสำหรับครอบครัว และร้านแฮงก์เอ้าท์สำหรับกลุ่มเพื่อนหรือวัยทำงานที่ต้องการพักผ่อนหลังเลิกงาน พร้อมมีตัวเลือกอาหารที่หลากหลาย ครบทั้งอาหารไทย อาหารเวียดนาม อาหารจีน อาหารอีสาน รวมถึงคาเฟ่และร้านขนมหวานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งตลอดแนวรถไฟฟ้าในย่านนี้มีร้านอาหารรวมกันมากกว่า 200 ร้าน ทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้สะดวกและครบครันในทุกช่วงเวลา

ขณะเดียวกัน ยังสามารถเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้งและคอมมูนิตี้มอลล์ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, อเวนิว รัชโยธิน รวมถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัล รามอินทรา, ยูเนียนมอลล์ และยังมีไลฟ์สไตล์มอลล์และซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Lotus’s, Tops และ MaxValu ที่รองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์และตลาดกลางคืนอย่าง ตลาดนัดรถไฟแดนเนรมิต, ตลาดนัดกรีนวินเทจ, Box Space ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการใช้ชีวิตให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
และในอนาคตอันใกล้นี้ยังมีโครงการเซ็นทรัล พหลโยธิน ที่จะเข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ของย่านให้มากยิ่งขึ้น ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ทำเลม.เกษตรเป็นมากกว่าย่านที่อยู่อาศัย แต่คือทำเลที่มีไลฟ์สไตล์ครบครัน พร้อมรองรับการใช้ชีวิตได้ทันทีในทุกวัน
High Demand, High Potential ทำเลที่ดีมานด์ไม่เคยหยุดนิ่ง
ทำเลม.เกษตรและม.ศรีปทุม โดดเด่นในฐานะ “Campus District” ขนาดใหญ่ของกรุงเทพตอนเหนือ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างดีมานด์ได้อย่างต่อเนื่องและชัดเจน จากการมีมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นแกนหลัก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของนิสิต นักศึกษา และบุคลากรจำนวนมากในทุกๆปี อย่างไรก็ตาม ดีมานด์ของทำเลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคการศึกษาเท่านั้น แต่ยังได้รับแรงหนุนจากแหล่งงานขนาดใหญ่โดยรอบ ซึ่งล้วนเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐขนาดใหญ่ และสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวก

เมื่อพิจารณาภาพรวมของดีมานด์ในพื้นที่ จะพบว่ามีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากรองรับอย่างแท้จริง โดยมีทั้งกลุ่มอาคารสำนักงานสำคัญในโซนลาดพร้าว-รัชโยธิน เช่น Rasa Tower, อาคาร ชินวัตร ทาวเวอร์ 3 ตึกช้าง, Ratchayothin Hills และ SCB Park Plaza ขณะที่ด้านการศึกษาเป็นแหล่งรวมมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และมหาวิทยาลัยเกริก รวมถึงโรงเรียนชั้นนำอีกหลายแห่ง สร้างการหมุนเวียนของนิสิต นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ในด้านแหล่งงาน ทำเลนี้ยังรายล้อมด้วยองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.), SCB Park, บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน), ปตท. และอาคารสำนักงานอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันยังเป็นศูนย์รวมด้านการแพทย์ โดยมี รพ.วิภาวดี, รพ.เปาโล เกษตร และ รพ.จุฬาภรณ์ รองรับผู้ป่วยรวมกว่า 614 เตียง
ความหลากหลายของแหล่งดีมานด์เหล่านี้ ส่งผลให้ทำเลม.เกษตรไม่ได้พึ่งพากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรวมตัวของหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเกิดการใช้งานพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานตลอดทั้งวัน และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เป็นทำเลที่มี “High Demand, High Potential” อย่างแท้จริง
ศักยภาพในอนาคตที่ยกระดับการอยู่อาศัย บนทำเล ม.เกษตร
ศักยภาพของพื้นที่นี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการมีโครงการขนาดใหญ่ทยอยเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในหลายมิติ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือศูนย์การค้าระดับ Flagship อย่าง The Central พหลโยธิน ที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนเมือง บนพื้นที่กว่า 49 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 460,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569
อีกทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังมีแผนพัฒนาอุทยานการแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รองรับการรักษากว่า 400 เตียง ซึ่งจะผลักดันให้พื้นที่นี้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2571
ด้านแหล่งงานจะมีการพัฒนาสำนักงานใหญ่ของกลุ่มมิตรผล-บ้านปู ในรูปแบบอาคาร Mixed-use สูง 9 ชั้น ที่รวมทั้งสำนักงาน พื้นที่พาณิชยกรรม ร้านอาหาร และห้องประชุมขนาดใหญ่ ช่วยดึงดูดกลุ่มคนทำงานเข้าสู่พื้นที่มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572
ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางก็ได้รับการยกระดับควบคู่กันไป ทั้งการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย–บึงกุ่ม) ระยะทางกว่า 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ที่คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2575 และการพัฒนาสนามบินดอนเมือง เฟส 3 ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 50 ล้านคนต่อปี

การรวมตัวของโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตของพื้นที่อย่างชัดเจน จากย่านที่อยู่อาศัยสู่การเป็นทำเลศักยภาพสูงในอนาคต ที่ครบทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน สุขภาพ และการเดินทาง รองรับการขยายตัวของเมืองได้อย่างแข็งแกร่ง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้ในระยะยาว
สำรวจคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าโซนห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เกษตร
คอนโดตามแนวรถไฟฟ้า โซนห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เกษตร เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านราคาคอนโดตามแนว BTS สายสีเขียว จากโซหลักอย่างห้าแยกลาดพร้าวและรัชโยธิน ที่ปัจจุบันกลายเป็นทั้งศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน และจุด Interchange สำคัญ ส่งผลให้ราคาคอนโดที่ “ติดสถานีจริง” ขยับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหลายโครงการใหม่แตะระดับ 150,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไป
แต่เมื่อไล่แนวรถไฟฟ้าออกไปทางโซนเกษตร ภาพของตลาดเริ่มเปลี่ยนจากคอนโดระดับบนใน ทำเลศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ไปสู่ Value of Location มากขึ้น แม้จะขยับออกจากสถานีศูนย์กลางเพียงไม่กี่สถานี แต่ราคากลับลดระดับลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ศักยภาพของทำเลยังคงแข็งแรง จากการเป็นโซนมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ แหล่งงานราชการ และชุมชนขนาดใหญ่ที่มีดีมานด์อยู่อาศัยจริงรองรับ ทำให้โครงการในระยะ 3-6 สถานีจากห้าแยกลาดพร้าว ยังคงสามารถใช้งานชีวิตประจำวันได้จริง โดยไม่รู้สึก “ไกลเมือง”

ในบริบทนี้ “COBE Kaset-Sripatum” กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนให้เห็น “จุดตัด” ระหว่างราคาและทำเลได้อย่างชัดเจน ด้วยระดับราคาประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. ติดสถานีรถไฟฟ้าแบบ 0 เมตร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าคอนโดติด BTS ในโซนรัชโยธิน-ห้าแยกลาดพร้าวอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือยังเชื่อมต่อเข้าสู่โซนรัชโยธินได้ภายในประมาณ 4 สถานี และห้าแยกลาดพร้าวในราว 6 สถานีเท่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในวันที่ “คอนโดติดรถไฟฟ้า” กลายเป็น Rare Item มากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะในช่วงราคาต่ำกว่า 150,000 บาท/ตร.ม. การยอมขยับออกจากสถานีเล็กน้อย เพื่อแลกกับราคาที่สมเหตุสมผลกว่า อาจไม่ใช่ Trade-off ที่เสียเปรียบอีกต่อไป แต่กลับเป็น “กลยุทธ์การเลือกทำเล” ที่ตอบโจทย์ทั้งคนอยู่อาศัยจริงและนักลงทุนมากกว่าในระยะยาว
“COBE Kaset–Sripatum” ลงทุนคุ้ม จับกลุ่มนักศึกษา 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ
ทำเลใกล้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะโซนเกษตร-ศรีปทุม ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ “มีดีมานด์จริงรองรับ” อย่างชัดเจน จากฐานนักศึกษารวมกว่า 64,000 คน ส่งผลให้ตลาดเช่ามีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ผู้เช่าหมุนเวียนตลอดปี สร้างรายได้แบบสม่ำเสมอ และเป็นการลงทุนที่ลดความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เพราะทำเลมหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบน้อยกว่าทำเลอื่นเนื่องจากมีดีมานด์ที่มีอยู่อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยอัตราเช่าคอนโดในย่านนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 12,000-25,000 บาท/เดือน สร้าง Rental Yield อยู่ที่ 3.7%-6% ต่อปี และ Capital Gain ราว 4%-5% ต่อปี
โดยโครงการ “COBE Kaset–Sripatum” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจในทำเลนี้ และเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ สามารถสร้าง Rental Yield อยู่ที่ 4.7%-6% ต่อปี ขณะที่ราคาซื้อขายมือสองอยู่ในช่วง 136,000-152,000 บาท/ตร.ม. พร้อมโอกาสเติบโตของมูลค่า Capital Gain ที่ 3.8%-5% ต่อปี โห้อง Studio ขนาด 24-27 ตร.ม. ปล่อยเช่าได้เริ่มต้นประมาณ 14,000-16,000 บาท/เดือน ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30-31 ตร.ม. มีค่าเช่าอยู่ที่ 17,000-22,000 บาท/เดือน ห้องแบบ 1 Bedroom (High Celling) ขนาด 24-31 (ไม่รวมพื้นที่ชั้นลอย) ค่าเช่าประมาณ 20,000-25,000 บาท/เดือน และห้อง 2 Bedroom ขนาด 47-48 ตร.ม. สามารถปล่อยเช่าได้ราว 25,000-28,000 บาท/เดือน
จากภาพรวมทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าทำเลเกษตร-ศรีปทุมเป็นโซนที่มีดีมานด์เช่าชัดเจนและต่อเนื่อง รองรับการลงทุนในระยะยาวได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยโครงการ “COBE Kaset–Sripatum” สามารถสะท้อนคุณภาพของโครงการและศักยภาพของที่ตั้งโครงการผ่านระดับค่าเช่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในทำเลเดียวกัน

COBE Kaset-Sripatum : Where Life Feels Light, Free and Inspired
COBE Kaset-Sripatum ได้รับแรงบันดาลใจจากก้อนเมฆ ถูกนำมาตีความใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Above the cloud” ผ่าน สี รูปทรง เส้นโค้งซ้ำๆ ที่ถูกนำมาลดทอนให้เรียบง่าย สีขาวของก้อนเมฆ ตัดกับเฉดสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย เป็นอิสระ เพื่อพร้อมเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ได้เสมอ การออกแบบถูกถ่ายทอดผ่าน 4 องค์ประกอบหลัก ที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เบา สบาย และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

1. Shape & Form ที่ใช้เส้นโค้งต่อเนื่อง ลดทอนให้เรียบง่าย ถ่ายทอดความนุ่มนวลและความไหลลื่นของพื้นที่ พร้อมรูปทรงที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ทุกฟังก์ชันใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
2. Series of Color โครงการเลือกใช้โทนสีขาว ฟ้า และพาสเทล ที่ได้แรงบันดาลใจจากเฉดสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ในทุกช่วงเวลา ขณะที่
3. Reflection & Shadow ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มมิติของแสงและเงา สร้างความเคลื่อนไหวและบรรยากาศที่มีชีวิต ให้พื้นที่รู้สึกผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ
4. Full & Flow Space คือการจัดสมดุลระหว่าง “พื้นที่ใช้งาน” และ “พื้นที่ว่าง” อย่างลงตัว ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด พร้อมสร้างจังหวะของ Space ที่เอื้อต่อการใช้งาน และเปิดโอกาสให้เกิด Interaction ใหม่ๆ
แนวคิดทั้งหมดนี้ถูกตีความใหม่ผ่านภาษาของงานดีไซน์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง รองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ หรือ “Cloud Generation” ที่ใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่น เชื่อมต่อโลกดิจิทัล และพร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ ทุกองค์ประกอบจึงถูกออกแบบให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการพักผ่อน ให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการเติมพลังในทุกวัน เป็นพื้นที่ที่ทำให้ชีวิตรู้สึก “เบา” จากความวุ่นวาย “อิสระ” จากข้อจำกัด และ “เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ” ในทุกช่วงเวลา
Your Life, 24/7* ครบทุก Facilities เพื่อชีวิตแบบ New Gen
COBE Kaset-Sripatum ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ หรือ “Cloud Generation” อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดการใช้ชีวิตแบบ Learn-Play-Connect-Chill Out ที่รวมทุกกิจกรรมไว้ในที่เดียว พร้อมรองรับการใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง* ให้ทุกช่วงเวลาของวันเป็นไปได้มากกว่าเดิม
เริ่มจากพื้นที่ชั้น 1 ที่รวมทุกความสะดวกไว้ตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้าสู่โครงการ ด้วย Drop-Off ที่รองรับการรับ-ส่งอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องด้วยฟังก์ชันสำคัญในชีวิตประจำวัน ทั้ง Juristic Office, Mail Room และ Storage ที่ช่วยให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายและเป็นระเบียบมากขึ้น ขณะที่ The Cloud Lobby ถูกออกแบบให้เป็นโถงต้อนรับที่โปร่ง โล่ง และผ่อนคลาย พร้อมเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ทำงานและการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น Co-Working Space, Meeting Room และ Reading Lounge (Group Study Zone) ที่รองรับทั้งการทำงานเดี่ยวและการทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่เติมเต็มการใช้ชีวิตให้ครบยิ่งขึ้น ทั้ง Laundry, Zero Waste และ EV Charging Station ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมด้วย Sensory Garden พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมืองกับธรรมชาติ ให้คุณสามารถพักผ่อนหรือใช้เวลาทำกิจกรรมได้อย่างผ่อนคลายในทุกวัน
ต่อเนื่องสู่พื้นที่ ชั้น Rooftop ที่ยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้บรรยากาศ “Above the Cloud” ที่เปิดมุมมองสู่ท้องฟ้าและวิวเมืองแบบพาโนรามา ไม่ว่าจะเป็น Skyline Pool, Kids Pool และ Jacuzzi ที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมพื้นที่ Pool Deck และ Sunset Lounge สำหรับนั่งชิลในช่วงเวลาพิเศษของวัน

ในด้านการดูแลสุขภาพ โครงการยังเตรียม Sky Fitness, Weight Training และ Yoga Room ที่ครบครัน รองรับทั้งสายออกกำลังกายจริงจังและสายผ่อนคลาย ขณะที่พื้นที่อย่าง Cloud Nine Club และ Party Room* (มีเวลาเปิด-ปิด ตามกฏข้อบังคับของนิติบุคคล) เปิดโอกาสให้คุณได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ หรือสร้างโมเมนต์พิเศษในแบบของตัวเอง ทั้งหมดนี้สะท้อนการออกแบบที่เข้าใจชีวิตของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง ที่ทุกพื้นที่ไม่ได้แยกออกจากกัน แต่ถูกเชื่อมต่อให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลในทุกช่วงเวลา
Thoughtfully Designed Units ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด
ห้องทุกยูนิตถูกออกแบบโดยเน้นการใช้งานจริงในทุกตารางเมตร ผสานฟังก์ชันที่ครบถ้วนเข้ากับดีไซน์ที่ลงตัว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน แปลนห้องจัดวางอย่างเป็นสัดส่วน เดินใช้งานสะดวก ไม่อึดอัด พร้อมตัวเลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ 23.62-46.80 ตร.ม. รูปแบบห้องที่หลากหลายทั้ง Studio, 1 Bedroom, 2 Bedroom ไปจนถึงห้องแบบ High Ceiling 1-2 Bedroom

นอกจากนี้ยังมาพร้อมแนวคิด Flexible Furniture ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดมุมทำงานภายในห้อง การปรับเป็น Sofa-Bed หรือการใช้พื้นที่แบบ Multi-purpose ทำให้แม้พื้นที่จำกัดก็สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งคนโสด คู่รัก หรือผู้ที่ต้องการแชร์พื้นที่อยู่อาศัย พร้อมกันนี้ ทุกยูนิตยังมาในรูปแบบ Fully Furnished Package ที่จัดเตรียมเฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบ Built-in และลอยตัวไว้อย่างครบครัน ช่วยลดภาระในการตกแต่งเพิ่มเติม ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย สามารถเข้าอยู่ได้ทันที หรือปล่อยเช่าได้อย่างรวดเร็ว โดยยังคงความสวยงามในโทนดีไซน์เดียวกันทั้งห้อง สะท้อนความลงตัวของการอยู่อาศัยยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
Highlight Unit Plan : Studio 26.97 SQ.M.
พื้นที่ภายในห้องถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว รองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องในทุกมุม ทั้งโซนนั่งเล่นและพื้นที่พักผ่อน พร้อม Walk-in Closet ที่แยกเป็นสัดส่วน ช่วยให้โซนแต่งตัวชัดเจน ไม่รบกวนพื้นที่หลัก และเพิ่มความเป็นระเบียบโดยรวม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมกับ Flexible Furniture บริเวณ Living Area ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทำมุมรับประทานอาหาร พื้นที่ทำงาน หรือพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขึ้นตามต้องการ ทำให้ทุกตารางเมตรถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในพื้นที่กะทัดรัด เหมาะทั้งอยู่คนเดียวและการลงทุนปล่อยเช่า

Highlight Unit Plan : 1 Bedroom (High Celling) 26.54 SQ.M.
พื้นที่ห้องเป็บแบบ High Ceiling เพดานสูง 4.7 เมตร พร้อมกระจกบานใหญ่ ช่วยให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน และดูกว้างมากกว่าขนาดจริง พร้อมการจัดฟังก์ชัน แยกพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจน โดยชั้นล่างเป็นโซนใช้ชีวิต ส่วนพื้นที่ลอยเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น อีกทั้งยังมีห้องเก็บของช่วยให้จัดระเบียบได้ง่าย
นอกจากนี้ยังมาพร้อม Flexible Furniture ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Sofa-Bed ได้ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ขณะที่พื้นที่ชั้นบนออกแบบให้กว้าง รองรับเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานได้ครบ ทำให้ทุกพื้นที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ใช้ชีวิตได้ครบในห้องเดียว เหมาะกับคนที่ชอบห้องโปร่ง โล่ง และสามารถอยู่อาศัยได้ 2 คน อย่างสบายโดยไม่อึดอัด

COBE Kaset-Sripatum คือ “จุดลงตัว” ของคนที่มองหาทำเลศักยภาพบนแนวรถไฟฟ้า ราคาดีที่มีดีมานด์จริงรองรับ ทั้งจากมหาวิทยาลัย แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์รอบด้าน ผสานกับแนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ในวันที่คอนโดติดรถไฟฟ้ากลายเป็น Rare Item การเลือกโครงการที่ “ได้ทั้งทำเล ราคาจับต้องได้ คุณภาพ และศักยภาพการเติบโต” คือการเลือกทำเลที่ใช้ชีวิตได้จริง พร้อมมูลค่าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
โอกาสดีแบบนี้ไม่ได้มีให้เลือกบ่อย ลงทะเบียนรับข้อมูลโครงการเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://m.scasset.com/uv4c