✨บนเวที SME & Climate Tech ในงาน EARTH JUMP 2026 เรื่อง Green Building หรืออาคารเขียว กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เริ่มที่

 

▪️คุณเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานบริษัท บจก. ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น ???? เมื่อการแก้ปัญหาอาคาร คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจยั่งยืน โดยคุณเนวินธุ์ให้มุมมองด้าน Green Building Solution ผ่านแนวคิด Green Wall, Green Roof, Passive Design, Cool Roof และระบบหลังคา Zip Roof ที่ช่วยลดความร้อน ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของอาคาร เพราะในเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ อาคารจำนวนมากต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศอย่างหนัก หากเมืองยังเต็มไปด้วยพื้นผิวที่สะสมความร้อน ก็ยิ่งทำให้เกิด Urban Heat Island และเพิ่มภาระด้านพลังงานต่อเนื่อง

ทางออกจึงอยู่ที่การออกแบบอาคารให้รับมือกับความร้อนได้ดีขึ้น ตั้งแต่การไหลเวียนอากาศ แผงบังแดด กรอบอาคาร หลังคาเย็น ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวบนอาคาร นี่คือความเขียวที่ดูดี และช่วยลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารได้

✨วงเสวนา Real Green Real Estate : ส่องอนาคต ธุรกิจอสังหาฯ ไทยที่อยู่เย็นและเป็นสุข กับ 3 วิทยากร คือ 

▪️คุณอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อรสิริน โฮลดิ้ง ให้มุมมองของ Local Developer ที่ต้องปรับตัวหลังเข้าสู่ตลาดทุน ที่จากเดิมที่การเติบโตอาจถูกวัดด้วยยอดขาย กำไร หรือจำนวนโครงการ แต่เมื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน เรื่อง ESG และการรายงานผลด้านความยั่งยืนกลายเป็นโจทย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

สิ่งที่น่าสนใจ คือ อรสิริน เริ่มจากการเข้าใจฐานของตัวเองก่อนว่า องค์กรปล่อยคาร์บอนจากจุดใดมากที่สุด เพราะสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้อยู่แค่การประหยัดไฟในสำนักงาน แต่อยู่ที่ตัวสินค้า คือบ้าน อาคาร วัสดุก่อสร้าง และพลังงานที่ถูกใช้ตลอดอายุของอาคาร เมื่อเริ่มประเมินโครงการผ่านแนวทางอาคารเขียว กระบวนการนี้จึงช่วยให้ทีมเห็นชัดขึ้นว่า อะไรปรับได้ อะไรให้ผลลัพธ์ดีที่สุด และอะไรทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนมากเกินไป และ Green Building ไม่ใช่งานของทีมใดทีมหนึ่ง แต่เป็นเป้าหมายร่วมของสถาปนิก วิศวกร ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการเงิน และผู้บริหาร ร่วมกัน 

 

สำหรับผู้บริโภค Green Building สัมพันธ์โดยตรงกับคุณภาพชีวิต อย่างบ้านที่ประหยัดพลังงาน ใช้น้ำน้อยลง อยู่สบายขึ้น และมีสุขภาวะที่ดี ไม่ใช่แค่บ้านที่ดีต่อโลก แต่คือบ้านที่ดีต่อคนอยู่จริง ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันสูง Green Building จึงสามารถกลายเป็น Differentiation สำคัญ เพราะหากความเขียวแปลเป็นค่าไฟที่ลดลง ความสบายที่เพิ่มขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น และความมั่นใจในคุณภาพอาคารมากขึ้น ลูกค้าก็จะรับรู้คุณค่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

▪️คุณอมรรัตน์ เดชอุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียว และที่ปรึกษาโครงการ Green Building Market Transformation Consultant Thailand, International Finance Corporation ชี้ให้เห็นว่า Green Building ยุคใหม่ต้องมีข้อมูล มีหลักฐาน และมีมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ เพราะ ???? Green Building ต้องวัดผลได้ ไม่ใช่แค่ดูดี  โดยอาคารที่บอกว่าเขียว ต้องตอบได้ว่าเขียวแค่ไหน เขียวจากอะไร วัดผลอย่างไร และประหยัดพลังงานหรือลดผลกระทบได้จริงมากน้อยเพียงใด

 

ในบริบทของประเทศไทย ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญ เมื่อกฎหมายและแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Building Energy Code และ Thailand Taxonomy เริ่มเชื่อมโยงภาคอสังหาริมทรัพย์เข้ากับมาตรฐานด้านความยั่งยืนมากขึ้น นั่นคือ Green Building กลายเป็นเงื่อนไขของผู้ประกอบการที่อยากอยู่ในเกมต่อไป

 

รวมถึง การทำ Green Building ไม่ได้หมายความว่า ทุกองค์กรต้องเริ่มจากใบรับรอง หรือ Certification ว่าอาคารผ่านมาตรฐาน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ กระบวนการระหว่างทาง ทั้งคู่มือ เครื่องมือคำนวณ ระบบประเมิน และแนวทางที่ช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการรู้ว่าควรเริ่มจากจุดใด เมื่อความรู้ เครื่องมือ และแหล่งเงินทุนเชื่อมต่อกัน ผู้ประกอบการจึงสามารถเริ่มจากก้าวที่เหมาะกับบริบทของธุรกิจตนเองได้

 

▪️คุณสิทธิโชค เตชพาหพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย อธิบายมุมมองของ Green Finance ธนาคารต้องเป็นพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจธุรกิจ และช่วยออกแบบเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะกับการเปลี่ยนผ่าน  โดยที่หัวใจสำคัญ คือ ธุรกิจสีเขียวต้องตอบได้ใน 3 เรื่อง

  • ขายได้ไหม สินค้าหรือโครงการตอบโจทย์ตลาดจริงหรือไม่
  • ทำได้ไหม ผู้ประกอบการมีแผน มีพันธมิตร และมี Roadmap ที่ลงมือทำได้จริงหรือไม่
  • มีกำไรไหม ความเขียวช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณค่า หรือสร้างความสามารถในการแข่งขันได้จริงหรือไม่

เพราะหาก Green Building เป็นเพียงกิจกรรม CSR ก็อาจกลายเป็นต้นทุนเพิ่ม แต่ถ้าความเขียวช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดได้จริง ความเขียวนั้นจะเปลี่ยนจากภาระ เป็น การลงทุน

  ที่สำคัญที่สุด ความเสี่ยงที่แพงกว่าการลงทุน คือ การไม่เริ่มปรับตัว  

ถึงแม้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอาจดูมีต้นทุนในวันนี้ แต่ต้นทุนของการไม่เริ่ม อาจแพงกว่ามากในอนาคต เพราะเมื่อมาตรฐานคาร์บอน กฎการค้า เงื่อนไขของสถาบันการเงิน และความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้น ผู้ประกอบการที่ยังไม่เริ่มปรับตัวอาจมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ประกอบการที่เริ่มจากก้าวเล็ก ๆ แต่มีทิศทาง

ฉะนั้น ต้องรู้สถานะของตัวเอง เข้าใจทางเลือก ประเมินความพร้อม และเริ่มก่อนวันที่ตลาดบังคับให้ต้องเปลี่ยน

.

#EARTHJUMP2026 #GreenBuilding #SustainableRealEstate #GreenFinance #อสังหาริมทรัพย์ไทย