จากวิสัยทัศน์ สู่ "การลงมือทำจริง" เมื่อความยั่งยืน คือ ธุรกิจในโลกอนาคต โดย คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย
ในวันที่โลกธุรกิจเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงกติกาการค้าโลก ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะคำถามของภาคธุรกิจ “เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร” แล้ว “เมื่อผ่านวิกฤตไปแล้ว เรายังมีความสามารถในการแข่งขันระยะกลาง และระยะยาวอยู่หรือไม่” นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทำให้เรื่อง Net Zero, Green Economy และความยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการอีกต่อไป และไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ที่องค์กรทำเพื่อเพิ่มคะแนนด้าน ESG แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการทำธุรกิจในโลกใหม่.

ภายใต้ธีม “A Bridge to Empowered Actions” ของงาน EARTH JUMP 2026 โดยสะพานถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามข้อจำกัด เพราะสะพานตัวแทนความตั้งใจในการเอาชนะอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางธรรมชาติ ระยะทาง เทคโนโลยี หรือข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภาคธุรกิจไทยกำลังต้องสร้าง “สะพาน” ของตัวเอง เพื่อเชื่อมจากโลกธุรกิจแบบเดิม ไปสู่โลกที่กติกาใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ การทำเรื่อง Green หรือ Net Zero ไม่ใช่ “โบนัส” ไม่ใช่ “น้ำจิ้ม” และ ไม่ใช่ “ภาระเพิ่มเติมของธุรกิจ” แต่คือสิ่งที่ธุรกิจต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่ง “ใบอนุญาตในการแข่งขัน” ในอนาคต เพราะโลกกำลังเดินหน้าไปสู่กติกาใหม่ที่เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมเข้ากับการค้า การลงทุน ซัพพลายเชน และการเข้าถึงตลาดโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องมองเรื่องนี้ทั้งในมิติระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมกัน
▪️ระยะสั้น คือ การปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุนและข้อกำหนดใหม่
▪️ระยะยาว คือ การสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ธุรกิจยังคงอยู่ในเกมการแข่งขันได้อย่างมั่นคง
ธนาคารกสิกรไทย ได้เดินหน้าทำเรื่อง Green มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งเชื่อมโยงกับลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม เดินหน้าไปสู่ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีเป้าหมายที่ดี แต่ต้องเข้าใจความเป็นจริงของบริบทในวันนี้ด้วย ทั้งความพร้อมด้านเทคโนโลยี ความพร้อมของผู้ประกอบการ ความพร้อมของลูกค้า และบริบทของประเทศ เพราะในช่วงแรก การลดการปล่อยคาร์บอนอาจยังเกิดขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากเทคโนโลยียังไม่พร้อมเต็มที่ หรือผู้ประกอบการยังไม่มีเครื่องมือและความรู้เพียงพอ แต่เมื่อเทคโนโลยีเริ่มพร้อมขึ้น ลูกค้าและผู้ประกอบการเริ่มเข้าใจมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านจึงสามารถเกิดขึ้นได้จริงและเร็วขึ้น สิ่งสำคัญคือการเริ่มจากสิ่งที่มี เข้าใจข้อจำกัดที่เป็นอยู่ และลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

อีกประเด็นสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่าง Green Financeและ Technology เพราะการเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ได้ต้องการเพียงเงินทุนจากสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ต้องอาศัยเงินลงทุนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรขนาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญ และกลไกสนับสนุนในระบบเศรษฐกิจ
เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมมีระดับความพร้อมไม่เท่ากัน บางเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูง แต่หากสำเร็จก็สามารถสร้างผลกระทบด้านการลดคาร์บอนได้อย่างมาก เทคโนโลยีในช่วงนี้จึงต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐ งบประมาณ ผู้เชี่ยวชาญ และความร่วมมือระดับประเทศ เมื่อเทคโนโลยีบางส่วนพัฒนาไปถึงระดับที่เริ่มทดลองใช้ได้ องค์กรขนาดใหญ่และภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมผลักดัน เพื่อต่อยอดให้เกิดการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ และเมื่อเทคโนโลยีนั้นพร้อมเข้าสู่เชิงพาณิชย์ สถาบันการเงินและภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการขยายผลในวงกว้าง
ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ต้องร่วมมือกันทั้งระบบ ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคการเงิน องค์กรขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงซัพพลายเชนทั้งหมด
การสร้างสะพานไปสู่ความสำเร็จด้านความยั่งยืนจึงมีอย่างน้อย 4 ด้านสำคัญ
▪️สะพานแรก คือ การเปลี่ยน Mindset จากการทำเพื่อความอยู่รอดระยะสั้น ไปสู่การทำเพื่อคว้าโอกาสใหม่และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เพราะความยั่งยืนไม่ควรถูกมองเป็นต้นทุนเท่านั้น แต่ต้องถูกมองเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ
▪️สะพานที่สอง คือ การเปลี่ยนมุมมองต่อกฎระเบียบและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม แม้กติกาใหม่อาจดูยากและซับซ้อน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความยากนี้เองคือโอกาสของผู้ที่สามารถปรับตัวได้ก่อน เพราะไม่ใช่ทุกธุรกิจจะทำได้สำเร็จ ผู้ที่ทำได้จึงมีโอกาสกลายเป็นผู้ชนะในตลาดใหม่
▪️สะพานที่สาม คือ การผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากองค์กรขนาดใหญ่ไปสู่ทั้งซัพพลายเชนและ SME เพราะหากซัพพลายเชนไม่สามารถปรับตัวได้ บริษัทขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถเดินหน้าสู่ Net Zero ได้อย่างแท้จริง ในโลกธุรกิจใหม่ การผลิต การจัดซื้อ วัตถุดิบ แรงงาน และการปล่อยคาร์บอนจะถูกตรวจสอบเชื่อมโยงกันทั้งระบบ
▪️สะพานที่สี่ คือ การเปลี่ยนจากวิสัยทัศน์และคำมั่นสัญญา ไปสู่การลงมือทำจริง เพราะการประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 หรือการมีแผนงานที่ดี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเปลี่ยนเป้าหมายเหล่านั้นให้กลายเป็นการปฏิบัติที่จับต้องได้

ในบริบทนี้ ธนาคารกสิกรไทยต้องการทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมผู้ประกอบการและลูกค้าทุกกลุ่มไปสู่แหล่งเงินทุน ความรู้ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือ SME
เพราะท้ายที่สุด วิกฤตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป แต่สิ่งที่ธุรกิจเลือกได้คือวิธีการตอบสนองต่อวิกฤตนั้น เราไม่สามารถเลือกได้ว่าวิกฤตใดจะเกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเตรียมตัวอย่างไร จะปรับตัวอย่างไร และจะสร้างความสามารถใหม่เพื่อก้าวต่อไปอย่างไร
EARTH JUMP 2026 ต้องการเป็นเวทีที่ชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันสร้างสะพานจากวิสัยทัศน์ไปสู่การลงมือทำจริง เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัด คว้าโอกาสใหม่ และเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืน