ตลาดอสังหาได้อะไร? จากปรากฏการณ์ซีรีส์ BL&GL ไทย
เมื่อปฏิทินกางเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ลมหนาวที่เริ่มจางหาย ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแห่งความรัก ทว่าวาเลนไทน์ในปี 2026 นี้ เราจะพบว่านิยามของ "คู่รัก" ในสื่อไทยได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ไปไกลแสนไกล
ปรากฏการณ์ "รักไร้พรมแดน" พลิกโฉมซีรีส์ไทย
หากเราย้อนกลับไปช่วง 5-10 ปีก่อน ซีรีส์ประเภท BL (Boys’ Love) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "ซีรีส์วาย" และ GL (Girls’ Love) หรือ "ยูริ" มักถูกจัดวางไว้ในสถานะ "คอนเทนต์ทางเลือก" หรือ “ม้านอกสายตา” ที่มีตารางฉายในช่วงภาคดึกหลัง 4 ทุ่ม หรือจำกัดวงอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์เฉพาะกลุ่มเท่านั้น
แต่ภาพที่เห็นในวันนี้ คือ การพลิกโฉมของสื่อบันเทิงไทยสายหลักและค่ายยักษ์ใหญ่ กระโดดลงมาเป็น "Big Player" อย่างช่อง 3, ช่อง 7 หรือแม้แต่แพลตฟอร์มสากลอย่าง Netflix, Disney+, WeTV, IQIYI ต่างกระโดดลงมาในสนามแข่งนี้อย่างเต็มตัว
เราได้เห็นโมเมนต์ความรักผ่านหน้าจอของคนกลุ่มนี้ขยับขึ้นมาอยู่ช่วง "Prime Time" หรือละครหลังข่าวภาคค่ำ ซึ่งเป็น “ช่วงเวลาแพงที่สุด” และ “มีผู้ชมหนาแน่นที่สุด” หรือการสนับสนุนบนสตรีมมิ่งระดับโลกของสปอนเซอร์ที่มาจากผลิตภัณฑ์ชั้นนำของประเทศ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ซีรีส์วายไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความฟิน" ของสาววายกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป แต่คือ "กระแสหลัก" (Mainstream) ที่ทรงอิทธิพล
เหล่านักแสดงไม่ได้เป็นเพียงดารา แต่พวกเขาคือ "Global Icons" ที่ได้รับเชิญเดินสายบนพรมแดงแถวหน้า และได้รับการอ้าแขนรับจากแบรนด์เนมตัวท็อปของโลก ไปจนถึงเครื่องสำอางและเครื่องประดับไฮเอนด์
นี่คือบทพิสูจน์ว่าความรักทุกรูปแบบมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงทุกภาคส่วน รวมถึง "อสังหาริมทรัพย์" ที่เราจะพาไปส่องกัน
ตลาด BL & GL ไทย: คอนเทนต์เฉพาะกลุ่มสู่ Soft Power ทรงพลัง
หากจะมองหาความสำเร็จของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในทศวรรษนี้ คงไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่าการเป็น "ฮับ" ของซีรีส์วายในเอเชีย เพราะข้อมูล SCB EIC (2025) และรายงานเชิงเศรษฐกิจได้ฉายภาพชัดเจนว่า ตลาดนี้มีทิศทางเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในปี 2568-2569 ที่คาดการณ์ว่ารายได้รวมของผู้ผลิตจะสูงเกือบถึง 5,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีความเปิดกว้างทางเพศ (LGBTQ+ Friendly) มากที่สุดในภูมิภาค
ความได้เปรียบของผู้ผลิตคอนเทนต์ไทยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างจีน เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น คือ "อิสระในการเล่าเรื่อง" ในขณะที่บางประเทศยังมีข้อจำกัดด้านการเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด หรือมีกรอบทางจารีตที่ปิดกั้นการแสดงออกของความรักร่วมเพศ
แต่ไทยกลับใช้จุดแข็งนี้สร้างสรรค์เนื้อหาที่มีความเป็นธรรมชาติ และหลากหลาย ตั้งแต่แนวรักใสๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย ไปจนถึงแนวสืบสวนสอบสวน หรือดราม่าการเมือง
ในมุมของ Soft Power ซีรีส์ BL และ GL ไทยทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่างบประมาณโฆษณาใดๆ เพราะไม่ได้ขายแค่ตัวนักแสดง แต่ขาย "ความเป็นไทย" ในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย แฟนคลับทั่วโลกไม่ได้แค่ดูซีรีส์ แต่พวกเขาอยากกินอาหารไทยตามตัวละคร อยากแต่งตัวตาม และที่สำคัญที่สุดคือ "อยากเดินทางมาสัมผัสสถานที่จริงในไทย" ซึ่งกลุ่มผู้เสพคอนเทนต์แนวนี้มีความต่างจากกลุ่มอื่น คือ มีกำลังซื้อสูงและมีความภักดีต่อคู่จิ้นของเขา ซึ่งนำมาสู่การต่อยอดให้เกิดการจับจ่าย และสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจในหลายๆ ทาง
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการไหลเข้าของเม็ดเงินมหาศาล กระจายตัวไปยังธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์
6 คู่จิ้นทรงอิทธิพล ผู้สร้างมูลค่าทางการตลาดระดับพันล้าน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า "พลังของแฟนด้อม" สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง ต้องมาดูผลงานและอิทธิพลของ 6 คู่จิ้น ที่พอจะนำมาเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพได้
ฝั่ง BL พลังจากแบรนด์ระดับโลก
1.ซี พฤกษ์ - นุนิว ชวรินทร์: คู่นักแสดงค่าย Mandee Work ที่เคยสร้างสถิติยอด Engagement ถล่มทลายกว่า 23 ล้านครั้งต่อเดือน ความดังของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจอ แต่ลามไปถึงการเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ชั้นนำมากมาย สร้างปรากฏการณ์ "ของขาดตลาด" ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวสินค้า

2.บิวกิ้น พุฒิพงศ์ - พีพี กฤษฎ์: คู่จิ้นระดับตำนานที่ยกระดับสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวและเป็นคู่ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดกลุ่มหนึ่งในไทย มีฐานแฟนคลับหนาแน่นทั้งในไทยและจีน สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดจากการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวและคู่ที่บัตร Sold Out ภายในไม่กี่นาที รวมถึงการได้รับเลือกเป็น Brand Ambassador ให้กับแบรนด์หรูระดับโลก เช่น Balenciaga (พีพี) และ Gucci (บิวกิ้น) ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าสื่อ (Media Value) ให้กับแบรนด์มหาศาลในทุกครั้งที่ปรากฏตัวในแฟชั่นวีค

3.มาย ภาคภูมิ - อาโป ณัฐวิญญ์: ผู้สร้างปรากฏการณ์ "KinnPorsche The Series" ที่โด่งดังไปทั่วโลก จนทำให้ทั้งคู่ก้าวขึ้นเป็น Global Brand Ambassador ของแบรนด์เครื่องแต่งกายหรูอย่าง Dior โดย อาโป ณัฐวิญญ์ เคยสร้างสถิติสร้างมูลค่าสื่อ (Earned Media Value - EMV) สูงถึง 1,700 ล้านบาท ($48.2 Million) บนเวที Paris Fashion Week ในปี 2023 เพียงงานเดียว ซึ่งสะท้อนถึงพลังการสนับสนุนของแฟนคลับที่มีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และยอดขายของแบรนด์ระดับ High-end

คลื่นลูกใหม่จากฝั่ง GL
- ฟรีน สโรชา - เบ็คกี้ รีเบคก้า: GL คู่แรกของไทยที่สร้างปรากฏการณ์ "ปังทั่วโลก" จากซีรีส์ประวัติศาสตร์ "ทฤษฎีสีชมพู" (GAP The Series) ทำสถิติติดเทรนด์ X อันดับ 1 ในหลายสิบประเทศ และมียอดวิวรวมในสตรีมมิ่งถล่มทลายระดับพันล้านวิว ทุกครั้งที่มีผลงานซีรีส์ใหม่ก็ยังสร้างตัวเลขบนโซเชียลมีเดียติดอันดับตลอด ถือเป็นคู่ที่ทำให้ตลาด GL ในไทยถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก
ความสำเร็จนี้ส่งให้ทั้งคู่ก้าวสู่เวทีแฟชั่นระดับสากลในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย โดย ฟรีน สโรชา ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Valentino และร่วมงานกับแฟชั่นลักชัวรีอีกหลากหลายแบรนด์ ส่วน เบ็คกี้ รีเบคก้า เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ CHANEL และ Friend of L'Oréal Paris Makeup

- หลิงหลิง คอง - ออม กรณ์นภัส: นักแสดงซีรีส์ "ใจซ่อนรัก" ของช่อง 3 ที่พิสูจน์ว่าสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ก็สามารถทำคอนเทนต์ยูริได้โดนใจวัยรุ่น ด้วยยอดแฮชแท็กบน TikTok ที่พุ่งสูงกว่า 500 ล้านวิว สะท้อนถึงฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ยังเป็นที่ต้องการตัวของแบรนด์ชั้นนำ ทั้งสินค้ารีเทลและสินค้าแฟชั่นทั้งไทยและเทศ

- อิงฟ้า วราหะ - ชาล็อต ออสติน: คู่จิ้นจากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ที่เป็น "แม่เหล็ก” ของบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MGI) ด้วยโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างนางงามและซีรีส์ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ทั้งคู่มีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้ของ MGI ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในปี 2567-2568 ที่ทั้งคู่ได้รับเงินปันผลจากหุ้น MGI รวมกันกว่า 22 ล้านบาท เฉพาะ "อิงฟ้า" คนเดียวเคยสร้างมูลค่าสื่อและการรับรู้ในฐานะพรีเซนเตอร์สินค้ามากกว่า 20 แบรนด์ ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นของศิลปินทั้งสองในช่วงจุดสูงสุด รวมกันมีมูลค่าหลักร้อยล้านบาท

อานิสงส์อาณาจักร BL & GL ส่งต่อตลาดอสังหาฯ ไทย
เมื่อกระแสซีรีส์วายไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้าจอ เม็ดเงินมหาศาลจึงไหลเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยสามารถแบ่งอานิสงส์ที่เกิดขึ้นจริงออกเป็น 5 หัวข้อหลัก ดังนี้
1. การขยายตัวของธุรกิจ MICE และพื้นที่จัดกิจกรรม (Event & Convention Spaces)
ปรากฏการณ์ "ห้างแตก" ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือการจองพื้นที่จัดงาน Fan Meeting และ Concert ของคู่จิ้นระดับท็อป รายงานของ SCB EIC ระบุว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอีเวนต์และการเช่าสถานที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ประเภท Commercial Space
โดยเฉพาะศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เช่น Union Hall (Union Mall), Paragon Hall หรือ เมืองทองธานี มีสถิติการถูกจองเพื่อจัดงานเกี่ยวกับซีรีส์ BL/GL แทบทุกสัปดาห์ การจัดงานแต่ละครั้งไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากค่าเช่า แต่ยังรวมถึงเม็ดเงินจากค่าเช่าบูธสินค้า Merchandise และพื้นที่สปอนเซอร์ หรือแม้แต่การเช่าพื้นที่คาเฟ่ต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมย่อยต่างๆ ของเหล่าแฟนคลับ กลายเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของเจ้าของพื้นที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
2. มูลค่าเพิ่มจาก "Location Branding" และการตามรอยซีรีส์ สถานที่ถ่ายทำหลายแห่งได้รับยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คของแฟนคลับทั่วโลก ที่มักใช้โซเชียลมีเดียในการสืบหาพิกัด สิ่งนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ (Brand Equity) ให้กับโครงการอสังหาฯ นั้นๆ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา
อ้างอิงจากเทรนด์ "Location Hunting" ในกลุ่มอินเตอร์แฟน โครงการอสังหาฯ ที่ปรากฏในซีรีส์ชื่อดัง เช่น คอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิทหรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา มักมีค่า Engagement ในโซเชียลมีเดียสูงขึ้น และถูกใช้เป็นจุดขายในการทำการตลาดสำหรับชาวต่างชาติ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับการตามรอยซีรีส์เกาหลีหรือจีนมาแล้ว
3. การเติบโตของธุรกิจ Hospitality และที่พักระยะสั้นในรัศมีอีเวนต์ เมื่อมีการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในบริเวณใกล้เคียงจะได้รับอานิสงส์สูงสุด โดยเฉพาะในทำเลที่ติดรถไฟฟ้าและใกล้สถานที่จัดงาน ยกตัวอย่างช่วงที่มีการจัดงานแฟนมีตติ้งของคู่จิ้น เช่น "ฟรีน-เบ็คกี้" หรือ "ซี-นุนิว" อัตราการจองห้องพักของโรงแรมโดยรอบสถานที่จัดงานมักจะพุ่งสูงถึง 90-100% ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศวันงาน แฟนคลับกลุ่มนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มักเดินทางมาเป็นกลุ่มและพักอาศัยนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป (ราว 3-5 วัน) เพื่อรอส่งศิลปิน หรือร่วมกิจกรรมย่อยอื่นๆ ทำให้เกิดการสะพัดของเม็ดเงินในธุรกิจอสังหาฯ เชิงพาณิชย์
