หลังวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยเกือบครึ่งประเทศ มโนว่าตัวเองไม่สบายจากอาการบ้านหมุน แต่ไม่กี่วิต่อมาก็ค้นพบว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวร้ายแรงที่สุดในรอบ 95 ปี และกลายเป็นเหตุการณ์ฝังใจ (ที่ไม่อยากจำ) ของคนไทยทั้งประเทศ 
หลายคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดสูง-อาคารสูง (ยิ่งกว่า) สัมผัสได้ชัดเจนถึงแรงสั่นสะเทือน และเริ่มหลอนว่าคอนโดหรืออาคารสำนักงานที่ตัวเองต้องกลับเข้าไปปลอดภัยแค่ไหน? 
ถึงจุดนี้เราควรตรวจสอบอะไรบ้าง? ทั้งเจ้าของโครงการและผู้อยู่อาศัย หรือหากกำลังมองหาคอนโดใหม่ ควรพิจารณาเรื่องใดเพิ่มเติม?

อย่าเพิ่งตกใจ หากอาคารแตกร้าว หลังแผ่นดินไหว

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารก่อนเข้าใช้งาน จุดที่ควรให้ความสนใจ คือ รอยร้าวบริเวณคานและเสาอาคาร ผนังภายในห้อง พื้นที่อาจทรุดตัว หรือแม้แต่ประตูและหน้าต่างที่ผิดรูปไปจากเดิม หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลให้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบทันที

แต่ผู้อยู่อาศัยก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป หากเห็นรอยร้าวตามผนังอาคาร เพราะต่อให้ตัวอาคารออกแบบรองรับแผ่นดินไหวไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดรอยร้าว แต่ใดๆ ต้องไม่ถล่ม เพราะอาคารรองรับแผ่นดินไหวต้องออกแบบให้เหนียว & ยืดหยุ่น การทำให้สองอย่างเกิดได้พร้อมกัน ต้องมีความเข้าใจอย่างดี เมื่ออาคารยืดหยุ่นได้ ส่วนก่อฉาบจะร้าวไปบ้างนั่นเป็นธรรมดา แต่คานเสายังต้องแข็งแรงอยู่ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของอาคารที่แข็งแรง 
เบื้องต้นสามารถประเมินระดับความเสียหายของอาคารออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • สีเขียว - อาคารปลอดภัย สามารถใช้งานได้ตามปกติ
  • สีเหลือง - อาคารได้รับความเสียหายบางส่วน ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
  • สีแดง - อาคารอยู่ในสภาพอันตราย ห้ามใช้งาน

 
ภาพประกอบจากคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

 

ในมุมเจ้าของโครงการต้องเร่งสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากอาคารที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินในกรณีที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือแรงสั่นสะเทือนเพิ่มเติม

แผ่นดินไหวสะเทือนตลาดคอนโด ผู้อยู่อาศัยควรพิจารณาอะไร?

สำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่แล้ว การมีเอกสารเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารที่แสดงมาตรฐานการก่อสร้างรองรับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบ รวมถึงประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากแผ่นดินไหว
ในขณะที่ผู้จองคอนโดไว้แต่ยังไม่ได้เข้าอยู่ ควรสอบถามโครงการถึงมาตรฐานความปลอดภัย และตรวจสอบโครงสร้างก่อนโอนกรรมสิทธิ์

กรณีการเลือกซื้อสังหาริมทรัพย์ ต่อไปจากนี้ไปผู้บริโภคต้องมีหลักการในการเลือก 3 ปัจจัยนี้ 

  • Quality & Safety คุณภาพที่มีความครอบคลุมถึงมาตรฐานการก่อสร้างและคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของผู้อยู่อาศัย 
  • Design การออกแบบที่สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ และแผ่นดินไหว คือ อาคารไม่ขวางทิศทางลม ยืดหยุ่นรองรับภัยพิบัติได้ มีพื้นที่สีเขียวหรือที่โล่งเพียงพอ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งรถดับเพลิง รถโรงพยาบาลเข้าถึงได้ และจุดรวมพลที่ปลอดภัย 
  • Brand เลือกผู้ประกอบการที่ดี มองเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เพียงต้องการขยายการเติบโตด้านยอดขายเพียงอย่างเดียว และมีความพร้อมในส่วนของทีมบริการหลังการขาย


นิติต้องพร้อม! อัพเกรดคอนโด-ออฟฟิศ รับมือแผ่นดินไหว

กลับมามองในมุมเจ้าของโครงการ หากตัวอาคารมีความเสียหาย นิติ หรือเจ้าของโครงการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ส่วนกลางและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์ ควรแสดงความรับผิดชอบในการจัดการพื้นที่ส่วนกลางและช่วยเหลือเจ้าของห้องชุดให้การสนับสนุนทีมช่างในการช่วยซ่อมแซม ดำเนินการตรวจสอบอาคาร ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน จัดแผนฝึกซ้อมอพยพ และปรับปรุงโครงสร้างที่มีความเสี่ยง อีกทั้งควรว่าจ้างบริษัทวิศวกรรมมาตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร เพื่อรักษาความปลอดภัยในการต่อไป รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย 


 

เช่นเดียวกับอาคารสำนักงานและสถานที่จัดแสดงสินค้าก็ต้องปรับตัว ควรมีป้ายบอกทางหนีฉุกเฉินที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบและการให้ข้อมูลกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การมีระบบการสื่อสารภายในอาคารต้องมี Command center ที่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ เสมือนเป็นห้องปฏิบัติงานที่จะช่วยให้การจัดการสั่งการได้ทันท่วงที รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่หลบภัยสำหรับคนจำนวนมาก 

บทเรียนจากญี่ปุ่นถึงกรุงเทพฯ : อาคารสูงต้องปรับตัว

มาตรการการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว ไทยควรเรียนรู้จากประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีบทเรียนและมีประสบการณ์ในการรับมือสถานการณ์เหล่านี้อย่า ทุกวันนี้อาคารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นถูกออกแบบให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือน มีการผสมผสานเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ เช่น ฐานยืดหยุ่น (Base Isolation) และโครงสร้างดูดซับแรงสั่น (Damping Systems) รวมถึงมีการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า และฝึกซ้อมอพยพอย่างสม่ำเสมอ 

ทั้งนี้ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ ระบบนี้จะช่วยส่งสัญญาณเตือนได้ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากตรวจพบการสั่นสะเทือน ทำให้ประชาชนมีเวลาหลบภัยหรือตัดสินใจได้ทันต่อสถานการณ์

นอกจากนี้ตามโรงเรียนและสถานประกอบการของญี่ปุ่นจะมีการฝึกอบรมรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทุกคนรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ไม่ตื่นตระหนก อย่างเช่น แผนการอพยพทุกครอบครัวจะมีแผนอพยพที่ชัดเจน รู้จักจุดรวมพลในกรณีฉุกเฉิน คนญี่ปุ่นมักเตรียมชุดฉุกเฉินไว้เสมอ ประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารสำรอง ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และวิทยุ และที่น่าทึ่งอีกอย่างคือหลังแผ่นดินไหวญี่ปุ่นมีการจัดการระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบการขนส่ง จะได้รับการฟื้นฟูภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่เกินหนึ่งวันในกรณีพื้นที่ไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง

จุดพลิกตลาดอสังหาฯ กับการสร้างมาตรฐานใหม่

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จากความมั่นใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้ซื้อจะให้ความสำคัญกับมาตรฐานโครงสร้างรองรับแผ่นดินไหวมากขึ้น โครงการใหม่ๆ อาจต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานการก่อสร้าง ตลาดบ้านแนวราบอาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเพราะให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่า

ใดๆ แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เราจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคอนโด ผู้ที่กำลังจะซื้อ หรือเจ้าของโครงการ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ที่อยู่อาศัยปลอดภัยขึ้น "รู้ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า!"