แสนสิริถอดแนวคิด Real Estate Reset เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน ในงาน EARTH JUMP 2026
แสนสิริถอดแนวคิด Real Estate Reset เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน ในงาน EARTH JUMP 2026 บนเวทีในหัวข้อ พลิกเกมส์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยความยั่งยืน โดยคุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แสนสิริ
ทุกวันนี้เกมใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ต้องให้ความสำคัญกับทั้งทำเล ราคา ดีไซน์ รวมถึงการสร้างบ้านที่ดีต่อชีวิต ดีต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่ออนาคตของธุรกิจ ดังนั้น Real Estate Reset : Sustainability as the New Game Changer นั้น คุณอุทัย ให้แนวคิดสำคัญว่า “บ้านคือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตที่มีความสุข” ซึ่งสำหรับแสนสิริ บ้านจึงไม่ใช่สินค้าที่ส่งมอบให้ลูกค้า แต่คือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต สุขภาพ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และอนาคตของผู้คนในระยะยาว
✨ โดยตลอดกว่า 40 ปีของการดำเนินธุรกิจ แสนสิริให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำงานร่วมกับ UNICEF การสนับสนุนเด็ก เยาวชน การศึกษา และชุมชน โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเวที COP26 ในปี 2021 หรือ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กับประเด็น Climate Change กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกอุตสาหกรรม ทำให้แสนสิริ จึงเริ่มตั้งคำถามว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด? และจะลดผลกระทบนั้นได้อย่างไร?
จากการประเมิน Carbon Footprint แสนสิริ พบว่า การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต้องมองตลอดวงจรชีวิตของบ้าน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ การก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้พลังงานของลูกบ้านในระยะยาว โดยมีฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
Green Framework ของแสนสิริ ครอบคลุม 3 แกนหลัก คือ
▪️ การออกแบบสถาปัตยกรรมและดีไซน์
▪️ การเลือกใช้วัสดุ
▪️ กระบวนการก่อสร้าง
หัวใจสำคัญ คือ การออกแบบบ้านให้เหมาะกับภูมิอากาศเมืองร้อนของไทย บ้านไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องช่วยลดความร้อน สร้างการไหลเวียนของอากาศ ลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในด้านสุขภาวะ แสนสิริยังให้ความสำคัญกับ PM2.5 คุณภาพอากาศภายในบ้าน วัสดุ Low VOC และแนวคิด Universal Design เพื่อให้บ้านตอบโจทย์ผู้คนหลากหลายช่วงวัย เพราะ “บ้านยั่งยืน” คือ บ้านที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและต้องบ้านที่ดีต่อชีวิตประจำวันของคนที่อยู่จริงด้วย
♻️ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คื อการลดของเสียในกระบวนการก่อสร้าง ลด Waste ลดต้นทุน ลดผลกระทบ จากเดิมที่งานก่อสร้างอาจมีของเสียในระดับสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยการจัดการที่ดีขึ้นและการใช้ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เช่น โรงงาน Precast ทำให้บางกระบวนการสามารถลด Waste ลงมาเหลือประมาณ 1–2% นี่คือจุดที่ทำให้ความยั่งยืน ไม่ใช่ภาระต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพทางธุรกิจได้โดยตรง

⚡แสนสิริ เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้ง Solar Cell, EV Charger พื้นที่สีเขียว และวัสดุที่ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร โดยเป้าหมาย คือ การลดคาร์บอนขององค์กร แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกบ้านในระยะยาว ทั้งค่าไฟ ค่าส่วนกลาง และต้นทุนการอยู่อาศัย
หนึ่งในก้าวสำคัญของแสนสิริ คือ การเชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับภาคการเงิน ผ่าน Green Loan ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ภายใต้เกณฑ์ที่สอดคล้องกับ Thailand Taxonomy แสนสิริ คือ อสังหาริมทรัพย์รายแรก ที่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม ใน 6 โครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้เกณฑ์ Thailand Taxonomy และ
แสนสิริได้รับ Green Loan มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมต้นแบบ มูลค่าโครงการรวม 11,500 ล้านบาท ได้แก่
▪️ PTY Residence Sai 1 พัทยา
▪️ The Standard Residences Hua Hin
▪️ WIDEN by Sansiri นางลิ้นจี่
รวมถึง หุ้นกู้ GREEN BOND ครั้งแรกของอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย โครงการแรก กับคอนโดมิเนียมทำเล สารสิน ซึ่งเปิดจองซื้อที่ธนาคารกสิกรไทย จากเกณฑ์ประเมินด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Emission Intensity หรือความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตรต่อปี และผ่านการตรวจสอบโดย Bureau Veritas องค์กรตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล ดังนั้นในอนาคต โครงการที่ลดคาร์บอน ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ และผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม อาจไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่จะกลายเป็นเงื่อนไขของการเข้าถึงเงินทุน ต้นทุนทางการเงิน และความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน
ที่สำคัญความยั่งยืนต้องเดินไปพร้อม Supply Chain หรือความร่วมมือจากคู่ค้า และพันธมิตร จากการที่แสนสิริมีคู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้ขายวัสดุ และผู้ให้บริการรวมประมาณ 4,000 ราย การเปลี่ยนผ่านขององค์กร ต้องเปลี่ยนทั้งภายในบริษัท และทั้ง Ecosystem ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการทดลองพัฒนาบ้านต้นแบบร่วมกับพันธมิตร Green Supply Chain จำนวน 18 ราย โดยนำองค์ประกอบด้านบ้านปลอดฝุ่น วัสดุ Low VOC, Solar Cell, แบตเตอรี่ ระบบจัดการน้ำ และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาทดลองร่วมกัน
บ้านต้นแบบ สามารถลดคาร์บอนจากบ้านทั่วไปได้ประมาณ 80% แม้ต้นทุนเชิงพาณิชย์อาจยังไม่เหมาะสมในวันนี้ แต่ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า บ้านมาตรฐานใหม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อเทคโนโลยี ต้นทุน และตลาดพร้อมมากขึ้น
บทเรียนจากแสนสิริ บนเวที EARTH JUMP 2026 คือ ความยั่งยืนไม่ใช่งานเสริมขององค์กร แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ การก่อสร้าง การเงิน ซัพพลายเชน และประสบการณ์ของลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่เริ่มพัฒนาโครงการ เพราะท้ายที่สุด บ้านที่ดีในอนาคต ต้องเป็นบ้านที่ช่วยให้ผู้คน “อยู่ดี” และช่วยให้โลกใบนี้ “อยู่รอด” ไปพร้อมกัน