พลิกเกมธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารไทย ด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขัน บนเวที EARTH JUMP 2026
พลิกเกมธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารไทย ด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขัน บนเวที EARTH JUMP 2026 ในหัวข้อ พลิกเกมธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารไทย ด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยวิทยากรจาก 3 ภาคส่วน ให้มุมมองร่วมกันถึงความยั่งยืน คือ เงื่อนไขของการอยู่รอด การเติบโตทางธุรกิจ และกำลังกลายเป็นระบบใหม่ที่ธุรกิจต้องมี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการ ที่ต้องตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า ต้นทุน ความเสี่ยง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะยาว เริ่มที่
▪️คุณชมพรรณ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ???? โรงแรมยุคใหม่ต้องมีข้อมูลลูกค้าโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มองค์กร MICE บริษัทข้ามชาติ และเอเจนซี่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ไม่ได้ถามเพียงราคา ห้องพัก หรือบริการอีกต่อไป แต่เริ่มถามถึงคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่อห้องพัก การใช้น้ำ การจัด Green Meeting และข้อมูลด้านความยั่งยืนที่สามารถพิสูจน์ได้ ดังนั้น “เราต้องมีโซลูชัน มีคำตอบ และมีข้อมูล ดังนั้นต้องพร้อม พร้อมอย่างเดียวไม่พอ ต้องโชว์ด้วยว่าเราทำจริง”

จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจโรงแรม ที่ความยั่งยืน ไม่เพียงมี certification หรือ รายงานองค์กร แต่ต้องอยู่ในทุก customer journey ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การจองห้องพัก ไปจนถึงประสบการณ์จริงที่ลูกค้าเห็นและสัมผัสได้ จากกรณีของ Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort จังหวัดเชียงราย คือหนึ่งในตัวอย่างของการเชื่อมความยั่งยืนเข้ากับประสบการณ์ลูกค้า ทั้งธรรมชาติ การอนุรักษ์ช้าง การดูแล biodiversity และการทำให้สิ่งที่แบรนด์พูดสอดคล้องกับสิ่งที่แบรนด์ลงมือทำจริง
▪️คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ????️ ธุรกิจอาหารกับโจทย์ใหญ่ ที่มีของ Supply Chain และ Food Waste ตั้งแต่วัตถุดิบ เกษตรกร โรงงาน การขนส่ง สาขา แพ็กเกจจิ้ง อาหารเหลือ ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค

วันนี้ผู้บริโภค เริ่มสนใจที่มาของอาหาร สุขภาพ บรรจุภัณฑ์ และความรับผิดชอบของแบรนด์ ขณะเดียวกัน คู่ค้ารายใหญ่และคู่ค้าต่างประเทศก็เริ่มใช้ ESG เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาความร่วมมือทางธุรกิจ เพราะ “วันนี้ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ขององค์กรแล้ว แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจในอนาคต”
โดยเส้นทางของ S&P เริ่มตั้งแต่ปี 2016 จากการติดตั้ง Solar Roof ก่อนตั้งสำนักพัฒนาความยั่งยืนในปี 2019 เพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ แม้ช่วงเริ่มต้นจะเจอวิกฤตโควิด แต่องค์กรเลือกเดินหน้าด้วยสิ่งที่ “ไม่ใช้เงิน” ก่อน เช่น การลดพลาสติก แยกขยะ ปรับบรรจุภัณฑ์ อบรมพนักงาน และสร้าง ESG DNA ภายในองค์กร
จากข้อมูล S&P สามารถลดการใช้พลาสติกได้ประมาณ 352 ตัน ในช่วง 2–3 ปี และตั้งเป้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุรักษ์โลก 100% โดยปัจจุบันทำได้แล้วประมาณ 97% โดยอีกหนึ่งกรณีสำคัญ คือ การจัดการ Food Waste ผ่านการวางแผน ordering ระหว่างหน้าร้านกับโรงงาน การพัฒนาสินค้าขนาดเหมาะสมกับการบริโภคหนึ่งครั้ง และการส่งต่ออาหารส่วนเกินผ่านมูลนิธิ SOS โครงการนี้ดำเนินมากว่า 6 ปี ส่งต่ออาหารให้ชุมชนแล้วประมาณ 1.18 ล้านมื้อ คิดเป็นราว 27% ของ Food Waste ทั้งหมด และขยายจากจุดเริ่มต้นเพียง 10 สาขา สู่ประมาณ 205 สาขา ครอบคลุม 10 จังหวัด
▪️คุณณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ???? ภาคการเงินมอง ESG เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยเฉพาะ Climate Risk ที่ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง ทั้งน้ำท่วม ความเสียหายต่อทรัพย์สิน การหยุดชะงักของการดำเนินงาน ต้นทุนซ่อมแซม และรายได้ที่หายไป “ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันคือความเสี่ยงทางธุรกิจ”

การทำความยั่งยืนไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะต้องเจอดอกเบี้ยสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ตรงกันข้ามภาคการเงินกำลังพัฒนาเครื่องมือเพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้กับธุรกิจที่เริ่มเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น “ไม่ได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่การทำเพื่อความยั่งยืนเป็นตัวลดดอกเบี้ย”
ทั้งนี้ KBank เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2554 และในปีนี้ครบ 15 ปี โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจ เช่น สินเชื่อสีเขียวที่มีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3.5% ในช่วง 2 ปีแรก รวมถึง K Climate Shield สำหรับช่วยธุรกิจลงทุนป้องกันความเสี่ยงจากน้ำท่วม และสินเชื่อ “ยิ่งกรีนยิ่งได้” ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจลดดอกเบี้ยได้ หากบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหรือได้รับ green certificate และ “เราต้องการทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องที่ง่ายเพียงพอ เพราะทำธุรกิจยากพอแล้ว”
✨ ข้อสรุปจากเวทีนี้✨
▪️ ESG ต้องเริ่มจากเรื่องที่ธุรกิจ “อิน” และเกี่ยวข้องกับผลกระทบจริง
▪️ ไม่จำเป็นต้องพร้อม 100% ก่อนเริ่ม แต่ต้องเริ่มจากสิ่งที่ทำได้
▪️ ข้อมูล คือ หัวใจสำคัญ เพราะสิ่งที่วัดไม่ได้ จะบริหารต่อได้ยาก
▪️ ความยั่งยืนต้องเชื่อมกับลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และซัพพลายเชน
▪️ ภาคการเงินกำลังมีบทบาทสำคัญในการทำให้การเปลี่ยนผ่านง่ายขึ้นสำหรับ SME
ท้ายที่สุด ความยั่งยืนไม่ใช่ งานเสริมของธุรกิจ แต่คือระบบที่ต้องปฏิบัติ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่กลยุทธ์องค์กร การทำงานหน้างาน การจัดการต้นทุน ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันระยะยาว