SC รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปรับภาพลักษณ์สู่การเป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย” พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 3 เครื่องยนต์หลัก
ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ล่าสุด SC ประกาศก้าวสำคัญขององค์กร ด้วยการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี พร้อมยกระดับบทบาทจากผู้พัฒนา “ที่อยู่อาศัย” สู่บริษัทที่สร้างคุณค่า “มากกว่าที่อยู่อาศัย”
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “Reform to Perform : พลิกเพื่อชนะ” ที่มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจให้มีความสมดุลมากขึ้น ผ่านการสร้าง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจหลัก เพื่อกระจายแหล่งรายได้ เพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) และสร้างธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S-Curve ในอนาคต

เป้าหมายและแผนธุรกิจปี 2569 เป้ารายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท หรือ เติบโต 21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเตรียมงบลงทุนสำหรับปีนี้ 8,000 ล้านบาท สำหรับการขับเคลื่อนทุกเครื่องยนต์ธุรกิจ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (IBD/E) จะลดลงเหลือต่ำกว่า 1.2
SC เปิดตัวโลโก้ใหม่ รีแบรนด์ใหญ่ในรอบ 20 ปี สะท้อนการเติบโตไม่สิ้นสุด
SC เปิดตัว โลโก้ใหม่อย่างเป็นทางการ นับเป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ หัวใจเดิม ที่ยังคงจุดยืนในการสร้างคุณค่าให้ผู้คน แต่ปรับตัวตนของแบรนด์ให้สะท้อนทิศทางการเติบโตของธุรกิจในยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ SC กำลังก้าวข้ามบทบาทจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น มีพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นหลากหลาย เพื่อสื่อสารเข้าถึงกลุ่มผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมทั้งลูกค้า พนักงาน คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ โดยผ่าน 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ ที่ทำงานร่วมกันภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการ “สร้างคุณค่าสู่คนและโลก”

แรงบันดาลใจของโลโก้มาจาก “เกสรดอกทานตะวัน” โครงสร้างของเกสรดอกทานตะวัน (Pattern of Growth) ซึ่งเป็นรูปแบบธรรมชาติที่สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่สิ้นสุด ดอกทานตะวันยังเป็นสัญลักษณ์ของการหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอเปรียบเสมือนทัศนคติของ SC ที่มุ่งหันหน้าเข้าหาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้คนต้องการอะไร และนำสิ่งนั้นมาพัฒนาต่อยอดเป็นคุณค่าใหม่
ในเชิงโครงสร้างดอกทานตะวันประกอบด้วยดอกเล็กๆ นับพันดอกที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว สะท้อนแนวคิดของการเติบโตที่ ไม่ตายตัว ไม่จำกัดรูปแบบ และสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เหมือนกับทิศทางของ SC ที่กำลังเปิดโอกาสสู่ธุรกิจใหม่และความเป็นไปได้ที่กว้างขึ้นในอนาคต การเปิดตัวโลโก้ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ การเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่ขององค์กร ที่พร้อมเติบโตไปไกลกว่าธุรกิจที่อยู่อาศัยแบบเดิม ทำความรู้จัก #TheNewSC ได้แล้วที่ https://m.scasset.com/rB2H
โครงสร้างธุรกิจใหม่ 3 เครื่องยนต์ ขับเคลื่อนการเติบโต
หัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างธุรกิจของ SC คือการแบ่งพอร์ตธุรกิจออกเป็น 3 เครื่องยนต์หลัก (3 Business Engines) ได้แก่
Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย
SC ตั้งเป้ายอดขาย (Presales) ที่ 27,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 33% จากปี 2568 และตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 23,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 40% จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 จากโครงการ COBE Kaset-Sripatum และ COBE Ratchada-Rama 9 และในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่หลายรูปแบบ
- แนวราบเปิดตัวใหม่ 4 โครงการ มาพร้อมการพลิกโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ใหม่ ใน 17 โครงการ ภายใต้แนวคิดการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น
- คอนโดมิเนียมเตรียมเปิดตัว Branded Residence ระดับ Ultra Luxury แบรนด์ใหม่ บนทำเลพระราม 4 รวมถึงโครงการริมแม่น้ำ รวมมูลค่า 2 โครงการกว่า 25,500 ล้านบาท
- เปิดตัวโมเดล “GenSCription” (Living Subscription Program by SC) ซึ่งเป็นแนวคิดการอยู่อาศัยแบบ “เช่าแทนซื้อ” เพื่อตอบรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยมากขึ้น

Engine 2 : ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ
บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ในปี 2569 ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท เติบโตราว 70% จากปี 2568 ที่มีรายได้ราว 1,200 ล้านบาท สะท้อนการเร่งขยายพอร์ตสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น
ในปี 2569 SC เตรียมลงทุนเพิ่มเติมในหลายธุรกิจสำคัญ โดยจะขยายธุรกิจโรงแรมภายใต้ SCX Hospitality เพิ่มอีก 450 ห้อง ในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอย่าง ภูเก็ตและพัทยา พร้อมพัฒนาพื้นที่คลังสินค้าในโซน บางนา-EEC เพิ่มอีก 170,000 ตารางเมตร ภายใต้ SCX Logistics ขณะเดียวกันยังเตรียมลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกผ่าน SCX360 เพื่อพัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ในอนาคต

Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น
SC เดินหน้าสร้าง New S-Curve ขององค์กร ภายใต้แนวคิด SCANVA - For Better Tomorrow ซึ่งครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขาย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และธุรกิจด้านสุขภาพ โดยตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 ที่ประมาณ 400 ล้านบาท เติบโตราว 60%

จากปี 2568 หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการขยายธุรกิจ Community Management และบริการหลังการขาย จากการดูแล 150 โครงการ เป็น 260 โครงการ พร้อมเปิดตัวบริการ LINTON Concierge Service ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลลูกบ้านระดับ Ultra Luxury ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าพัฒนาด้าน Digital Platform เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย โดยตั้งเป้าขยายจำนวนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มจาก 30,000 ราย เป็น 40,000 ราย ในระยะยาว SC ยังเตรียมงบลงทุน 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี สำหรับการพัฒนาธุรกิจในกลุ่ม Non-Real Estate เพื่อรองรับการเติบโตของบริการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนในอนาคต
เดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจทั้ง 3 เครื่องยนต์
SC ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าประสงค์ “สร้างคุณค่าสู่คนและโลก (Create Value for People and the World)” โดยดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานการประเมินด้านความยั่งยืนระดับสากล FTSE Russell พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) รวม 100,000 ตันคาร์บอน ภายในระยะเวลา 5 ปี (2568–2573) ขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดตัว SC Green Mark ซึ่งเป็นมาตรฐานการพัฒนาอาคารสีเขียวขององค์กร ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดยมาตรฐานดังกล่าวจะถูกนำไปใช้กับ ทุกเครื่องยนต์ธุรกิจและทุกโครงการของบริษัท เพื่อยกระดับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับการดูแลโลกในระยะยาว

ท้ายที่สุดนี้ “แบรนด์ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต อยู่รอดได้ด้วยวิวัฒนาการ แบรนด์ที่ไม่ปรับตัวจะสูญพันธุ์ในที่สุด SC จึงมีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ การรีแบรนด์และรีฟอร์มองค์กร คือ ส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย มากขึ้น จะทำให้ SC ไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้ยั่งยืนในธุรกิจอสังหาฯ ที่มีความผันผวนและท้าทายอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าสู่ผู้คนในวงกว้างได้มากขึ้น”