SERENE Property ค่ายอสังหาฯ ดีเอ็นเอ ปลาเล็กว่ายเร็ว กับสูตรสำเร็จ Blue Ocean
หากเอ่ยชื่อค่ายอสังหาฯ อย่าง Serene Property หรือ บริษัท สิรีน พร๊อพเพอร์ตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อาจไม่คุ้นหูเท่าไรนัก แต่ต้องยอมรับว่านี่คือค่ายอสังหาฯ ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพได้ดีชนิดว่าสู้แบรนด์ใหญ่ได้สบายๆ ถือเป็นปลาเล็กว่ายเร็วที่ยึดกลยุทธ์ “Blue Ocean” ด้วยการกระจายโครงการอยู่ในต่างจังหวัดเกือบทุกภาคของไทย จนสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการพัฒนามากกว่า 20 โครงการ กว่า 7,000 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

ความสำเร็จของ Serene Property มีจุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ 2 ผู้บริหาร นิมิต โมนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ วุธิพรรษ์ กังสนันท์ กรรมการผู้จัดการ ที่มีการผันตัวมาจากสายงานธุรกิจรีเทลล์ ประยุกต์ใช้กับการบริหารธุรกิจอสังหาจนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งแนวสูงและแนวราบ และมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เร็วๆ นี้

15 ปี Serene Property ที่ให้ลูกค้ามากกว่า
แม้ชื่อชั้นของ Serene Property อาจไม่ชินตาสำหรับชาวกรุงเทพ แต่ Serene Property เป็นค่ายอสังหาฯ ที่ก่อตั้งมานานกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ 2553 เน้นเปิดตัวโครงการในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพอย่าง อยุธยาโคราช ศรีราชา ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ภายใต้แบรนด์
- Plus (พลัส)
- S’myne (สมายน์)
- Serene Mira (สิรีน มิรา)
- Serene Raya (สิรีน รายา)
โดยมีแบรนด์เรือธงที่กลายเป็นภาพจำอย่าง Plus (พลัส) ที่มีมากถึง 15 โครงการ
การเลือกใช้คำว่า Plus มาเป็นชื่อแรกในการทำตลาดคอนโดของบริษัท เพราะต้องการสื่อคำว่า U เป็นเสมือนตัวแทนลูกค้าคนสำคัญ ส่วนคำว่า Plus สื่อถึงความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่าในราคาที่เท่ากัน ลูกค้าของ Serene Property ต้องได้มากกว่า คุ้มราคากว่า ส่วนกลางดีกว่า ฯลฯ สิ่งนี้กลายเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้ Serene Property
อย่างที่ Serene Property ให้นิยามของ Plus เป็นเสมือนวิสัยทัศน์ของบริษัทว่า
- Perfection : ทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุด คัดเลือกบุคลากรและทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ในแต่ละส่วนงาน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาอย่างดีและคุ้มค่าที่สุด
- Leisure : สถานที่ การตกแต่ง สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย และองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนเล็กน้อยแค่ไหน จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่พักผ่อนอย่างแท้จริง
- Ultimate : มุ่งมั่นไปสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดรายหนึ่ง ที่ลูกค้าต้องคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ
- Satisfaction : สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยการดูแลและบริหารจัดการ การบริการ อย่างมีประสิทธิภาพ และซื่อสัตย์ เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น ไว้ใจ และอยู่กับเราตลอดไป

อสังหาฯ ต่างจังหวัด ตลาดเมืองขยายที่น่าจับตา
ก้าวแรกของ Serene Property เริ่มจาก พลัส คอนโด ภูเก็ต เมื่อปี 2553 ที่ฉีกแนวการเป็นคอนโดแนว affordable เจ้าแรกๆ ของภูเก็ต ในยุคที่อสังหาภูเก็ตมีแต่วิลล่าระดับพรีเมี่ยม ท่ามกลางความคาดไม่ถึงของเสียงรอบข้างว่าจะทำคอนโดภูเก็ตในราคาล้านกว่าบาทได้อย่างไร แต่สุดท้าย พลัส คอนโด ภูเก็ต กลับได้รับการตอบรับเกินคาด และนำไปสู่การเปิดคอนโดโครงการต่อๆ มาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และสุราษฎร์ธานี ก่อนขยายไปยังภูมิภาคอื่นอย่างศรีราชา อยุธยา นครราชสีมา อุดรธานี ฯลฯ
“เราเลือกโฟกัสตลาดต่างจังหวัดก่อน เพราะต้องหาจุดแตกต่าง ถ้าเราเลือกเริ่มต้นไปในพื้นที่ที่มีรายใหญ่ โอกาสสำเร็จคงยาก เราจึงเลือกตลาด Blue Ocean”

