กระทรวงการคลัง มอบนโยบาย ”ธอส.” ผ่าน 3 พันธกิจหลัก มุ่งสร้างความเป็นอยู่อาศัยที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างฐานข้อมูล” เตรียมวงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท สร้างโอกาสทำให้คนไทย มีบ้านได้ง่ายขึ้น  คาดสิ้นปี 63 ปล่อยสินเชื่อรวมกว่า 209,000 ล้านบาท

        ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปี 2563 นี้ กระทรวงการคลังได้มอบหมายนโนบายให้กับธนาคารหน่วยงานของภาครัฐ โดยในส่วนของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้มอบหมาย 3 พันธกิจหลักในการให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัย อันด้แก่ พันธกิจแรก เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่อยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันภาครัฐมีนโนบายในการขจัดความเหลื่อมล้ำในที่อยู่อาศัย ซึ่งประชาชนมีความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ธอส.มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยรองรับ และมีการออกมาตรการใหม่ๆเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน

ในส่วนของพันธกิจที่สอง จะเป็นการช่วยดูแลในส่วนของภาคเศรษฐกิจ ซึ่งภาคธุรกิจขอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่สำคัญที่กระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างงานให้กับประชาชนอีกด้วย อย่างไรก็ตามในปีนี้การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นความท้าทาย และเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญมากเพื่อเป็นการออกมาตรการช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับเศรษฐกิจ โดย ธอาศ มีหน้าที่และให้โอกาสออกมาตรการพิเศษให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์

และในส่วนของพันธกิจที่สาม จะเป็นการนำเทคโนโลยีข้อมูลที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยการใช้ข้อมูลเพื่อให้บริการกับประชาชน ซึ่งปัจจุบัน ธอส.มีข้อมูลลูกค้าเกือบ 3.7 ล้านราย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ในเรื่องๆอื่นๆได้ ขณะที่รัฐบาลมีข้อมูลดูแลประชาชน ผ่านบัตรโครงการประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังมีข้อมูลกว่า 30 ล้านข้อมูลจากโครงการประชารัฐ ซึ่งในอนาคตจะมีการนำข้อมูลต่างๆมารวมกัน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า ในการพิจารณาจัดทำมาตรการใหม่ ๆ เพื่อประชาชนต่อไป

 

 

         นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารได้เดินหน้าสนองนโยบายของภาครัฐในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน”และปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับรายได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมกับแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย จึงได้เตรียมวงเงินรวมกว่า 100,000 ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1.โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2563 (กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4 % ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 5 % ต่อปี ส่วนเดือนที่ 37-42 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 43 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี และกรณีซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย

ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.50% ต่อปี) ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหลักประกัน และผู้กู้ต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 37-42 จะเป็น 0% ต่อปี ต่อเมื่อทำนิติกรรมพร้อมสมัครใช้บริการ GHB ALL และผ่อนชำระเงินงวดผ่าน GHB ALL เท่านั้น ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

 

2.โครงการสินเชื่อบ้าน Dream Homes by GHB  (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี(ปัจจุบันเท่ากับ 4.50% ต่อปี) เดือนที่ 61-66 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 67 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี

กรณีลูกค้ารายย่อยที่หน่วยงานทำ MOU ภายใต้โครงการ Corporate Synergy กับธนาคาร อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี ให้กู้สำหรับผู้กู้ที่ปัจจุบันไม่มีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. หรือสถาบันการเงินอื่น ฟรี!! ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

 

3.ผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ ธอส. รุ่นที่ 3 ชุดพิมานมาศ (กรอบวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท) โดยสลากจะจำหน่ายหน่วยละ 50,000 บาท จำนวนสลากรวมทั้งโครงการ 1 ล้านหน่วย ออกรางวัลทุกเดือน จำนวนรางวัลรวมทั้งโครงการเดือนละ 100 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และมีรางวัลพิเศษทุกไตรมาส มูลค่ารวมไตรมาสละ 10 ล้านบาท

ซึ่งจะเริ่มเปิดจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยธนาคารจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ รุ่นที่ 3 ไปจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ให้แก่ประชาชนทุกระดับรายได้โดยจะพิจารณาวงเงินการให้สินเชื่อตามความสามารถในการชำระหนี้โดยไม่มีเพดานวงเงินให้สินเชื่อต่อราย 

 

4.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ ธอส. ร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ข้าราชการ จึงได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมที่เป็นข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐ(ข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานองค์กรอิสระ และพนักงานองค์กรมหาชน) ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามเงื่อนไขการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร หรือมีวันค้างชำระตั้งแต่ 61 วันขึ้นไป

ปัจจุบันมีอยู่จำนวนประมาณ 10,000 ราย ยอดเงินต้นคงเหลือ 8,300 ล้านบาท ให้ใช้อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี ในระหว่างการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 6 เดือน ผ่อนชำระเงินงวดร้อยละ 50 ของเงินงวดตามสัญญาเดิม หรือเงินงวดตามข้อตกลงประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้เดิม โดยธนาคารจะติดตามดูผลการชำระเงิน 3 เดือน ก่อนพิจารณาจัดชั้นหนี้เป็นปกติ ส่วนเงินงวดที่ชำระตามมาตรการนี้จะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด

        สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย “มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์” อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 คงที่ 2.50% ต่อปี ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ณ วันที่ 23 มกราคม 2563 มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 11,425 บัญชี วงเงินขอกู้ 21,947 ล้านบาท และอนุมัติแล้ว 9,460 บัญชี วงเงินอนุมัติ 17,605 ล้านบาท

“โครงการบ้านล้านหลัง” อัตราดอกเบี้ย คงที่ 3% นานสูงสุด 5 ปีแรก ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ณ วันที่ 23 มกราคม 2563 มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 22,442 บัญชี วงเงินขอกู้ 16,506 ล้านบาท และอนุมัติแล้ว 21,227 บัญชี วงเงินอนุมัติ 15,086 ล้านบาท

“โครงการบ้านดีมีดาวน์” ภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ จำนวน 50,000 บาทต่อราย แก่ประชาชน 100,000 รายแรก ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการโดยอยู่ในระบบฐานภาษี มีรายได้ปี 2561 ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ณ วันที่ 22 มกราคม 2563 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 90,507 ราย เป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์การลงทะเบียน 50,506 ราย และมีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จดจำนอง และ ธอส.ได้โอนเงินที่รัฐสนับสนุนเพื่อลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัยแล้วจำนวน 5,659 ราย

 

อย่างไรก็ตามในปี 2563 ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่รวมกว่า 209,000 ล้านบาท เติบโต 3% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา และตั้งเป้ามีกำไร 14,000 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมาธนาคารตั้งเป้ามียอดปล่อยสินเชื่อที่ 203,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถปล่อยสินเชื่อรวมได้ที่กว่า 215,301 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,209,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% จากสิ้นปี 2561 และมีกำไร 13,352 ล้านบาท