ทางหลวงปัดฝุ่นวงแหวนรอบที่ 3 ชง คสช.นำร่องฝั่งตะวันออก 97 กม. ลงทุน 5.3 หมื่นล้าน "บางปะอิน-บางนา-ตราด" ขีดแนว 15 กม.จากถนนกาญจนาภิเษก เวนคืน 4,250 ไร่ พาดยาว "อยุธยา-ปทุมธานี-กรุงเทพฯ-ปากน้ำ" เริ่มสร้างปี"60 Bigroad
          นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยปี 2558-2566 ที่จะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติ กรมเสนอโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครรอบที่ 3 ด้านตะวันออกไว้ในแผนงานด้วย
          ปัดฝุ่นวงแหวนรอบ 3
          โดยเป็นโครงการลงทุนอยู่ในระยะที่ 2 พร้อมดำเนินการในปี 2559 ระยะทาง 97 กม. จากบางปะอินถึงบางนา-ตราด ใช้เงินลงทุน 53,000 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืน 20,000 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 33,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนจะต้องใช้เงินกู้หรือให้เอกชนร่วมลงทุนเพราะใช้เงินลงทุนสูง
         "โครงการนี้กรมได้ศึกษาความเหมาะสมเสร็จแล้วเมื่อปี"52 อยู่ระหว่างรอพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าได้รับการอนุมัติจะเดินหน้าออกแบบรายละเอียดต่อไป"
          ห่างวงแหวนรอบสอง 15 กม.
          แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวเพิ่มเติมว่า รูปแบบเดิมที่กรมเคยศึกษาไว้เมื่อปี 2552 ทั้งโครงการมีระยะทางรวม 254 กม. ขีดแนวถัดจากวงแหวนรอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) ประมาณ 15 กม. มีลักษณะเป็นวงกลม เป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจรระดับพื้น และมีทางแยกต่างระดับเมื่อเป็นจุดเชื่อมกับถนนสายหลัก
          แนวเส้นทางลากยาวตั้งแต่ฝั่งตะวันออก และตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามาบรรจบกัน ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 22 อำเภอประกอบด้วย จ.พระนครศรีอยุธยาผ่าน อ.ลาดบัวหลวง บางไทร บางปะอิน วังน้อย และอุทัย, จ.ปทุมธานี ตัดผ่าน อ.หนองเสือ ลาดหลุมแก้ว ธัญบุรี และลำลูกกา, กรุงเทพฯ ตัดผ่านเขตหนองจอก ลาดกระบัง และบางขุนเทียนจ.สมุทรปราการ ผ่าน อ.บางบ่อ พระสมุทรเจดีย์ อ.เมือง บางเสาธง และบางพลี, จ.สมุทรสาคร ที่ อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง, จ.นครปฐม มี อ.สามพราน และพุทธมณฑล และ จ.นนทบุรี ที่ อ.ไทรน้อย
         เวนคืน 4 พันไร่ 4 จังหวัด
         สำหรับแนวเส้นทางด้านตะวันออกที่จะเริ่มทำก่อน มีระยะทาง 97 กิโลเมตร พาดผ่าน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ตลอดเส้นทางจะใช้เขตทางก่อสร้าง 70 เมตร คาดว่าจะมีแนวเวนคืนที่ดินประมาณ 4,250 ไร่
โดยแนวเส้นทางมีรัศมีอยู่ห่างจากวงแหวนรอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) ประมาณ 15 กม. มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) กม.ที่ 13+790 ต.บ้านกรด ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จากนั้นตัดตรงมายกข้ามมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช แล้วตัดผ่าน ต.หันตะเภา ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) อ.วังน้อย ผ่านต.หันตะเภา ถนนพหลโยธิน อ.หนองเสือ อ.คลองหลวง-คลองสิบ จ.ปทุมธานี แล้วมาตัดเชื่อมกับถนนหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) บริเวณ กม.25+850 หรือใกล้กับชุมชนคลองสิบ
          จากนั้นแนวเส้นทางจะผ่านสนามกอล์ฟลำลูกกา อ.ลำลูกกา ยกระดับข้ามถนนลำลูกกาผ่านเขตหนองจอก แขวงโคกแฝด สนามกอล์ฟปัญญา ปาร์ค ตัดข้ามถนนสาย 304 แขวงลำผักชี แขวงลำปลาทิวพื้นที่เขตลาดกระบัง และคู่ขนานไปกับรั้วสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วมาตัดกับมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี บริเวณ กม.23+900 จากนั้นตัดตรงมาตัดกับถนนบางนา-ตราด กม.ที่ 24 ทางด้านตะวันตกของชุมชนในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
          "ช่วงต้นโครงการจากบางปะอินถึงถนนรังสิต-องครักษ์ เป็นถนน 4 ช่องจราจร จากนั้นมาถึงปลายทางที่บางนา-ตราด เป็นถนน 6 ช่องจราจรเพราะการจราจรหนาแน่น"
          ผลตอบแทนเศรษฐกิจสูง 13.1%
         แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งโครงการระยะทาง 254 กม. จะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 157,700 ล้านบาท (ราคา ณ ปี 2552) แยกเป็นค่าเวนคืน 56,300 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 101,400 ล้านบาท แต่ปัจจุบันน่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้างปรับสูงขึ้น
          สำหรับแผนการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยผลการศึกษาให้เริ่มก่อสร้างด้านตะวันออกก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) สูงสุดอยู่ที่ 13.1% จากนั้นจะเป็นด้านตะวันตกและด้านใต้ตามลำดับ
          แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนอีก 2 ตอนจะดำเนินการระยะต่อไป คือ แนวเส้นทางด้านใต้ ระยะทาง 59 กม. เริ่มต้นที่ถนนพระรามที่ 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) กม.ที่ 23+200 บริเวณมหาชัยเมืองใหม่ มาสิ้นสุดถนนบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) กม.ที่ 23+850 และแนวเส้นทางด้านตะวันตก 98 กม. จุดเริ่มต้นถนนพระรามที่ 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) กม.ที่ 23+200 บริเวณมหาชัยเมืองใหม่ มาสิ้นสุดถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) กม.ที่ 13+790 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ขอบคุณข่าวจาก :: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 24 มิถุนายน 2557