“การเลือกจังหวัดที่เราจะไป มีพิจารณาจากหลายองค์ประกอบ เกณฑ์หลักๆ จะเป็น GDP ขนาดจังหวัด รายได้ต่อหัว ขนาดของเมือง ไปจนถึงจำนวนร้าน 7-11 เราลงรายละเอียดไปถึงร้านค้าปลีก ถ้าจังหวัดไหนห้างค้าปลีกเยอะ แสดงว่าแนวโน้มดี อีกยุทธศาสตร์หนึ่ง คือ รถไฟฟ้าความเร็วสูง จะเห็นว่าอยุธยา โคราช อุดรธานี เหล่านี้เป็นเมืองที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงผ่าน” นิมิต ผู้บริหาร Serene Property เผยถึงกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว
นอกจากมองหาตลาด Blue Ocean แล้ว อีกส่วนหนึ่งมาจากความเชี่ยวชาญในการมองทำเลต่างจังหวัดหลายๆ พื้นที่ของสองผู้บริหารที่มีประสบการณ์จากธุรกิจรีเทลล์และเดินทางไปทั่วประเทศ ทำให้มองเห็นศักยภาพของหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่เป็นเมืองขยาย มีความเป็น Urbanization มากขึ้นทุกที และกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง
“อย่างเช่นที่โคราช เราเคยไปดูเมื่อสักเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนั้นตัดสินใจไม่ทำ จนกระทั่งปี 2560-2561 กลับไปดูใหม่ มีตัวเลขบ่งชี้หลายๆ อย่างที่น่าสนใจ ทำให้ตัดสินใจทำเป็นโปรเจกต์ แฟล็กชิปสโตร์ 800 กว่ายูนิต ก็ได้รับการตอบรับที่ดี จนตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่ห้อง”
“หรือช่วงปี 2558-2559 ตอนนั้นมีหลายค่ายลงไปทำตลาดที่อยุธยาแล้ว บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจไม่แนะนำให้เราทำ แต่เราเห็นตัวเลขบางอย่างที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจเปิดโครงการคอนโดที่อยุธยา พูดได้ว่าฉีกรูปแบบของคอนโดสมัยใหม่ของอยุธยา สรุปว่า 300 กว่ายูนิต ขายหมดภายใน 1 ปี พอเริ่มโครงการสองขนาด 600 กว่ายูนิต ติดกับอยุธยาพาร์คก็ขายหมดเหมือนกัน นั่นทำให้เรามั่นใจถึงสิ่งที่คิดว่าเราเข้าใจการอยู่อาศัยของคนต่างจังหวัด” วุธิพรรษ์ เสริม

จากพลัสสู่การแตกแบรนด์ที่หลากหลาย
ช่วงแรก Serene Property ขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ Plus (พลัส) ซึ่งมีทั้งคอนโดและทาวน์โฮม ต่อมามีการขยายเซกเมนต์ในกลุ่มบ้านเดี่ยวอย่าง Serene Mira (สิรีน มิรา) และ Serene Raya (สิรีน รายา) วิลล่าพรีเมี่ยมระดับราคา 25-35 ล้านบาท รวมถึงแบรนด์ล่าสุด S’myne (สมายน์) คอนโดโลว์ไรส์ ที่มีจุดเด่นสำคัญด้วยทำเลใกล้ทางเข้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งการขยายเซกเมนต์แบรนด์ที่หลากหลาย ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
"การสร้างที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด จะทำคอนโดอย่างเดียวไม่ได้ เพราะบางจังหวัดไม่สามารถเปิดคอนโดได้ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างผังเมือง, ความต้องการของผู้อยู่อาศัย พอเรามีผลิตภัณฑ์ครบ ทำให้สามารถบริหารโปรดักต์ได้ในทุกจังหวัด บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น”
“สังเกตว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เราแตกไลน์ออกมาหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว 2 โครงการที่อยุธยาและหาดใหญ่ วิลล่าที่ภูเก็ต 2 โปรเจกต์ และมีคอนโดสำหรับ First Jobber ตอบโจทย์กลุ่มที่เพิ่งสร้างตัว ในชื่อ S’myne (สมายน์) เรียกว่ามองว่าในไทยยังมีหลายจังหวัดที่มีโอกาสในการขยาย ซึ่ง Business Research ของเรา จะศึกษาเพื่อเลือกโปรดักต์ให้ถูกไปวางให้ลงตัว” นิมิต เผยให้เห็นการขยายเซกเมนต์ที่มาตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้มากขึ้น
รู้จริงพฤติกรรมคนต่างจังหวัด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Serene Property มีโครงการเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดและครองใจผู้อาศัยมาอย่างยาวนาน จุดแข็งหลักอยู่ที่การเลือกทำเลและออกแบบผลิตภัณฑ์แบบเทเลอร์เมดให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนแต่ละจังหวัดที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน สังเกตได้ว่าแต่ละโครงการของ Serene Property มีการออกแบบเลย์เอาท์เทมเพลตที่ต่างกันไปในแต่พื้นที่ ไม่ได้ใช้แพทเทิร์นเดียวกันทุกแห่ง ซึ่งนี่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่มาจากพนักงานและทีมงานที่ไปฝังตัวอยู่ในแต่ละจังหวัด

