เมื่อ ‘ความสบายใจ’ คือ มูลค่าที่ชีวิตคนเมืองมองหา เจาะลึก ANANDA SURE+ มาตรฐานความอุ่นใจดูแลทุกช่วงเวลาของชีวิต
สำหรับคนเมืองหลายคนทุ่มเงินก้อนโตในชีวิต เพื่อเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรือบ้านทำเลศักยภาพใจกลางเมือง
แต่มองให้ลึกลงไป เชื่อว่าเกือบทุกคนแอบมีความกังวลใจอยู่ลึก ๆ ผุดขึ้นเสมอว่า “หลังโอนกรรมสิทธิ์แล้ว เราจะได้รับการดูแลที่ดีเหมือนวันแรกไหม?”
ความกลัวเรื่องการบริการหลังการขาย นิติบุคคลที่ปล่อยปละละเลย หรือตึกที่ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว คงเป็นฝันร้ายที่คนซื้อบ้านไม่อยากเจอ
ยิ่งไปกว่านั้น วิถีชีวิตคนเมืองที่ต่างคนต่างอยู่ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นกลับมาปิดประตูล็อคห้อง บางครั้งก็ชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก กลายเป็นความเหงาในป่าคอนกรีตที่หลายคนต้องเผชิญโดยไม่รู้ตัว

นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนซื้ออสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ กลับมามองการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยไม่ได้มองแค่ “สร้างดี-ทำเลเด่น” แต่ต้องการการดูแลหลังจากนั้น
คำถามที่ว่าโครงการจะบริหารจัดการอย่างไรให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราในทุก ๆ วันดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น และมีความสุขในระยะยาว

จาก “ผู้สร้าง” สู่ “ผู้ดูแลระยะยาว” ให้ประสบการณ์ยกระดับการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน
เมื่อโจทย์คนเมืองเปลี่ยนไป ANANDA (อนันดา) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีประสบการณ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคนเมือง จึงไม่ได้หยุดตัวเองแค่บทบาท “ดีเวลลอปเปอร์” แต่มองข้ามช็อตไปถึง “การสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน” (From living standard to living experience) จึงเป็นที่มาของการพัฒนามาตรฐาน ANANDA SURE+ ที่ออกแบบจากความเข้าใจในพฤติกรรมคนเมือง

มาตรฐานนี้มุ่งเน้นเปลี่ยนความกังวลใจของลูกบ้านให้กลายเป็นความอุ่นใจและมั่นใจในระยะยาว ครอบคลุม 4 มิติของการอยู่อาศัย (Quality / Community / Worry free / Service+) ที่คิดมาเพื่อยกระดับการอยู่อาศัยให้ก้าวไปอีกขั้น ตั้งแต่ การออกแบบ การก่อสร้าง การตรวจสอบคุณภาพ การบริหารโครงการ ไปจนถึงการดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่อาศัย
“การอยู่อาศัยที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงตัวอาคาร แต่เกิดจากระบบที่ทำให้ทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัยทำงานได้อย่างสมบูรณ์ในทุกวัน ANANDA SURE+ จึงถูกออกแบบให้เป็น มากกว่ามาตรฐาน แต่เป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบครบวงจร ที่ดูแลลูกบ้านในทุกช่วงเวลา” คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต Property CEO ของ ANANDA เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของการพัฒนา ANANDA SURE+
ลองจินตนาการ…เมื่อคุณกลับถึงห้อง หลังผ่านวันทำงานโหดๆ คงขี้เกียจมาปวดหัวกับงานในบ้าน แต่ดีว่ามีบริการจาก Dusit Hospitality Services ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจบริการและการบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ มาช่วยดูแลให้ครบจบ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความละเอียดอ่อนในทุกจุด

เท่านั้นไม่พอ ในบางโครงการของ ANANDA ยังจับมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Ascott ผู้บริหารจัดการที่พักอาศัยระดับลักชัวรีที่มีเครือข่ายมากกว่า 900 โครงการในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เข้ามาเซ็ตระบบการบริหารจัดการ ทำให้มั่นใจว่าระบบส่วนกลาง การดูแลความปลอดภัย และการจัดการสินทรัพย์ภายในโครงการจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐาน
ได้ยินแค่นี้ก็เบาใจไปได้เรื่องหนึ่ง ซึ่งการจับมือกับ Global Service Partners ยังไม่เพียงแค่สร้างความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อมูลค่าโครงการ และส่งผลดีต่ออัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ในอนาคตด้วย เพราะตัวอาคารจะได้รับการดูแลและเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา

แปลงตึกเหงา ๆ ให้เป็น “คอมมูนิตี้มีชีวิต”
อีกหนึ่งมิติที่นับเป็นอินไซต์คนเมือง คือ เรื่องความสัมพันธ์ เพราะโครงการที่อยู่อาศัยที่ดียุคนี้ไม่ใช่แค่กว้าง หรือความหรูหรา แต่อยู่ที่ว่าพื้นที่เหล่านั้นฮีลใจให้ผู้อยู่อาศัยได้มากน้อยแค่ไหน?
ANANDA จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Community ในโครงการ เปลี่ยนภาพจำของคอนโดมิเนียม จากตึกสูงต่างคนต่างอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความผูกพันและเป็นสังคมเมืองที่เกื้อกูลกันอย่างแท้จริง
สูตรการสร้างคอมมูนิตี้มีชีวิตของ ANANDA เป็นการองค์ประกอบแบบองค์รวม เริ่มต้นจากการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนเมืองในหลากหลายเจเนอเรชัน สร้างพื้นที่ที่กระตุ้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ มีมุมนั่งทำงานร่วมกัน (Co-working Space) พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือพื้นที่สวนสีเขียวที่เปิดรับให้อากาศถ่ายเท เพื่อให้ลูกบ้านได้มีโอกาสเดินสวนกัน ยิ้มทักทาย และทำความรู้จักกันในวันพักผ่อน

ที่สำคัญคือการดีไซน์กิจกรรมสร้างสรรค์ภายในโครงการ มาเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ โดยมีกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อตอบรสนิยมที่แตกต่างกันของลูกบ้าน เช่น กิจกรรมเอาใจสายอาร์ตและคนรักงานคราฟต์อย่าง Culture on Canvas หรือเวิร์กชอปเก๋ ๆ อย่าง Sips & Tips ที่เปิดโอกาสให้ลูกบ้านมานั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในบรรยากาศเป็นกันเอง
หรือสำหรับสายสุขภาพ ชอบความกระฉับกระเฉง ก็มีกิจกรรมกลุ่มอย่าง Fitness Training หรือการชวนกันวิ่ง Urban Run รับลมเย็น ๆ กับเพื่อนบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์
กิจกรรมเหล่านี้จะมาเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยทำลายกำแพงความเหงา เปลี่ยนคนแปลกหน้าห้องข้าง ๆ ให้กลายมาเป็นเพื่อน ที่คอยช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน
การมีเพื่อนบ้านที่ดีและสังคมที่น่าอยู่นี่เอง คือ คุณค่าทางจิตใจที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ มันทำให้คำว่า "บ้าน" มีความหมายและน่าอยู่ขึ้นในทุก ๆ วัน

โครงสร้างเป๊ะ พื้นฐานที่มั่นใจได้
แน่นอนว่าการส่งมอบบริการที่ดีและการสร้างคอมมูนิตี้ในระยะยาวได้ ตัวโครงสร้างพื้นฐานของอาคารต้องมีความแข็งแกร่ง ไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจตั้งแต่เริ่มต้น เปรียบเสมือนการสร้างบ้านที่ดี ต้องมีรากฐานมั่นคงแข็งแรงก่อนที่จะตกแต่งให้สวยงาม
จุดนี้ ANANDA ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้อยู่อาศัยในมิติของ QUALITY ด้วยการนำระบบบริหารคุณภาพงานก่อสร้างที่เรียกว่า ATQPM เข้ามาควบคุมมาตรฐานในทุกโครงการ
ระบบ ATQPM ถูกพัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดการบริหารจัดการคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้างจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความละเอียด แม่นยำ และมีความเป็นระบบระเบียบสูง มาผสมผสานการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการออกแบบและก่อสร้างชั้นนำ เพื่อให้ได้ทั้งดีไซน์ระดับสากล และมาตรฐานการก่อสร้างที่เชื่อถือได้ ประกอบด้วย
- A (Ananda): มาตรฐานการพัฒนาโครงการตามแบบฉบับเฉพาะ ANANDA
- T (Total): การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มลงเสาเข็มจนถึงวันส่งมอบ
- Q (Quality): การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างละเอียดถี่ถ้วน
- P (Project): การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดในระดับโครงการ
- M (Management): การบริหารจัดการคุณภาพอย่างเป็นระบบ
ระบบการควบคุมคุณภาพนี้จะโฟกัสมาตรฐานหลัก 3 ด้าน ที่ใช้งานได้จริงในทุกโครงการ ได้แก่ ด้านกฎหมาย (LEGAL) ต้องถูกต้องตามข้อกำหนดการก่อสร้างอาคาร, ด้านระบบตรวจเช็ก (SYSTEM) ระบบตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างที่มีความชัดเจน และด้านบุคลากร (PEOPLE) ทีมงานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอน
ดังนั้นเมื่อลูกบ้านเห็นสัญลักษณ์นี้ จึงมั่นใจได้ทันทีใน 3 เรื่องสำคัญ คือ Structural Safety ความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยทางโครงสร้างอาคาร, QC Passed ความอุ่นใจเรื่องคุณภาพงานสถาปัตยกรรมและงานระบบ และ Service Care ความสบายใจที่ได้รับการดูแลในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย โดยลูกบ้านจะได้รับคุณภาพที่มีตัวชี้หลัก ๆ ได้แก่
- การตรวจสอบคุณภาพ: ละเอียดยิบมากกว่า 120 รายการในทุก ๆ ยูนิตก่อนส่งมอบ
- อาคารที่ได้มาตรฐาน: ด้วยการเลือกใช้ซอฟต์แวร์บริหารงานก่อสร้างระดับโลก อย่างโปรแกรม Procore และโปรแกรม Site Around เข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ควบคุมขั้นตอนการทำงาน
- การตรวจสอบระบบอาคารหลัก: ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง, งานระบบระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล (MEP) และงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง
- Quality Control Specialist: ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญทุกขั้นตอนก่อนโอน

ความสบายใจทุกช่วงเวลาการอยู่อาศัย
นอกจากการบริการที่ใส่ใจแล้ว การสร้างความสบายใจในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย แบบที่เรียกว่า Living with Peace of Mind ในที่นี้หมายถึงการอยู่เคียงข้างลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ไปตลอดการอยู่อาศัย เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมต่อชีวิตลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกบ้านอุ่นใจไร้กังวลว่ามีทีมงานดูแลพวกเราอยู่ตลอดเวลา ผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า COCORO นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่พัฒนาโดย ANANDA มาช่วยให้ทุกเรื่องบ้านจบได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ด้วยฟีเจอร์ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น
- Your Warranty บัตรรับประกันดิจิทัลแจ้งเตือนก่อนที่ประกันห้องพักจะหมดอายุ ช่วยให้ลูกบ้านกดแจ้งซ่อมได้ทันที
- Easy Connect ฟีเจอร์ติดต่อกับทีม ANANDA SURE ที่คอยสแตนด์บายรับเรื่อง เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องเดินไปตามเรื่องที่นิติบุคคลให้เสียเวลา
- Easy Life 24/7 ช่วยแจ้งเตือนเมื่อมีพัสดุมาส่ง ระบบการจองพื้นที่ส่วนกลางล่วงหน้า ลดความแออัด ไปจนถึงระบบการชำระเงินต่าง ๆ
- Easy Updates ระบบติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของโครงการ
- Your Privileges ฟีเจอร์กดรับสิทธิ์กันในทุก ๆ เดือน จาก ANANDA MEMBER CLUB และพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ

ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตที่ดีของคนเมือง อาจไม่ได้หมายถึงห้องพักในทำเลที่เดินทางสะดวกเท่านั้น แต่คือการได้อยู่อาศัยในสถานที่ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย สบายใจ และได้รับการดูแลในทุก ๆ วัน คือ การลงทุนเพื่อ "ความสบายใจ – สังคมคุณภาพ – ประสบการณ์การใช้ชีวิตระยะยาว
ดูรายละเอียด และรู้จักนิยามใหม่ของการดูแลตลอดการเดินทางของชีวิตได้ที่ www.ananda.co.th/anandasure
