ปัจจุบันพื้นที่ของกรุงเทพฯ เปิดให้บริการรถไฟฟ้าแล้วหลายเส้นทาง​ ซึ่งครอบคลุมและสามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางรวดเร็วและสะดวกสบาย การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าไปพื้นที่ต่าง ๆ ยังเป็นปัจจัยสำคัญช่วยพัฒนาพื้นที่ตามเส้นทางแนวรถไฟฟ้ามีความเจริญ กลายเป็นพื้นที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะบริเวณ Interchange ซึ่งเป็นจุดที่มีการเชื่อมต่อกันระหว่างเส้นทางมากกว่าสองเส้นทางขึ้นไป 

พื้นที่บริเวณ Interchange ของเส้นทางรถไฟฟ้ามีหลายแห่งด้วยกัน แต่ที่มีความสำคัญอันดับต้น ๆ คงต้องยกให้กับพื้นที่ทำเลพญาไท เพราะเป็นพื้นที่มีศักยภาพและองค์ประกอบครบถ้วน ของการเป็นทำเลทองทางด้านเศรษฐกิจการค้า การเดินทาง การอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา และการใช้ชีวิตแบบครบด้าน ที่สำคัญตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง จึงเป็นทำเลที่หาได้ไม่ง่ายนักในกรุงเทพฯ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ผลักดันให้ทำเลพญาไท เป็นพื้นที่ทำเลทองมีศักยภาพแบบรอบด้าน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้

-ทำเลการเดินทางเชื่อมต่อกันอย่างสะดวกสบาย

ทำเลพญาไท ขึ้นชื่อว่าเป็นทำเล Interchange สำคัญอันดับต้น ๆ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของระบบรางถึง 3 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ สถานีพญาไท และรถไฟชานเมือง สายสีแดงอ่อน ทำให้การเดินทางไป-กลับยังสนามบินสุวรรณภูมิใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และยังมีเส้นทางถนนที่เชื่อมโยงการเดินทาง ทั้งเข้าไปในใจกลางเมืองหรือออกไปพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ รวมถึงต่างจังหวัด ได้อย่างสะดวกสบายหลากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนปกติหรือทางด่วนอีกด้วย 

-การเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางการแพทย์ชั้นนำ

ทำเลพญาไท มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่และโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศทั้งของรัฐและเอกชนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงมีโรงเรียนแพทย์ องค์กรภาครัฐ สถาบันด้านการแพทย์ สถาบันวิจัยและวิชาการต่าง ๆ รายล้อมรอบหลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพญาไท 1 องค์การเภสัชกรรม เป็นต้น ทำให้ทำเลพญาไทถูกยกระดับให้กลายเป็น Medical District ที่สำคัญมีโครงการพัฒนาเมือง “ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medilcal Innovation District - YMID)” ศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ ที่เน้นการสร้างนวัตกรรม 3 ด้าน ได้แก่ นวัตกรรมทางการแพทย์ (Medtech) นวัตกรรมสำหรับภาครัฐ (Govtech) และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมือง (Citytech) มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โครงการพัฒนาบนพื้นที่ 16 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา ภายใต้กรอบวงเงิน 11,629.65 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2565 – 2570

แน่นอนว่าย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการก่อเกิดนวัตกรรมทางการแพทย์ ทั้งในการระดมทุน (Funding) และการวิจัย ดึงดูดกลุ่มสตาร์ทอัปและ Demand ศักยภาพใหม่ๆ ด้านการแพทย์เข้ามาในทำเลพญาไท รวมถึงผลักดันให้ทำเลแห่งนี้ กลายเป็นทำเลทองมีศักยภาพอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ช่วยส่งเสริมทั้งด้านเศรษฐกิจ การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตที่ครบพร้อมอย่างแน่นอน  

-แหล่งการศึกษาแถวหน้าของเมืองไทย

            ทำเลพญาไท ยังมีบทบาทและความสำคัญในด้านการศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เพราะมีโรงเรียนมัธยมชั้นนำหลายแห่งในพื้นที่ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถาบันกวดวิชาที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และได้รับความนิยมจากนักเรียนมาเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทำเลพื้นที่พญาไทยังแวดล้อมไปด้วยมหาวิทยาลัย และโรงเรียนแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า เป็นต้น

