ถึงเวลา “หุ้นแบงก์-รับเหมา-วัสดุก่อสร้าง” ฟื้นรับกระแสลงทุนภาครัฐ หลัง Underperform ตลาดนานเกือบ 2 ปี

เครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ เริ่มกลับมาขับเคลื่อนในทุกช่องทางอีกครั้ง โดยเฉพาะกระแสการลงทุนภาครัฐที่หายไปนาน ถือว่าดีต่อหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ SCC, SCCC, TPIPL และหุ้นกลุ่มรับเหมา แนะนำ CK, STEC รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แนะนำ TISCO, BBL, KBANK หลังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อนุญาตให้แบงก์จ่ายปันผลได้ไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ

นอกจากนี้หุ้นทั้ง 3 กลุ่ม พบว่ายัง Underperform ตลาดมานาน นับตั้งแต่ต้นปี 2562-ปัจจุบัน (เกือบ 2 ปี) หุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ปรับตัวลดลง 16.6% หุ้นรับเหมาก่อสร้าง ลดลง 35.9% และหุ้นแบงก์ ลดลง 43.2% หรือ Underperform กว่าดัชนีหลักทรัพย์ (SET) ที่ลดลง 14.5%

ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัแนะนำกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้น Laggard โดย Toppick เลือก CK, TPIPL และ TISCO ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

1.CK (FV @ 21.50) คาดไตรมาส 3/63 กำไรสุทธิ 387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบช่วงเดียวกะนปีก่อน โดยรายได้มาจากตัวบริษัทลูกเป็นหลัก อาทิ CKP ที่ได้รับผลบวกเต็มที่จากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีในช่วงฤดูฝน ส่วน BEM ฟื้นตัวชัดเจนหลังการเปิดเมือง และ TTW ก็มีปันผลให้ CK จำนวน 232 ล้านบาท ส่วนระยะถัดไปลุ้นงานก่อสร้าง 2 โครงการใหญ่เร็วๆ นี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ซึ่ง CK มั่นใจว่าจะชนะการประมูลและงานก่อสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT ขณะที่ราคาหุ้นในปัจจุบันมี Upside สูงถึง 20%

2. TPIPL (FV @ 1.77) การทำการตลาดเชิงรุกช่วยให้ TPIPL มีปริมาณขายปูนซีเมนต์เติบโต 4-5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สวนทางอุตสาหกรรมรวมที่หดตัวลง 2-3% รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ลดลง และธุรกิจโรงไฟฟ้าทำ New High ได้ทั้งปริมาณการผลิตไฟฟ้าและกำไร หนุนกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หากพิจารณาด้าน Valuation ถือว่าเด่น โดยมี PBV20F ต่ำเพียง 0.6 เท่า และมี Upside สูงเกิน 25%

3.TISCO (FV @ 80.00) หนึ่งในหุ้นที่ถือว่าได้แรงหนุนเต็มๆ หลังจากแบงก์ชาติอนุมัติให้ปี 2563 แบงก์จ่ายปันผล 50% ซึ่งหลังปรับ Payout คาด TISCO จ่ายปันผลได้สูงถึง 5.1% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงเป็นลำดับต้นๆ ในกลุ่มธนคาร ขณะที่มุมมองทางพื้นฐานยังคงแข็งแกร่งสุดในกลุ่มฯ สะท้อนจาก Coverage ratio สูงสุดในกลุ่มฯ ที่ 196% รวมทั้งสัดส่วนลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ ค่อนข้างต่ำ (20% ของพอร์ตสินเชื่อ) ถือเป็นโอกาสสะสม

SOURCE : www.prachachat.net