ชี้เป้า! ธุรกิจมาแรงปี 2568 : โอกาสใหม่ยุคเศษฐกิจไม่เป็นใจ
ไม่ทันไรก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจปี 2568 อาจจะดูน่ากังวลไปบ้าง ด้วยแรงกดดันจากหลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนสูงทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่าย, การเผชิญหน้ากับนโยบายภาษีทรัมป์, การแข่งขันรุนแรงจากสินค้านำเข้า ไหนต้องเจอกับสภาพอากาศคาดเดาไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร นี่ยังไม่รวมสถานการณ์สังคมสูงอายุของไทย ที่กำลังจะเข้าสู่ Super-aged Society ในปี 2571 คิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด แต่กลับมีผู้สูงอายุกว่า 34% มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการใช้จ่ายที่จำกัด
สอดคล้องกับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อธิบายภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2568 ถึง 2570 ว่ามีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดการณ์การเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 2.8% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2567 แต่อัตราเร่งไม่กลับมาเหมือนช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19
แต่ในความมืดก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้หลายธุรกิจจะไปต่อไม่ไหว แต่ก็มีอีกหลายธุรกิจที่กลายเป็นดาวรุ่งแจ้งเกิด เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักลงทุน มองเป็นประตูความสำเร็จบานใหม่ เชื่อว่าหลายธุรกิจน่าจะอยู่ในใจของใครหลายๆ คน และบางธุรกิจอาจคาดไม่ถึง
มาดูกันว่า 10 ธุรกิจมาแรงที่ฮอตสุดๆ ในไทยปีนี้ (และอาจลากยาวไปอีกหลายปี) มีอะไรบ้าง? บอกเลยใครพร้อมปรับตัว จับช่องทางใหม่ๆ ได้ก่อนย่อมได้เปรียบ
สำหรับลิสต์แต่ละธุรกิจ รวบรวมจากหลายแหล่งข้อมูล ทั้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่พิจารณาจากสถิติการจดทะเบียน ผลประกอบการ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และเทรนด์ต่างๆ รวมถึงศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, Krungthai และ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจมาแรง ปี 2568 ที่น่าจับตามองออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
กลุ่มที่ 1 : กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ : กลุ่มธุรกิจฮีลใจ การดูแลสุขภาพกายและใจผู้คน ธุรกิจเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น ธุรกิจ Health & Wellness, ธุรกิจบันเทิง, ท่องเที่ยว, สัตว์เลี้ยง เป็นต้น เพราะทุกวันนี้ผู้คนเผชิญกับความเครียดมากขึ้นทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำมาซึ่งความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลกรมสุขภาพจิต พบว่า มีผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับบริการเพิ่มขึ้น จาก 1.3 ล้านคน ในปี 2558 เป็น 2.9 ล้านคน ในปี 2566 และอีก 10 ล้านคน เสี่ยงมีปัญหาภาพกาย-ใจมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสินค้า / บริการประเภทนี้ได้รับอานิสงส์เพิ่มขึ้น
กลุ่มที่ 2 : กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม และเทคโนโลยี : เป็นกลุ่มเทรนด์ธุรกิจของโลก เมื่อเราก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ธุรกิจประเภทนี้จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวข้ามขีดจำกัดและสามารถตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์และการดำเนินธุรกิจ
กลุ่มที่ 3 : กลุ่มที่ธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ : เป็นธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาต่างๆ เป็นต้น
เมื่อมองเห็นภาพรวมของกลุ่มธุรกิจที่กำลังมาแรงแล้ว ทำให้พอมองภาพออกแล้วว่า ธุรกิจแบบไหนถึงจะติดลิสต์ขาขึ้น ได้แก่

1.ธุรกิจสุขภาพและความงาม (Health & Wellness) : นี่คือตลาดที่ไม่มีวันตาย! เพราะคนยุคนี้ไม่ได้สนใจแค่การรักษาโรค แต่เน้นการดูแลตัวเองเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากปัญหาเครียดสะสม และเทรนด์สังคมสูงวัยที่กำลังมา ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล, คลินิกเฉพาะทาง, กายภาพบำบัด, ธุรกิจดูแลสุขภาพ หรือบริการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐที่ผลักดันให้ไทยเป็น "Medical Hub" เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดนี้คึกคักทั้งในและต่างประเทศ
2. ธุรกิจท่องเที่ยวและกิจกรรมฮีลใจ (Tourism & Self-healing) : หลังสถานการณ์โควิด – 19 ผู้คนโหยหาการเดินทางเพื่อเยียวยาจิตใจและเติมพลังชีวิต บวกกับการเผชิญกับแรงกดดันเรื่องปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวัน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง โดยรัฐบาลเองพยายามหาทางกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ นอกจากโรงแรมและร้านอาหารที่จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น กิจกรรมธรรมชาติ, ทริปสุขภาพ (Wellness Retreat) หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงครอบครัวก็ล้วนได้รับอานิสงส์ไปด้วย
3. ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Business) : เทรนด์ "Pet Humanization" หรือการเลี้ยงสัตว์เหมือนลูกยังคงมาแรง เกิดเหล่าทาสหมาทาสแมวกันทั่ว ส่วนหนึ่งเกิดจากคนยุคใหม่ไม่มีลูก ทำให้ยอมทุ่มเงินเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักแบบไม่จำกัด ตลาดนี้จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเกรดพรีเมียม ของเล่น เสื้อผ้า บริการกรูมมิ่ง ไปจนถึงการดูแลสุขภาพและโรงพยาบาลสัตว์ที่มีมาตรฐานสูง ตลาดนี้จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจเล็กๆ อีกต่อไป แต่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก สะท้อนได้จากจำนวนธุรกิจสัตว์เลี้ยงจัดตั้งใหม่ และรายได้รวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉพาะปี 2566 ธุรกิจนี้มีกำไรสุทธิถึง 5,310.31 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต
4. ธุรกิจสายมู (Moo-telu) : เมื่อความเชื่อสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะผู้คนเผชิญกับความไม่แน่นอน ความเครียด ความกดดัน การแสวงหาที่พึ่งทางใจจึงเป็นเรื่องปกติ ธุรกิจที่เกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธา และโหราศาสตร์จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือธุรกิจสายมูยุคใหม่ถูกปรับให้เข้าถึงง่ายและทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Wallpaper เสริมดวงบนมือถือ เครื่องรางพกพาดีไซน์เก๋ไก๋ หรือแม้กระทั่งการพยากรณ์ออนไลน์ แถมภาครัฐยังส่งเสริมให้เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาอีกด้วย ยืนยันได้จากสถิติการจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในกลุ่มนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่าน
5. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ : ความสำเร็จของภาพยนตร์และซีรีส์ไทยในระดับโลก ทำให้ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และคอนเทนต์ต่างๆ กลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แถมยังมีนโยบายของภาครัฐมาเป็นแรงหนุนสำคัญ ทำให้คอนเทนต์ไทยมีโอกาสเผยแพร่ในหลายแพลตฟอร์ม กลายเป็นผลงานส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น เห็นได้จากมูลค่าทุนจดทะเบียนของธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 92.86% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
นี่ยังไม่รวมธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น Influencer และ Content Creator ที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการตลาด
6. ธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Tech & Innovation) : เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ทุกธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัว ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ให้บริการ Data Center, Cloud Service, การพัฒนาโปรแกรม และ e-Commerce ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การมาของ AI และ Big Data ก็ยิ่งทำให้ความต้องการของผู้ประกอบการในการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสทองของธุรกิจเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะ ธุรกิจ e-Commerce ที่มีแพลตฟอร์มตลาดกลาง (Marketplace) กำลังเป็นธุรกิจมาแรงในปี 2568 แม้จะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก เนื่องจากการซื้อของออนไลน์กลายเป็น New Normal ไปแล้วสำหรับคนยุคนี้ โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องใน เฉพาะปี 2567 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 2,219 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 318 ราย โดยรายได้รวมจากปี 2566 มีมูลค่า มากกว่า 2 แสนล้านบาท ทำให้คาดการณ์อนาคตของธุรกิจประเภทนี้ยังคงสดใส
7.ธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และ Delivery : เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่มีแรงหนุนจากการเติบโตของ ธุรกิจ e-Commerce และเกิดการพัฒนาเส้นทางการขนส่งเชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ รวมทั้งการเปิดพรหมแดนการค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้มีการขนส่งมีการกระจายพื้นที่มากขึ้น ไปจนถึงผู้ให้บริการคลังสินค้าที่มีการพัฒนาตัวเองมากกว่าเป็นคลังสินค้า เพื่อมาตอบสนองการขยายตัวของธุรกิจ e-Commerce
8.ธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (Sustainability) : ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับชีวิตประจำวัน เช่น ค่าไฟที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนกลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทั้งธุรกิจที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ ปรับตัวเข้ากับกฎหมายใหม่ๆ, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และตลาดคาร์บอนเครดิต หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร
9.ธุรกิจที่ให้บริการบริหารจัดการธุรกิจ (Outsource) : สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การจ้างงานภายนอกหรือ Outsource คือคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ปรึกษาด้านบัญชี กฎหมาย หรืองานบุคคล ที่กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก ในการลดภาระงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อใช้เวลาไปโฟกัสการพัฒนาสินค้าและบริการหลักได้อย่างเต็มที่
10.ธุรกิจจัดงานอีเวนต์ งานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า : ที่มีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ เปิดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว “Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025” ส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าและเทศกาลต่างๆ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวของไทย ตลอดจนภาครัฐและเอกชนส่งเสริมการจัดกิจกรรมอีเวนต์และเฟสติวัลหลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ
นี่คือภาพใหญ่ของธุรกิจที่มั่นใจได้ว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่เพราะตลาดยุคใหม่มีความซับซ้อน ประกอบกับปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่แน่นอน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักลงทุน ต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้าและบริการ ที่สำคัญต้องมองเกมให้ขาด มีทางหนีทีไล่ เพื่อพร้อมรับการกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