-ทำเลการทำงานและอยู่อาศัยทั้งชาวไทย&ต่างชาติ

            แม้ว่าทำเลพญาไทจะเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ระดับประเทศ มีบุคลากรและเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ทำงานหลายหมื่นคน แต่ทำเลแห่งนี้ยังมีพนักงานและเจ้าหน้าที่สายงานอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะมีอาคารสำนักงานกว่า 14 อาคาร มีพื้นที่กว่า 208,000 ตร.ม. ส่วนใหญ่เป็นอาคารสำนักงานเกรด A ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทขนาดใหญ่ บริษัทชั้นนำ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ทั้งของไทยและต่างชาติมากมายด้วย ไม่นับรวมโรงแรม ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ อีกหลายแห่งในพื้นที่

            เมื่อทำเลพญาไทเป็นแหล่งงานชั้นดี  แน่นอนว่าต้องมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของแรงงานเหล่านั้น ทำให้ทำเลพญาไทเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้น แต่ยังมีจำนวนไม่มากและไม่หนาแน่นเท่ากับทำเลอื่น เพราะที่ดินบริเวณทำเลพญาไทมีจำกัด ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาเป็นโครงการต่าง ๆ ไปแล้ว และเป็นที่ดินของทางราชการ จึงทำให้ซัพพลายคอนโดมีน้อยแต่ความต้องการมีสูง ราคาห้องชุดในทำเลนี้จึงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีราคาเปิดตัวใหม่เติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ราคาขายปัจจุบันเฉลี่ยกว่า 300,000 บาทต่อตร.ม.

-แหล่งรวมความสะดวก เพื่อการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์

แม้ว่าทำเลพญาไทจะอยู่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ แต่บรรยากาศไม่คึกคักหรือหวือหวาเหมือนกับย่านใจกลาง CBD อย่างสยาม หรือราชประสงค์ แต่มีองค์ประกอบสำคัญของความเจริญและความสะดวกสบายไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะเป็นทำเลที่มีแหล่งช้อปปิ้ง กินดื่ม แฮงเอ้าท์  ใช้ชีวิตได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงแรมหลายแห่ง แหล่งช้อปปิ้งสินค้าดิวตี้ฟรีอย่างคิงพาวเวอร์ คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การค้า คาเฟ่ ร้านอาหารรูปแบบต่าง ๆ ครบถ้วน

การลงทุนในอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนสูง-ความเสี่ยงต่ำ

ปัจจุบันการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของนักลงทุน ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดี และมีความเสี่ยงต่ำ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมีความผันผวน รวมถึงมีปัจจัยลบรอบด้านเหมือนในปัจจุบัน เนื่องจากการลงทุนในอสังหาฯ มีข้อดีหลายอย่างเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนชนิดอื่น ด้วยจุดแข็งของการลงทุนในอสังหาฯ ดังนี้

1.ได้ครอบครองทรัพย์สินและใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

            การลงทุนในอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดมิเนียม นักลงทุนจะได้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวและสามารถใช้ประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะอยู่อาศัยเอง นำมาปล่อยเช่า หรือนำมาต่อยอดทำธุรกิจ

2.มีผลตอบแทนหลายรูปแบบ-สร้าง Passive Income

            การลงทุนในอสังหาฯ นักลงทุนมีทางเลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อเก็งกำไร ก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์ การซื้อแล้วนำมาปล่อยเช่า เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Passive Income) การซื้อและขายเมื่อราคาปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการซื้อโครงการที่ดีเวลอปเปอร์บริหารงานให้และจ่ายผลตอบแทนรายปี

3.ความเสี่ยงต่ำ-ใช้ทุนน้อย-ผลตอบแทนสูง

            ในบรรดารูปแบบการลงทุนปัจจุบัน ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงแต่มีความเสี่ยงต่ำ น่าจะเป็นการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ที่เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะการซื้ออสังหาฯ จะได้ทรัพย์สินที่มีมูลค่าจริง (Real Asset) และสามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วย จึงถือว่ามีความเสี่ยงในระดับต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง หากเลือกโครงการในทำเลที่ดี และเป็นโครงการที่ตลาดมีความต้องการอยู่อาศัย ซึ่งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในจะอยู่ในเกณฑ์​ 4-5% ต่อปี ขณะที่ราคาอสังหาฯ ส่วนใหญ่จะปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ตามความเจริญเติบโตของเมือง ​การลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ยังใช้เงินลงทุนไม่สูง เพราะสามารถกู้เงินมาลงทุนได้ หากผู้กู้มีเครดิตที่ดีหรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนใหญ่จะใช้เงินลงทุนประมาณ 10-20% ของมูลค่าอสังหาฯ ที่จะซื้อเท่านั้น จึงสามารถทำกำไรจากเงินลงทุนที่ไม่สูง และเป็นการลงทุนต่ำแต่ได้ถือครองทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงในขณะเดียวกันด้วย​

            อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทุนในอสังหาฯ จะมีความเสี่ยงต่ำ แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงและข้อควรระวังทั้งสิ้น ซึ่งนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบครอบ และคัดเลือกโครงการคุณภาพ ที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพมีโอกาสเติบโต และมีแผนการพัฒนาโครงการสำคัญเข้ามาในพื้นที่ เพื่อช่วยพัฒนาให้พื้นที่มีความเจริญเติบโตในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การลงทุน หรือการอยู่อาศัย ทั้งปัจจุบันและอนาคต

รู้จัก HAMPTON RESIDENCE นวัตกรรมการลงทุนสร้างรายได้ประจำ

การซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่า เป็นรูปแบบการลงทุนที่นักลงทุนนิยม เพราะให้ผลตอบแทนที่ดีและเป็นรายได้ประจำ หรือ Passive income ขณะเดียวกันราคาห้องชุดมักจะปรับเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย แต่การซื้อคอนโดเพื่อนำมาปล่อยเช่า นักลงทุนอาจจะต้องบริหารจัดการห้องชุดเอง อาทิ การตกแต่งห้อง การหาผู้เช่า การบริหารจัดการงานเอกสารต่าง ๆ หรืออาจจะต้องติดต่อหาเอเย่นต์มาช่วยในการหาผู้เช่า แต่เอเย่นต์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะหาผู้เช่าได้แน่นอนหรือไม่ ทำให้รายได้จากการปล่อยเช่าไม่ต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินการบางอย่างเอเย่นต์ก็ไม่ได้ช่วยดูแลให้ อีกทั้งเจ้าของห้องเองยังอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ภายหลังอีกหลายเรื่องได้ด้วย เช่น ห้องหรือสิ่งของภายในห้องชำรุดเสียหายต้องเข้าไปจัดการดูแลให้ผู้เช่า การซ่อมแซมและดูแลห้อง ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า เป็นต้น

ปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมา บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เข้าใจถึงปัญหาและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี จึงได้จัดทำโปรแกรมการลงทุนที่ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว พร้อมกับสร้างรายได้ประจำให้กับเจ้าของด้วย อย่างโปรแกรม HAMPTON RESIDENCE โดยนำเอาโครงการคอนโดที่มีศักยภาพมาปล่อยเช่าในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ พร้อมกับการันตีผลตอบแทนให้กับเจ้าของห้องชุดว่าจะได้รับค่าเช่าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปี ล่าสุดได้นำโครงการพาร์ค ออริจิ้น พญาไท (PARK ORIGIN PHAYATHAI[4] ) เข้าร่วมโปรแกรมดังกล่าว ภายใต้โปรแกรม HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI

4 เหตุผลเลือกลงทุน HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI 

            สำหรับนักลงทุนที่เข้าร่วมโปรแกรม HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI จะไม่มีความเสี่ยง แถมไม่ต้องลงทุนเพิ่มสำหรับการตกแต่งห้อง ไม่ต้องจ่ายค่าดูแลรักษาห้อง หรือค่าซ่อมแซม เพราะทาง HAMPTON จะลงทุนเองและรับความเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านั้นเอง แลกกับค่าบริการที่ไปรวมอยู่ในค่าเช่าเรียบร้อยแล้ว ทำให้นักลงทุนสร้างรายได้ประจำ (PASSIVE INCOME) ให้กับนักลงทุนอย่างแท้จริง และโปรแกรม HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI ยังมีจุดเด่นน่าสนใจอีกหลายด้าน

 1.HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI ช่วยแก้ปัญหานักลงทุนหาผู้เช่าไม่ได้ หรือมีห้องว่างนานเกินไปทำให้สูญเสียรายได้ จาการปล่อยเช่ารูปแบบเดิม ๆ ซึ่งโปรแกรมนี้​จะสร้างรายได้ให้เจ้าของในทุก ๆ เดือนตลอดระยะเวลา 10 ปี ต่ออีกได้อีก 10+10 ปี เป็นการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

2.PASSIVE INCOME ของโปรแกรม HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI จะไม่มีการตัดราคาค่าเช่ากันเองภายในโครงการ ทำให้นักลงทุนมีความมั่นคงทางรายได้ และยังช่วยทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของผู้เช่าได้อีกด้วย โดยประเมินผลตอบแทนการลงทุนปล่อยเช่า (Rental Yield) ของพาร์ค ออริจิ้น พญาไท โดยได้รับค่าตอบแทนสูงสุด 15%*  หากเป็นขนาด 1 ห้องนอน มีราคาเช่าเริ่มต้น​ 24,000-38,000 บาทต่อเดือน ขนาด 1 ห้องนอน พร้อม Walk in closet ราคาเช่าเริ่มต้น​ 28,000-42,000 บาทต่อเดือน ขนาด 1 ห้องนอน พลัส ราคาเช่าเริ่มต้น 30,000-44,000 บาทต่อเดือน ขนาด 2 ห้องนอนพื้นที่ 48 ตร.ม. ราคาเช่าเริ่มต้น 47,000-63,000 บาทต่อเดือน และขนาด 2 ห้องนอนพื้นที่ 55 ตร.ม. มีราคาเช่าเริ่มต้น 53,000-69,000 บาทต่อเดือน

3.อัตราค่าเช่าเติบโตตามภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และมีกำหนดค่าเช่าที่แน่นอนเพราะกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าเป็นพนักงานและผู้บริหารของบริษัทชั้นนำ ที่ได้รับสวัสดิการจากบริษัทโดยตรง และมีระบบ MUTUAL AGREEMENT หรือการตกลงที่จะเฉลี่ยรายได้ เฉลี่ยค่าใช้จ่าย รวมกันแบบเป็นกลุ่มตามจำนวนห้องชุดที่เข้าร่วมโปรแกรมและสามารถปล่อยเช่าได้

4.มีการดูแลทรัพย์สิน โดย HAMPTON HOTEL & RESIDENCE MANAGEMENT (HHR) โดยใช้ค่าใช้จ่ายจากรายได้ค่าเช่ามาบริหารจัดการ ทำให้ทรัพย์สินสวยงามตลอดระยะเวลา 10 ปี และจะแตกต่างจากการดูแลคอนโดจากเจ้าของห้องทั่วไป

ทำเลพญาไทกับโอกาสสร้างผลกำไร จาก CAPITAL GAIN

         นอกเหนือจากโปรแกรม HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI จะช่วยสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องให้กับเจ้าของห้องแล้ว มูลค่าเพิ่มของผู้เป็นเจ้าของห้องในโครงการพาร์ค ออริจิ้น พญาไท คือ โอกาสสร้างผลกำไรจาก CAPITAL GAIN ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา เพราะด้วยศักยภาพของทำเลตามที่ได้กล่าวข้างต้น ล้วนเป็นปัจจัยทำให้โครงการที่อยู่อาศัยในทำเลพญาไทเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง จากข้อมูลของกรมธนารักษ์ พบว่า ราคาประเมินที่ดิน ทำเลพญาไท มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีราคาที่ดินเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อรอบปีประมาณ โดยช่วงปี 2566-2569 ถนนพญาไทมีราคาที่ดินประมาณ​ 500,000 บาทต่อตร.ว.​ ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2559-2562 ที่มีราคาประเมินอยู่ที่ 400,000 บาทต่อตร.ว. ส่วนถนนพหลโยธินช่วงปี 2566-2569 มีราคาที่ดินประมาณ​ 500,000 บาทต่อตร.ว.​ ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2559-2562 ที่มีราคาประเมินอยู่ที่ 300,000-400,000 บาทต่อตร.ว.เช่นกัน

สำหรับโครงการ “วัน ออริจิ้น พญาไท” (One Origin Phayathai) พัฒนาในรูปแบบโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก มูลค่า REIT 3,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากความร่วมมือ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กับ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด พันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)  

โดยโครงการ One Origin Phayathai  ประกอบด้วย โรงแรมชื่อดังระดับโลกเครือ IHG มากถึง 2 โรงแรม คือ Hotel Indigo และ Holiday Inn  ซึ่งโรงแรมระดับโลก 2 แบรนด์ จะเข้ามาช่วยส่งเสริมและเติมเต็มให้การใช้ชีวิตภายในโครงการมีคุณภาพ เป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตและการพักอาศัยให้เหนือระดับ ด้วยการนำเสนอสองคาแรคเตอร์ที่แตกต่างของทั้ง 2 โรงแรม แต่เกื้อหนุนกันอย่างลงตัว

โรงแรม Hotel Indigo คือแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียมในเครือ IHG ที่มีจุดเด่นด้านการออกแบบและการเล่าเรื่องผ่านดีไซน์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “บริบทของย่าน” ที่โรงแรมตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ท้องถิ่น หรืออัตลักษณ์ของชุมชน ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกเชื่อมโยงกับพื้นที่และได้รับประสบการณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ โรงแรม Hotel Indigo เข้ามาช่วยเติมเต็มโครงการให้มีภาพลักษณ์ของความหรูหราที่แตกต่าง มีความคิดสร้างสรรค์ และสะท้อนความเป็นพญาไทในมิติที่มีศิลปะและเรื่องเล่า เสริมเสน่ห์ให้โครงการดูมีชีวิตชีวา เป็นที่จดจำ และโดดเด่นในตลาดกลุ่มพรีเมียม

ขณะที่ โรงแรม Holiday Inn  เป็นแบรนด์โรงแรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยจุดเด่นด้านความสะดวกสบาย ความเป็นมิตร และมาตรฐานการบริการที่คงที่ทั่วโลก เหมาะกับนักธุรกิจ นักเดินทาง และครอบครัว ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง และความมั่นใจในบริการ การมี Holiday Inn ภายในโครงการ ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางกลุ่มเป้าหมาย และทำให้โครงการตอบโจทย์นักลงทุน รวมถึงผู้อยู่อาศัยในทุกระดับ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเชื่อถือ และช่วยให้พื้นที่โดยรอบมีความคึกคัก ต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและบริการอื่น ๆ ได้อย่างเป็นระบบ

ในส่วน Healthcare จะมี Origin Healthcare มาเปิดให้บริการ และในโซนร้านค้า จะมี Starbuck, Gin Kitchen โครงการตั้งอยู่ บนถนนพญาไท ติดโครงการ Hampton Residence Phayathai และห่างจาก BTS & ARL สถานีพญาไทเพียง 250 เมตร ซึ่งโครงการนี้จะสามารถผลักดันให้พื้นที่โดยรอบ กลายเป็นโซนธุรกิจเกิดใหม่ดึงดูดการลงทุนจากบริษัททั้งในและต่างประเทศ นำมาซึ่งความหลากหลายของผู้คนภายในพื้นที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เกิดความต้องการถือครองทรัพย์สินในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขึ้นราคาซื้อขายและค่าเช่าจองอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น

PARK ORIGIN PHAYATHAI พัฒนาบนทำเลที่ใช่-ให้ทั้งผลตอบแทนสูง

            นอกจาก หัวใจความสำเร็จของการพัฒนาโครงการคือการเลือกทำเลที่มีศักยภาพแล้ว แต่สิ่งที่กลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญไม่แพ้ทำเลที่ตั้ง คือ โครงการถูกพัฒนาออกมาได้คุณภาพและน่าสนใจมากน้อยเพียงใด เพราะบทสรุปสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเพื่อลงทุนปล่อยเช่า อยู่ที่คุณภาพโครงการ คุณภาพห้องพัก ฟังก์ชัน พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะรองรับกับการอยู่อาศัย รวมถึงระดับราคาที่เหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าโครงการพาร์ค ออริจิ้น พญาไท ต่างก็ตอบโจทย์ทุกประเด็นที่กล่าวมา

-พาร์ค ออริจิ้น พญาไท ตั้งบนที่ดินขนาด 2-1-36 ไร่ ติดถนนพญาไท ใกล้ BTS สถานีพญาไท และแอร์พอร์ต ลิงค์ สถานีพญาไท เชื่อมต่อทุกการเดินทาง และไฟล์สไตล์ ที่จะทำให้การใช้ชีวิตสะดวก เพราะแวดล้อมไปด้วยสถานศึกษา โรงพยาบาล อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงแรม ศูนย์การค้า ​