4. จากซีรีส์สู่การยกระดับมูลค่าทางสังคม กรณีซีรีส์ "Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก" ของ น้ำตาล ทิพนารี - ฟิล์ม รชานันท์ ค่าย GMM TV ที่นำเสนอเรื่องราวของคนพิการทางการเห็น ไม่เพียงสร้างความฟิน แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมในเรื่อง Universal Design
หลังจากการนำเสนอผ่านซีรีส์เพียงไม่กี่วัน กรุงเทพมหานครได้ขานรับและเปลี่ยนป้ายบอกทางรวมถึงปรับปรุงทางเท้าในจุดที่ซีรีส์ใช้ถ่ายทำจริง สิ่งนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าซีรีส์ BL/GL สามารถ "ชี้นำ" ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคให้เป็นมิตรกับคนทุกกลุ่ม นับเป็นการสร้างมูลค่าทางสังคมควบคู่ไปกับมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาเมืองได้
5. เกิดดีมานด์ใหม่ๆ ของที่พักอาศัย กำลังซื้อของกลุ่มเศรษฐกิจสีรุ้ง ซึ่งกลุ่ม LGBTQIA+ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "DINK" (Double Income, No Kids) หรือกลุ่มที่มีรายได้สูงแต่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเรื่องบุตร ทำให้มีกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระดับ Luxury สูงกว่ากลุ่มอื่น
จากบทวิเคราะห์ Forbes Thailand ซีรีส์ BL/GL ไทยได้สร้างภาพลักษณ์ไทยให้เป็น "สวรรค์ของความหลากหลาย" ทำให้นักลงทุนและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก สนใจซื้ออสังหาฯ ในไทยเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง (Second Home) หรือเพื่อการเกษียณอายุ อีกทั้งนโยบาย "สมรสเท่าเทียม" ของไทยที่มีผลบังคับใช้ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มคู่รักเพศเดียวกันมากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ไม่ควรมองข้าม
ท้ายที่สุดนี้ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมซีรีส์ BL & GL หรือ Y Economy "ไม่ใช่แค่กระแส" แต่เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีรากฐานแข็งแกร่งจากความรักและความชื่นชอบ (Passion-driven Economy) ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปเป็นเม็ดเงินมหาศาลได้จริง ทั้งในและต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นการใช้โครงการเป็นสถานที่ถ่ายทำ การเป็นพาร์ทเนอร์ในการจัดกิจกรรม หรือแม้แต่การออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความหลากหลายทางเพศ เพราะในโลกยุคใหม่ ความเข้าใจใน "ความหลากหลาย" ไม่ใช่แค่เรื่องของศีลธรรม แต่คือ "โอกาสทางธุรกิจ" ที่ไม่ควรมองข้าม
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- ปีทอง! ซีรีส์ BL & GL ไทย คึกคักตลอดปี 2568 (https://www.youtube.com/watch?v=t1A4R_OBW-w)
- ซีรีส์วายไทยมาแรง ติดเทรนด์โลก | เศรษฐกิจInsight 17 ม.ค.68 (https://www.youtube.com/watch?v=k4of3NOclpY)
- เจาะลึกเทรนด์ซีรีส์ BL-GL ปี 2025 โดย SCB EIC (https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/9687/h3fuc83e5r/In-focus-BL-GL-20250107.pdf)
- Thai GL series will create economic value 2,000 million THB (https://www.forbesthailand.com/news/other/thai-gl-series-will-create-economic-value-2000-million-thb)
- Girls' Love ซีรีส์ ไม่ใช่แค่ตลาด 2 พันล้าน แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม (https://www.sdperspectives.com/next-gen/27856-gl-series-tu-lingorm-namtanfilm/)
- พลังซอฟต์พาวเวอร์ซีรีส์วายไทยทำต่างชาติย้ายประเทศ (TNN) (https://www.youtube.com/watch?v=OaoaoUL7qKM)
- อาโป ณัฐวิญญ์ กับมูลค่าสื่อ 1,700 ล้านบาท: (https://youtu.be/0gNSFy2k7hc?si=xhPBD6n_3Z8G2Ozn)
- อิงฟ้า-ชาล็อต กับมูลค่าเงินปันผลและหุ้น MGI (https://www.share2trade.com/news/40332)
- ภาพรวมมูลค่าตลาด Y Economy 4,900 ล้านบาท (SCB EIC) (https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/288083)