เวียดนาม เตรียมใช้ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS)
ท่ามกลางโลกที่ร้อนระอุขึ้นทุกวัน เพราะมลภาวะที่เราสร้างขึ้นเองอย่างไม่หยุดยั้ง “คาร์บอน” กลายเป็นคำต้องห้ามที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังดิ้นรนรับมือ และวันนี้…เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการเตรียมบังคับใช้ ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ ETS (Emission Trading Scheme) อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2028

จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเวียดนาม ในปี 2025 เวียดนามจะเริ่ม จัดสรรโควตาปล่อยคาร์บอน ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
-
โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล
-
อุตสาหกรรมซีเมนต์
-
เหล็กและเหล็กกล้า
บริษัทใดปล่อย CO₂ เกินโควตา ต้อง ซื้อสิทธิ์ส่วนเกินจากผู้อื่นในตลาด ETS หรือใช้ “คาร์บอนเครดิต” ที่ได้รับการรับรองมาชดเชยได้สูงสุด 30% ซึ่งเปิดทางให้การแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนเป็นไปได้ด้วย
แล้วประเทศไทยล่ะ? แม้ยังอยู่ในขั้น เตรียมออกกฎหมาย (ร่าง พ.ร.บ. Climate Change Act) แต่ระบบ ETS ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน โดยไทยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้หลังปี 2027 ภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางการพัฒนาระดับสากล
-
ขณะนี้อยู่ในช่วงการจัดทำ V-ETS (Voluntary ETS) นำร่องศึกษา
-
เตรียมใช้แนวทาง Article 6 ตามข้อตกลงปารีส
-
อยู่ในขั้น “เจรจา-ทดลอง” แต่ “ไม่ใช่เรื่องไกลตัว” อีกต่อไป
อุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวอย่างไร? อย่ารอให้ถูกบังคับ — จงเลือกที่จะ “เตรียมพร้อมก่อนใคร” ด้วยแนวทางดังนี้:
-
ติดตามกฎหมาย ทั้งในและต่างประเทศ
-
ศึกษาระบบ ETS ของ EU และจีน
-
เก็บข้อมูลการปล่อย GHG ตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 14064-1
-
เข้าตลาดคาร์บอนภายในประเทศ อย่าง T-VER เพื่อฝึกการซื้อขายเครดิตล่วงหน้า
การปรับตัววันนี้…คือแต้มต่อในวันข้างหน้า การมี “ความพร้อม” ในการรับมือ ETS ไม่เพียงแค่ลดต้นทุนการผลิตในอนาคต แต่ยังอาจกลายเป็นแต้มต่อของแบรนด์ในสายตานานาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน