หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้คงจะมีที่ดินอยู่ในมือหรือไม่ก็อาจจะเป็นนักเก็งกำไรหรือนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แล้วมีความต้องการหาวิธีในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ของเราให้มีมูลค่าสูงขึ้น หนทางหนึ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นนั่นก็คือ “การถมดิน” ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของเรา แต่จะเอาแต่ถมอย่างเดียวคงไม่ได้ต้องเรียนรู้วิธีการถมดินที่ถูกต้องด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต มีรายละเอียดดังนี้

 

ภาพจาก : www.bangkaew7914.co.th

 

เหตุผลที่การถมดินสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากที่ดินบางแปลงไม่เหมาะสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางพื้นที่อาจจะอยู่ต่ำกว่าระดับถนนมาก บางพื้นที่อาจจะเป็นป่ารกทึบ บางพื้นที่อาจจะเคยเป็นพื้นที่รองรับน้ำมาก่อนจึงมักจะท่วมขังทุกครั้งเมื่อเกิดฝนตก โดยการถมดินสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ การถมดินเป็นการปรับพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการพัฒนาในลำดับต่อไป ตรงไหนต่ำไป ตรงไหนสูงไปก็ต้องปรับให้เหมาะสม

นอกจากนั้นการถมดินยังมีประโยชน์ คือ การถมดินก็อาจจะทำให้สามารถปิดการขายได้ง่ายมากกว่ากที่ดินที่ยังไม่ได้ถม เนื่องจากก่อนจะเริ่มขั้นตอนการก่อสร้างต้องใช้เวลาในการเตรียมดินให้พร้อม เพราะหลังจากถมดินแล้ว จะไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันทีจะต้องรอดินเซ็ทตัวก่อนซึ่งกินเวลาประมาณ 1 ปีดินเซ็ทตัวหมายความว่า ขณะที่เราถมดินความหนาแน่นของดินจะต่ำมากมีรูอากาศมีช่องว่าง ถ้าหากเราก่อสร้างโดยไม่รอให้ดินเข้าที่อาจจะเกิดปัญหาบ้านทรุด คานโผล่ เป็นต้น ดังนั้น การถมดินไว้พร้อมสำหรับการขายจะสามารถช่วยประหยุดเวลาลงไปได้ นอกจากนั้นการถมดินยังทำให้ที่ดินของเราดูสวยงาม ผู้ที่สนใจจะเห็นภาพได้ชัดมากขึ้น ที่ดินบางแปลงต้นไม้เยอะมากถ้าเรามองภายนอกแบบนี้อาจจะมองไม่ค่อยเห็นว่าสวยมากขนาดไหน แต่เมื่อถมแล้วเราจะรู้ทันทีเลยว่าแปลงนี้สวยหรือไม่สวย ซึ่งก็ช่วยในเรื่องของการตัดสินใจและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของเราได้มากขึ้น

 

ภาพจาก : www.bangkaew7914.co.th

 

แล้วจะถมดินระดับไหนถึงพอดี? สิ่งที่เราจะต้องดู คือ

 

1.บริเวณที่ดินของเรานั้นรอบๆ เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหรือไม่ ถ้าเคยเกิด เคยท่วมสูงสุดกี่เมตร เพื่อที่เราจะได้กะระยะถูกว่าเราจะถมดินขึ้นมาสูงขนาดไหน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่วมหรือไม่ท่วม ง่ายๆ ครับ ถามเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็ดูรอยน้ำท่วมตามกำแพงบ้านแถวนั้น เมื่อเราทราบระดับน้ำท่วมแล้ว เราจะได้รู้ว่าควรถมสูงมากขนาดไหน แน่นนอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นตามระดับความสูงที่จะถม

 

2. ระดับถนนหน้าบ้าน ระดับที่ดินที่เหมาะสม คือ ไม่ควรจะต่ำกว่าถนนอย่างน้อยควรจะเสมอกับถนน แต่ปัญหาที่พบคือ เดิมบ้านเราสูงระดับพอดีถนน แต่พอเวลาผ่านไปมีการปรับปรุงถนน คนงานมักจะไม่ลอกผิวถนนเดิมออก แต่จะทำถนนบนหน้าถนนเดิมเลยจนในที่สุดถนนหน้าบ้านสูงขึ้นเรื่อยๆ สูงกว่าระดับพื้นที่ดินที่เราได้ถมเอาไว้ ดังนั้น ที่ดินไหนอยู่ติดถนนที่มีแนวโน้มจะต้องถมอาจจะต้องเพิ่มระดับการถมให้สูงขึ้นมาประมาณหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

 

3. ระดับท่อระบายน้ำและบ่อพัก จะต้องรู้ว่าท่อระบายน้ำที่หน่วยงานราชการติดตั้งสูงประมาณระดับไหน แล้วควรถมให้สูงกว่าระดับนั้นเพื่อให้น้ำสามารถไหลได้ดี (น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ) แต่ถ้าถมต่ำกว่าอาจจะเกิดปัญหาน้ำระบายไม่ได้

 

4.ที่ดินบ้านข้างเคียงสูงหรือต่ำ จากปัญหาน้ำท่วมในช่วงปี 2554 ที่ผ่านมาหลายคนคงเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น ว่าทำไมบางบ้านน้ำท่วมลึกมาก บ้างบ้านถึงท่วมไม่ค่อยลึกเท่าไร แล้วทำไมบางบ้านน้ำขังไม่ยอมไปไหน สาเหตุเกิดจากระดับการถมดิน บ้านที่อยู่ต่ำกว่าจะระบายน้ำได้ช้ากว่ามากและท่วมลึกกว่า ดังนั้นการถมดินรวมถึงการเลือกซื้อที่ดินควรคำนึกปัญหาข้อนี้ด้วยเพื่อไม่ให้ปวดหัวในภายหลังเพราะแก้ได้ยาก ---TerraBKK

 

บทความโดย : TerraBKK เคล็ดลับการลงทุน

TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก