สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2569” พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ชะลอตัวในด้านอุปทาน โดยใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนหน่วยและจำนวนโครงการ ขณะที่ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนก็ลดลงเช่นกัน
แต่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.6 โดยเป็นการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่งผลให้จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่และมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -31.1 และร้อยละ -10.4 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ด้านอุปสงค์ พบว่าจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 แต่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงร้อยละ -2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย
ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2569 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีจำนวน 13 โครงการ (ลดลงร้อยละ -58.1) จำนวน 2,645 หน่วย (ลดลงร้อยละ -44.3) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีจำนวน 31 โครงการ และจำนวน 4,745 หน่วย
-
แยกตามประเภท: พบว่า บ้านเดี่ยว มีจำนวน 1,252 หน่วย (คิดเป็นร้อยละ 47.3 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด) รองลงมาได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 1,032 หน่วย (คิดเป็นร้อยละ 39.0) และบ้านแฝด จำนวน 330 หน่วย (คิดเป็นร้อยละ 12.5)
-
จำแนกรายจังหวัด: พบว่า กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินใกล้เคียงกัน มีจำนวน 1,004 หน่วย และจำนวน 1,003 หน่วย ตามลำดับ โดยเกือบทุกจังหวัดมีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง ยกเว้นจังหวัดปทุมธานีซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่จังหวัดนครปฐมและนนทบุรีไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน

ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ทั้งประเภทบ้านที่ประชาชนสร้างเอง บ้านในโครงการจัดสรร และอาคารชุด ประมาณ 11,174 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
-
แบ่งออกเป็นแนวราบ 8,541 หน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.4)
-
อาคารชุด มีจำนวนประมาณ 2,633 หน่วย (ลดลงร้อยละ -40.9) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า นนทบุรี มีใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 รองลงมาเป็น ปทุมธานี เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 และกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 เมื่อจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเกือบทุกจังหวัด ยกเว้น นครปฐมและสมุทรสาคร ส่วนอาคารชุดลดลงทุกจังหวัด โดยสมุทรปราการ ลดลงมากที่สุดคือร้อยละ –93.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จำนวน 8,370 หน่วย (ลดลงร้อยละ –31.1) และมีมูลค่า 59,782 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ –10.4) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีจำนวน 12,140 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 66,738 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทโครงการ พบว่า มีการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่จำนวนรวม 49 โครงการ ลดลงร้อยละ –24.6 เมื่อแยกตามประเภท พบข้อมูลดังนี้
-
บ้านจัดสรร: มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่จำนวน 1,859 หน่วย (ลดลงร้อยละ –54.5) และมีมูลค่า 21,390 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ –50.5) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
-
โครงการอาคารชุด: มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่จำนวน 6,511 หน่วย (ลดลงร้อยละ –19.2) และมีมูลค่า 38,393 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.0) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวน 14,903 หน่วย ลดลงร้อยละ –16.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ (นับรวมบ้านจัดสรรและบ้านที่ประชาชนสร้างเอง) จำนวน 8,632 หน่วย และเป็นอาคารชุด จำนวน 6,271 หน่วย
ในจำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ พบว่า เกือบทุกประเภทมีจำนวนลดลง ยกเว้นบ้านแฝดที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.6 และทาวน์ّه้าส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า ลดลงเกือบทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดนนทบุรีเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยแนวราบ
สถานการณ์ด้านอุปสงค์ที่อยู่อาศัย
การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล จำนวน 33,672 หน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5) และมีมูลค่า 103,939 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ –2.8) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
-
แบ่งเป็น การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 16,600 หน่วย มีมูลค่า 64,042 ล้านบาท
-
อาคารชุด จำนวน 17,072 หน่วย มีมูลค่า 39,896 ล้านบาท
สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์จำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัยใหม่และมือสอง มีรายละเอียดดังนี้:
-
ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ (โอนจากนิติบุคคล): มีจำนวน 14,619 หน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0) มูลค่า 63,220 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ -5.6)
-
ที่อยู่อาศัยมือสอง (โอนจากบุคคลธรรมดา): มีจำนวน 19,053 หน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.0) มูลค่า 40,719 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8)
-
สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ (สร้างใหม่ : มือสอง): ในแง่จำนวนหน่วยเท่ากับ 43 : 57 ส่วนในแง่มูลค่าเท่ากับ 61 : 39

เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพมหานครมากที่สุด จำนวน 17,746 หน่วย มีมูลค่า 64,952 ล้านบาท โดยมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกจังหวัดและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ
คำสงวนลิขสิทธิ์ การนำข้อมูลที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ไปใช้งาน หรือเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าแต่เพียงบางส่วนหรือทั้งหมด กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์” เป็นแหล่งที่มาของข้อมูลด้วย
ข้อความจำกัดความรับผิดชอบ ข้อมูลสถิติ ข้อเขียนใด ๆ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้รับมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรือจากการประมวลผลที่เชื่อถือได้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ตรวจสอบจนมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องหรือความเป็นจริง และไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ๆ จากการใช้ข้อมูล ผู้นำข้อมูลไปใช้พึงใช้วิจารณญาณ และตรวจสอบตามความเหมาะสม
