ในยุคที่การซื้อบ้าน คือ การซื้อพื้นที่ฮีลใจ ที่ไปพร้อมกับการสะท้อนตัวตน วิสัยทัศน์ และ "พิมพ์เขียว" ของการใช้ชีวิต 

คำถามสำคัญที่มองให้ลึกลงไป ไม่ใช่แค่ "เราอยากได้บ้านแบบไหน" แต่ต้องมองย้อนไปถึง "ไลฟ์สไตล์ทางการเงินของเราเหมาะกับบ้านแบบไหนกันแน่?"

การเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของตัวเองไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยให้เราวางแผนกู้ผ่านหรือผ่อนไหวเท่านั้น แต่คือการทำความรู้จัก DNA ความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายใน 

สำหรับคนทั่วไป การสำรวจตัวเองผ่านกลุ่มไลฟ์สไตล์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเจอ "บ้านที่ใช่" มากขึ้น และสำหรับนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือน "เข็มทิศ" ที่ช่วยในการทำความเข้าใชผู้บริโภคยุคใหม่ ที่สำคัญช่วยในการออกแบบโปรดักต์และการวางกลยุทธ์การตลาดได้แม่นยำ

เพราะเมื่อคุณรู้ว่าลูกค้าคิดอย่างไรกับเงินในกระเป๋า คุณก็จะรู้ทันทีว่าต้องส่งมอบ "คุณค่า" แบบไหนให้โดนใจพวกเขา

6 กลุ่มผู้ซื้อบ้าน ไลฟ์สไตล์การเงินสะท้อนบ้านในฝันอย่างไร?

จากงานวิจัยชุด “THE MOST POWERFUL BRAND IN REAL ESTATE 2025: BUILDING STRONGER BRANDS THROUGH WELLNESS INSIGHT” โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก TerraBKK ที่ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ (โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลถึง 75%) และมีการเผยแพร่ในงานสัมมนาประจำปี TerraHint Brand Series 2025 ภายใต้ธีม "The Wellness Blueprint #อยู่ดีมีสูตร" ส่วนหนึ่งของงานวิจัย ได้เผยให้เห็นแผนที่พฤติกรรมการเงิน พบกลุ่มคนที่มี "Mindset" ทางการเงินที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น 6 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. กลุ่ม FIRE: นักวางแผนผู้มุ่งมั่นเพื่ออิสรภาพ (37%)

กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในผลสำรวจ ย่อมาจาก Financial Independence, Retire Early พวกเขาเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินสูง เน้นการเก็บออมและลงทุนเพื่อเป้าหมายการเกษียณเร็ว พฤติกรรมการซื้อบ้านของชาว FIRE จึงเน้นความ "คุ้มค่าและสมเหตุสมผล" ส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านเดี่ยวในงบประมาณที่เข้าถึงง่าย (ต่ำกว่า 5 ล้านบาท) เน้นไปที่ความปลอดภัยและทำเลใกล้ที่ทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง คอนเทนต์ที่พวกเขาชอบเสพจึงหนีไม่พ้นเรื่องการเงินและการศึกษา 

2. กลุ่ม YOLO: สายเปย์เพื่อประสบการณ์ชีวิต (34%)

ในทางตรงกันข้ามกับกลุ่มแรก กลุ่ม You Only Live Once หรือ YOLO เชื่อในการใช้ชีวิตเพื่อปัจจุบัน พวกเขาพร้อมจ่ายเพื่อความสุขและประสบการณ์ใหม่ๆ บ้านสำหรับชาว YOLO ต้องมาพร้อม "ความสะดวกและไลฟ์สไตล์" พวกเขาชอบคอนโดหรือบ้านที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อให้เข้าถึงสีสันของเมืองได้ง่าย บางส่วนในกลุ่มนี้เลือกที่จะ "เช่า" แทนการซื้อเพื่อรักษาความคล่องตัวในการย้ายที่อยู่ตามความต้องการ คอนเทนต์ที่ดึงดูดใจพวกเขาได้ดีที่สุดคือเรื่องการท่องเที่ยว ประเด็นสังคม และการเมืองที่สะท้อนตัวตนของเขาในโลกยุคใหม่

3. กลุ่ม DINK: คู่รักรายได้คูณสองที่มองหาคุณภาพ (18%)

กลุ่ม Double Income, No Kids คือคู่รักที่ไม่มีบุตรและมีรายได้เข้ามาจากสองทาง ทำให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินสูง พวกเขามองการซื้อบ้านเป็นทั้ง "ที่อยู่อาศัย" และ "การลงทุน" ในเวลาเดียวกัน ชาว DINK ให้ความสำคัญอย่างมากกับสภาพแวดล้อมของโครงการ สังคมเพื่อนบ้าน และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง พวกเขาสนใจทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดที่ตอบโจทย์กิจกรรมยามว่าง เช่น การเดินทางท่องเที่ยว กิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้แต่การดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรัก

4. กลุ่ม PANK: คุณน้าสาวโสดสายเปย์ (15%)

กลุ่ม Professional Aunt, No Kids (15%) เป็นกลุ่มผู้หญิงเก่ง ทำงานเก่ง และมีกำลังซื้อสูงเนื่องจากไม่มีภาระเรื่องลูก ทำให้พวกเขามีงบประมาณในการเลือกบ้านที่สูงกว่ากลุ่มอื่น (มีสัดส่วนที่มองหาบ้านในงบ 5–10 ล้านบาทชัดเจน) ชาว PANK มักเลือกคอนโดระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวก คอนเทนต์ที่เข้าถึงใจพวกเขาได้ดี คือเรื่อง Health & Wellness, Beauty และ Personal Care เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีสำหรับตัวเอง

5. กลุ่ม Pet Parent: ทาสผู้ซื่อสัตย์เพื่อความสุขของลูกสี่ขา (11%)

นี่คือกลุ่มที่เติบโตอย่างน่าจับตา กลุ่ม Pet Parent (11%) มีแรงขับเคลื่อนหลักในการซื้อบ้านคือ "พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง" พวกเขาไม่ได้มองหาแค่บ้าน แต่มองหาอาณาจักรที่น้องหมาน้องแมวจะอยู่ได้อย่างสบายใจ กว่า 69% เทใจให้บ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่สวน และให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง งบประมาณส่วนใหญ่อยู่ที่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และพวกเขามักจะติดตามคอนเทนต์เกี่ยวกับบริการที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

6. กลุ่ม WOOF: รุ่นใหญ่ไฟกะพริบที่เน้นความมั่นคง (9%)

สุดท้ายคือกลุ่ม Well-Off Older Folk หรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีความมั่นคงทางการเงินและไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเรื่องบุตรแล้ว กลุ่มนี้ถือเป็น "Heavy Spender" ของตลาดอสังหาฯ โดยมีสัดส่วนผู้ที่มองหาบ้านราคาสูง (5-10 ล้านบาท) มากกว่ากลุ่มอื่นๆ ชาว WOOF ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า Universal Design (การออกแบบที่รองรับทุกช่วงวัย) ทำเลต้องใกล้โรงพยาบาล และเน้นบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม เพราะสำหรับพวกเขา บ้านคือสถานที่พักผ่อนที่ต้องพร้อมดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิต

เพราะการเข้าใจไลฟ์สไตล์ทางการเงินทั้ง 6 รูปแบบนี้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า "ความสุข" ของการอยู่อาศัยไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงหนึ่งเดียว บางคนมีความสุขกับการเห็นตัวเลขในบัญชีเติบโต (FIRE) บางคนมีความสุขกับการได้อยู่กลางใจเมือง (YOLO) ขณะที่บางคนขอแค่มีพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น (Pet Parent)

สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การออกแบบบ้านในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การสร้างอิฐ สร้างปูน แต่คือการสร้าง "โซลูชัน" ที่ตอบโจทย์หัวใจของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ตรงจุดที่สุด

อยากรู้ว่าโครงการหรือธุรกิจของคุณเหมาะกับกลุ่มไหน? ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก TerraBKK ช่วยค้นหาคำตอบและวางแผนกลยุทธ์ที่แม่นยำให้กับคุณ พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมงานของเราได้ที่ www.terrabkk.com/contact