แสนสิริ เตรียมเปิด “ลาน learn” ศูนย์การเรียนรู้กาแฟพิเศษครบวงจร ปั้นโมเดลวิสาหกิจเพื่อสังคม พลิกฟื้นผืนป่า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
- แสนสิริเดินหน้าคิกออฟ “ลาน learn” หรือศูนย์การเรียนรู้กาแฟพิเศษครบวงจรอย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นที่กว่า 21 ไร่ ณ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
- จัดเวิร์กชอปมุ่งยกระดับองค์ความรู้เกษตรกรไทย ณ ไร่แสนชัย (ต้นน้ำ) ควบคู่กับการบ่มเพาะและเปลี่ยนมุมมองของคนรุ่นใหม่ ณ สิริแคมปัส (ปลายน้ำ)
- มุ่งสร้างระบบนิเวศวิสาหกิจเพื่อสังคมที่สมบูรณ์แบบ ฟันเฟืองสำคัญในการดูแลระบบนิเวศ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และพลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตและก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสะท้อนความสำเร็จก้าวสำคัญด้าน ESG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยการเปิดตัว “ลาน learn” (Specialty Coffee Learning Centre) ศูนย์การเรียนรู้กาแฟพิเศษครบวงจรบนพื้นที่กว่า 21 ไร่ ณ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งสร้างระบบนิเวศของโมเดลวิสาหกิจเพื่อสังคมแบบไม่แสวงหากำไร (Social Enterprise) เพื่อให้โครงการสามารถพึ่งพาตนเองได้ และนำผลกำไรทั้งหมดกลับคืนสู่การพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

สมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริได้ร่วมมือกับ ไร่แสนชัย บีนส์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ และที่ปรึกษาสมาคมกาแฟพิเศษไทย ในการขับเคลื่อน “ลาน learn” ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากาแฟพิเศษไทย โดยล่าสุดได้เปิดฉากเชื่อมโยงคุณค่าจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปใน 2 พื้นที่สำคัญ ประกอบด้วย ภาคต้นน้ำ ณ ไร่แสนชัย จ.เชียงใหม่ มุ่งยกระดับทักษะเกษตรกรไทยสู่การเป็นผู้ผลิตกาแฟพิเศษมืออาชีพ โดยมีแสนชัย จูเปาะ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก ตั้งแต่การจัดการสวนหลังเก็บเกี่ยว การวิเคราะห์ดิน และการส่งมอบสายพันธุ์ ‘เซริน่า’ เพื่อส่งเสริมให้การปลูกกาแฟพิเศษเป็นพืชเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ต่อมาคือภาคปลายน้ำ ณ สิริแคมปัส กรุงเทพฯ ได้บ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ SANSIRI ALPHA INTERNSHIP PROGRAM โดยร่วมกับบริรักษ์ อภิขันติกุล ที่ปรึกษาโครงการฯ เนรมิตห้องเรียนกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ให้ศึกษาทักษะการ Cupping และการดริปกาแฟ เพื่อจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าและวิถีชีวิตของเกษตรกรที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

ด้าน นายบริรักษ์ อภิขันติกุล ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการส่งมอบมาตรฐานและศาสตร์แห่ง Specialty Coffee อย่างเป็นระบบ ซึ่งทักษะและความเข้าใจที่ถูกต้องในทุกรายละเอียด จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวไกลสู่เวทีสากล
ทั้งนี้ “ลาน learn” ตั้งเป้าหมายสูงสุดในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีชีวิตเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้กาแฟพิเศษไทยตั้งแต่วิถีชุมชนต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ บนพื้นที่รวมกว่า 21 ไร่ ณ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่สำหรับตัวศูนย์การเรียนรู้กาแฟพิเศษ เพื่อเป็นลานแลกเปลี่ยนความรู้ ควบคู่กับแปลงทดลองปลูกกาแฟพิเศษ ที่รวบรวมสายพันธุ์ชั้นยอดเพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ไปพร้อมๆ กับการโอบอุ้มผืนป่าและระบบนิเวศต้นน้ำ

โดยปักหมุดหมายภายใน 5 ปี (2569–2573) ในการบรรลุเป้าหมายสู่การเป็น “ศูนย์ต้นแบบ" (Sustainable Model) ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชน การสร้างระบบตลาดที่เป็นธรรม ตลอดจนการบ่มเพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษของไทยสู่มาตรฐานระดับเอเชียและระดับโลก โดยใช้คุณภาพและความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ สร้างรายได้ที่มั่นคง และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถกลับมาสร้างอนาคตบนผืนแผ่นดินบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง



