ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงเหตุการ์ณจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วมฉับพลันที่สนามบินดูไบ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย ไฟป่าในสหรัฐอเมริกา ทำให้มีความตื่นตัวเรื่องความยั่งยืนและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น จึงทำให้เรื่องของความยั่งยืนก็ยังคงเป็นเทรนด์ต่อไปในปี 2025

COP29 และก้าวต่อไปของการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

            การประชุม COP29 ที่จัดขึ้นในเมือง Baku ประเทศ อาเซอร์ไบจาน ได้ผ่านไปแล้ว ซึ่งผลจากการประชุมในครั้งนี้ก็พอจะได้ข้อสรุปและแนวทางการแก้ไขปัญหาอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังคงต้องหาข้อสรุปกันต่อไป เช่น เรื่องของ climate finance นั้น การประชุม COP29 ก็ได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการเพิ่มเงินสนับสนุนเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น แต่ในการประชุมครั้งนี้ก็ยังมีข้อถกเถียงระหว่างกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วกับกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เกี่ยวกับการสนับสนุนการที่ต้องลดผลกระทบอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของโลก ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ในการดำเนินการลดการปลดปล่อยก๊าซต่างๆ เพราะการปลดปล่อยก๊าซที่เพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น กว่า 75 เปอร์เซนต์นั้นมาจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการสนับสนุนประเทศที่กำลังพัฒนา ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามากเกินไป และด้วยการมาของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา เรื่องความเหมาะสมของการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ก็คงยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูท่าทีกันต่อไป  

            ในส่วนของตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนนั้น การประชุม COP29 ก็ได้มีการเห็นด้วยเรื่องของการพัฒนากระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งการทำตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตให้เป็นมาตรฐานนั้นจะสามารถช่วยเพิ่มการลดการปลดปล่อยคาร์บอนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เราคงได้เห็นความพยายามที่จะทำให้เกิดมาตรฐานกลางของตลาดคาร์บอนเพิ่มขึ้นอีก

            การลดการใช้น้ำมันฟอสซิลนั้นยังไม่ถึงเป้าในหลายๆ ประเทศ ซึ่งทำให้ยังต้องมีการใช้ความพยายามในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ก่อนที่จะถึงการประชุม COP30 ที่บราซิล ซึ่งเป็นปีที่หลายๆ ประเทศต้องรายงานเป้าหมายการลดการปลดปล่อยคาร์บอนตามที่กำหนดไว้ใน NDCs ของตนเอง ซึ่งจะทำให้เห็นการผลักดันการลดการใช้น้ำมันฟอสซิลเพิ่มขึ้นในหลายๆ ประเทศ

พลังงานหมุนเวียนและการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์

            ในฟากของพลังงานสะอาดนั้น พลังงานจากแสงอาทิตย์นั้นมีการเติบโตสูงที่สุด จากรายงานของ International Energy Agency (IEA) มีการคาดว่าระหว่างปี 2023-2028 จะมีการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนแบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นถึง 3700 กิกะวัตต์ และทาง IEA ยังคาดว่าใรปี 2025 นี้ แหล่งพลังงานหมุนเวียนจะแซงหน้า ถ่านหิน เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าหลัก และในปี 2028 การผลิตไฟฟ้าของโลกจะมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนถึง 42 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งคงจะทำให้เห็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น

ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช plant-based

            การทำปศุสัตว์นั้นทำให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าศเรือนกระจกที่ต้องลดปริมาณการปลดปล่อย การลดการบริโภคเนื้อสัตว์จึงเป็นโอกาสในการเติบโตของผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช (plant-based) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รายงานจาก National Restaurant Association (NRA) ประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าไม่เพียงแต่ โปรตีนทางเลือก ที่มาจากพืชและธัญพืชจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ ผลิตภัณฑ์นมที่มาจากพืช (plant-based dairy) เช่น นมข้าวโอ้ต นมจากถั่วต่างๆ ก็จะได้รับความนิยม รวมถึงชีสที่ถูกพัฒนาจากพืช เช่น ชีสจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (cashew cheese) ชีสวีแกน (vegan cheese) และ การทำประมงเกินขนาด (overfishing) ที่ทำให้จำนวนปลาลดน้อยลงก็ทำให้การบริโภค อาหารทะเลที่มาจากพืช (plant-based seafood) เติบโตขึ้นเช่นกัน 

 

ที่มา

https://energydigital.com/top10/top-10-renewable-energy-sources-2024

https://totalfood.com/curating-plant-based-food-trends-growth-outlook-2025/

https://www.theccc.org.uk/publication/cop29-key-outcomes-and-next-steps-for-the-uk/