ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่นักลงทุนต่างชาติมองกรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มีความคุ้มค่าและราคายังเข้าถึงได้ เมื่อเทียบกับเมืองหลักในภูมิภาค แต่รายงาน Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2026 พบว่ากรุงเทพฯ ได้เข้าสู่ Top 10 เมืองที่มีต้นทุนก ารใช้ชีวิตระดับพรีเมียมสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง หรือ HNWIs สูงที่สุดในโลก อยู่ในกลุ่มเดียวกับเมืองสำคัญอย่างสิงคโปร์ ซูริก โมนาโก ลอนดอน และฮ่องกง

แม้การติดอันดับเมืองที่มีต้นทุนพรีเมียมสูง อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือสัญญาณว่ากรุงเทพฯ กำลังยกระดับสู่ตลาดที่มีความพร้อมมากขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไลฟ์สไตล์ บริการระดับสูง และความต้องการจากกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ อันดับนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความแพง” แต่คือการพัฒนาการของตลาดพรีเมียมที่เริ่มได้รับการยอมรับในระดับสากล
 


เมื่อกรุงเทพฯ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเมืองพรีเมียมระดับโลก การที่กรุงเทพฯ เข้าสู่ Top 10 ทำให้เมืองหลวงของไทยถูกมองในบริบทเมืองที่มีองค์ประกอบของตลาดพรีเมียม โดย ดัชนีของ Julius Baer พิจารณาจากสินค้าและบริการระดับพรีเมียม 20 รายการ เช่น อสังหาริมทรัพย์ระดับหรู การศึกษาเอกชน บริการด้านสุขภาพ การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และบริการสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง
.
การติดอันดับครั้งนี้ สอดคล้องกับการที่ กรุงเทพฯ มีระบบนิเวศที่รองรับกลุ่ม HNWIs ได้ดีขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และบริการที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตระดับสากล สำหรับนักลงทุน อันดับดังกล่าวช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่มีต้นทุนต่ำ แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในกลุ่มพรีเมียม


.
สำหรับ เอเชียที่ยังเป็นศูนย์กลางของความต้องการระดับพรีเมียม จากรายงานปี 2026 พบว่า ความแตกต่างของตลาดลักชัวรีทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางยังคงมีแรงส่งที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับบางตลาดในยุโรปที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งกรุงเทพฯ ได้รับประโยชน์จากด้านนี้โดยตรง เพราะเป็นเมืองที่มีทั้งศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การแพทย์ ไลฟ์สไตล์ และการอยู่อาศัยระยะยาว ทำให้ยังคงดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อจากภูมิภาค รวมถึงครอบครัวต่างชาติที่มองหาฐานการใช้ชีวิตในเอเชีย ต้นทุนพรีเมียมที่สูงขึ้น จึงหมายถึง ตลาดคุณภาพ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในทำเลดี มีมาตรฐานสูง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตระยะยาว
.
ต่อมา คือ กรุงเทพฯ ที่แข็งแรงในตลาดไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ สำหรับกลุ่ม HNWIs ยุคใหม่ที่มองหาสินทรัพย์ เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ประสบการณ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น นี่คือจุดแข็งของกรุงเทพฯ เมืองนี้มีทั้งโรงพยาบาลระดับสากล ร้านอาหารคุณภาพสูง โรงแรมระดับลักชัวรี บริการสปาและเวลเนส รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเมื่อเทียบกับเมืองหลักอื่นๆ ในโลก แม้สินค้าบางประเภท เช่น รถยนต์หรูหรือสินค้าแบรนด์เนม อาจมีต้นทุนสูง แต่บริการด้านไลฟ์สไตล์จำนวนมากของกรุงเทพฯ ยังมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเมืองอย่างลอนดอน นิวยอร์ก หรือสิงคโปร์

ความสมดุลระหว่าง สถานะของเมืองพรีเมียม และ คุณภาพชีวิตที่ยังมีความคุ้มค่า จึงยังทำให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าสนใจสำหรับทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และการพำนักระยะยาว
.
การที่กรุงเทพฯ ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มเมืองพรีเมียมระดับโลก ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถของตลาดในการรักษามูลค่าเมื่อเทียบกับบริบทโลก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ อสังหาริมทรัพย์พรีเมียมในกรุงเทพฯ จึงอาจมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์เพื่อกระจายพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนยังต้องพิจารณาปัจจัยเฉพาะของแต่ละโครงการ ทั้งทำเล คุณภาพผู้พัฒนา อุปทานในพื้นที่ ศักยภาพค่าเช่า และสภาพคล่องในการขายต่อ


References

Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2026
https://www.juliusbaer.com/en/spotlight/global-wealth-and-lifestyle-report-2026/

Bangkok among world's 10 most expensive cities for the wealthy
https://www.bangkokpost.com/business/general/3282929/bangkok-among-worlds-10-most-expensive-cities-for-the-wealthy

Strong Wealth Accumulation In North America In 2026 – Julius Baer
https://www.familywealthreport.com/article.php/Strong-Wealth-Accumulation-In-North-America-In-2026-–-Julius-Baer--?id=208177

Julius Baer Publishes Global Wealth and Lifestyle Report 2026
https://www.hubbis.com/news/julius-baer-publishes-global-wealth-and-lifestyle-report-2026