[SPOT] อ่านเจอบทสัมภาษณ์ของ คุณพงศ์-ณัฐพงศ์ CEO, SC Asset ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ใน Forbes Asia มีประเด็นที่น่าสนใจ เพราะท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ตลาดที่อยู่อาศัยของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยผู้ซื้อจำนวนมากเริ่มมีท่าทีระมัดระวัง และเลือกที่จะ “รอดูสถานการณ์” มากกว่าตัดสินใจซื้อในทันที


.
แต่ SC Asset กลับท้าบทพิสูจน์ เดินเกมระยะยาวสร้างความมั่นคง มองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ และเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตครั้งใหม่ สร้างกลยุทธ์ “3 แกนสำคัญ” ที่เป็นหลักในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับองค์กร คือ Brand - Buffer และ Balance
◾Brand การสร้าง “ความเชื่อมั่นในแบรนด์” มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดไม่แน่นอน เพราะผู้บริโภคจะพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นว่าจะเชื่อมั่นในแบรนด์ใด
◾การรักษา Buffer ทางการเงินด้วยระดับหนี้สินที่ต่ำและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความท้าทายที่ไม่คาดคิดได้
◾ขณะที่การมี Balance ในพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมหลายเซกเตอร์ ทำให้เอสซี แอสเสทสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป
.
รวมถึงการยกระดับอสังหาฯ กับความหรูหราที่ 'เหนือกว่าความอลังการ' อย่าง Sonle Residences มาเป็นตัวแทนแนวคิดการทำบ้านหรูที่ไม่ใช่แค่ “ใส่ใจ” แต่ยัง “เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง”


คุณพงศ์ ยังมองว่าสาเหตุนี้มาจาก “ปัจจัยท้าทายหลายด้านในเวลาเดียวกัน” เและ “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ 3 ประการ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนในระดับสูง และภาวะอุปทานล้นตลาด เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน นักลงทุนจึงชะลอการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้ยอดขายและการลงทุนชะลอตัวลงตามไปด้วย” และประเมินว่าสถานการณ์อุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลนี้จะคงอยู่ราว 6–12 เดือน แต่ยังคงมองในด้านบวกในระยะยาว “เชื่อว่าความต้องการและอุปทานจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ภายใน 2–3 ปีข้างหน้า”



ขอบคุณเนื้อหาเต็มๆ จาก Forbes Asia - The Quiet Rise Of Purpose-Led Luxury :

https://forbesasiacustom.com/thailand-harnessing-opportunities-for-growth/#the-quiet-rise-of-purpose-led-luxury
.