“เรามีทีม Business Analysis ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจในแต่ละพื้นที่ว่าต้องการที่อยู่อาศัยเพื่ออะไร เป็นบ้านหลังที่ 1 หรือ 2 เพราะบริบทของคนแต่ละจังหวัดไม่เหมือนเมืองใหญ่ อย่างคนอยู่คอนโดในต่างจังหวัดต้องการการเดินทางที่ความสะดวกสบาย ซึ่งคล้ายกันทุกที่”
“แต่ถ้าเป็นถนนเส้นรอง ไม่ใช่ดาวน์ทาวน์ อาจเหมาะกับทาวน์โฮม หรือตรงนั้นอยู่ใกล้อะไรที่ทำให้เขาต้องแลกชีวิตมาอยู่ในห้องเล็กๆ สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาจัดสัดส่วน หรืออย่างถ้าโครงการติดห้าง แต่ห้างนั้นอยู่นอกเมือง ก็ต้องพิจารณาว่าถ้าไปอยู่กลางเมืองมีอะไรมาชดเชย” นิมิต เล่าถึงให้เห็นภาพว่าการเลือกทำเลไม่มีสูตรตายตัว แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ล้วนแล้วต้องอาศัยวิสัยทัศน์และประสบการณ์
ความที่ Serene Property มีความแนวคิดในการทำธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน ดังนั้นทุกโครงการจึงเน้นกลั่นกรองอย่างรอบคอบ
“ยุทธศาสตร์ที่เราไปจากจังหวัดเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ สิ่งที่เราเรียนรู้ คือ เราเป็นปลาเล็กที่ว่ายเร็ว อย่างตอนเราไปเปิดตลาดที่ภูเก็ต เราทำในสิ่งที่แตกต่าง และเริ่มจากไม่กี่ห้อง ขยายมาเป็นพันห้องเลย เมื่อเราไปจังหวัดอื่นๆ ต่อ ไม่ได้แปลว่าเราจะทิ้งจังหวัดเดิม แต่กลับมาดูที่เดิมว่าโอกาสกลับมาหรือยัง ตลาดต่างจังหวัดไม่ใหญ่ ฉะนั้นต้องบริหารดีมานด์ซัพพลายให้ลงตัว ถ้าไปช้าดีมานด์อาจหมด อย่างชลบุรี-พัทยา ดีมานด์มาไวไปไวมาก แต่หลังจากนี้เราจะเป็นปลาเล็กที่ฝูงใหญ่แล้ว และเราเชื่อว่ายังมี Blue Ocean ที่มีโอกาสอีกมากมาย” วุธิพรรษ์ ย้ำให้เห็นแนวทางในการทำธุรกิจสไลต์ Serene Property
เน้นคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
อีกจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ Serene Property เกิดการตลาดแบบบอกต่อ จนบ่อยครั้งได้รับการชื่นชมจากลูกค้า นั่นไม่เพียงเกิดจากการใส่ใจในวัสดุและคุณภาพของสินค้า แต่การให้ความสำคัญกับส่วนกลางแบบจัดเต็มที่ทำให้ลูกค้าต้องร้องว้าว เช่น สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า ซึ่งไม่มีในคอนโดต่างจังหวัด เน้นการใช้ประโยชน์ได้จริง (Utilize) และการให้สเปซที่คุ้มค่าราคา รวมถึงการบริการหลังการขายและนิติที่ดูแลลูกบ้านอย่างสม่ำเสมอ
“ธุรกิจรีเทลล์สอนให้เรียนรู้ว่า เราไม่ได้ต้องการมาร์จิ้นเยอะ ขอให้อยู่ได้ ลูกค้าแฮปปี้ อย่างการออกแบบส่วนกลาง เราให้ทั้งฟลอร์ ห้องฟิตเนสก็มีคุณภาพ เพราะเราอยากให้ลูกค้าได้ของดี โดยไม่จำเป็นต้องมาซื้อในกรุงเทพฯ”
“เราให้ของที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จะถูกหรือแพง ให้ลูกค้าเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งการแข่งขันไม่ได้แปลว่าต้องทำโปรดักต์ให้ดีกว่าอย่างเดียว เราต้องมีเซอร์วิสที่ดี มีเงินทุนที่ดี และแบรนด์ดิ้งจะมาโดยอัตโนมัติ” นิมิต ทิ้งท้าย
สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของ Serene Property คือการ Looking forward ที่ไม่ต้องการเป็นที่หนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนมากกว่า