-โครงการพัฒนาเป็นอาคารสูง 35 ชั้น  จำนวน 1 อาคาร มีระดับความสูง 121 เมตร ประกอบด้วยส่วนของห้องพัก จำนวน 550 ห้องและโรงแรมระดับ 5 STAR  โครงการหนึ่งเดียวบนทำเลพญาไท มีรูปแบบห้องชุดให้เลือก 3 แบบ ซึ่งทุกห้องมีขนาดความสูง 3 เมตร ประกอบด้วย

1.ขนาด 1 Bedroom พื้นที่ 24.14 ตร.ม. ราคาเริ่ม 7.49 ล้านบาท*

2.ขนาด 1 Bedroom Plus พื้นที่ 33-35 ตร.ม. ราคาเริ่ม 10.99 ล้านบาท*

3.ขนาด 2 Bedroom พื้นที่ 48-55 ตร.ม. ราคาเริ่ม 16.99 ล้านบาท*

-โครงการออกแบบภายใต้แนวคิด Nature Create Signature ด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 1,800 ตร.ม. ต่อเนื่องตั้งแต่ชั้น 1-35 โดยพาร์ค ออริจิ้น พญาไทได้สร้างภูเขาใจกลางเมือง ผ่านแนวคิด 6 Stations-6 Experiences ให้ผู้อยู่อาศัยได้เรียนรู้และค้นหาประสบการณ์ใหม่ผ่านพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะตัว โดยพื้นที่สวนต่อเนื่องนี้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย เพียงไม่กี่เมตรจากประตูห้องหรือเดินขึ้นหรือลงไม่เกิน 2 ชั้นก็จะทำให้ลูกบ้านได้สัมผัสกับสวนธรรรมชาติใจกลางเมืองและด้วยความสูงของสวนแนวตั้งทั้งหมด 120 เมตร จากพื้นดินหรือประมาณ 1500 ขั้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถ เดินชมสวนธรรมชาติทั้ง 6 แบบได้อย่างไร้รอยต่อ 

-พื้นที่ส่วนกลางส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก ประกอบด้วย

ชั้น 1 : Garden Base Camp | Double Lobby : Grand Lobby, Private Lobby | Shop

ชั้น 2 Co-working Area | Smart Locker Business Room I Business Lounge

ชั้น 12 : Cascade Pool Chill Terrace | Private Massage Room Salon Room | Water Massage Room

ชั้น12A : Fitness | Yoga Room Social Room : Pool Game, Game Room

ชั้น14-17 : Heading Terrace

ชั้น 18 8 : The Tree Cabin

ชั้น 21 - 30 : Flower Field

ชั้น 34 4 : Sky Lounge | Wine Room I Mini Theatre | Private Dining Room

ชั้น 35 : Starry Sky Lounge

พร้อมด้วยพื้นที่จอดรถ 51% (Auto Parking) ด้วยระบบ BLUETOOTH ACCESS CAR ,ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

-เจ้าของห้องชุดได้รับสิทธิพิเศษ INTERCONTINENTAL BANGKOK SUKHUMVIT และ HOTEL INDIGO PHAYATHAI

-การลงทุนสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องจากห้องชุด กับโปรแกรม : HAMPTON RESIDENCE PHAYATHAI โปรแกรมลงทุนอสังหาฯ รูปแบบไร้ความเสี่ยงหนึ่งเดียวบนทำเลพญาไท การันตีผลตอบแทน 15%* พร้อมดูแลต่อเนื่อง 10 ปี* หน่วยลงทุนย่อมที่สุด ใจกลางกรุงเทพฯ  ราคาเริ่มเพียง 7.49 ล้านบาท* ทางพาร์ค ออริจิ้น มีทีมบริหารห้องพัก และหาผู้เช่า โดยทีมบริหารสินทรัพย์มาตรฐานระดับโรงแรม 5 ดาว ให้กับเจ้าของรับค่าเช่าสม่ำเสมอ และฟรี บริการ Passionlink Service

-สำหรับผู้สนใจโครงการ พบกับสิทธิพิเศษในเดือนมิถุนายน ราคาพิเศษเริ่ม 7.49 ล้านบาท* รับส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท* ฟรีค่าส่วนกลาง 5 ปี* ฟรี ค่าใช้จ่าย ณ วันโอนฯ* และรับบริการจาก Passionlink Service ได้แก่ บริการแม่บ้าน, ส่วนลดจาด Wyde Interior และประกันภัยที่อยู่อาศัย พร้อมด้วยสิทธิพิเศษจาก InterContinental Bangkok Sukhumvit และ Hotel Indigo สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.me/parkoriginphayathai หรือโทร 1498