ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน 

1. พฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป โดยเน้นความคุ้มค่า การใช้งาน การเดินทาง มากกว่าราคา  โดยเฉพาะโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้า หรือเชื่อมต่อทางด่วน หรือมอเตอร์เวย์ได้สะดวก ทั้งนี้ตลาดของผู้ซื้อ ปัจจุบันราคาอสังหาฯ ค่อนข้างทรงตัว และมีการทำโปรโมชั่นกันมาก ทำให้เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

2. ความท้าทายของผู้พัฒนา ยังต้องเผชิญกับ Margin ที่บางลง เนื่องจากต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น แต่ราคาขายกลับขยับขึ้นได้ยาก โดยโจทย์สำคัญ คือ การบริหารจัดการโครงการให้ยังรักษาผลกำไรได้ในสภาวะที่ต้นทุนสวนทางกับราคาขาย

3. ตัวขับเคลื่อนใหม่ อย่าง Soft Power & Lifestyle ผ่านการนำเอกลักษณ์ความเป็นไทย ศิลปะ และงานบริการ มาผสมผสานกับการทำอสังหาฯ ในรูปแบบ Wellness, Branded Residence และ Lifestyle Development รวมถึง Wellness & Longevity หรือ เทรนด์เรื่องสุขภาพ และการมีชีวิตที่ยืนยาว กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯ ไทย

4. พลังของ Flagship Projects อย่างโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ (เช่น One Bangkok, Mega Bangna) กำลังช่วยสร้าง Ecosystem ใหม่ และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เชื่อมั่นในประเทศไทย ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นตัวสร้างชื่อเสียงและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ

5. เป้าหมายสูงสุดของประเทศไทย ปรับเปลี่ยนจากแค่ เมืองท่องเที่ยว (Tourist Destination) ให้กลายเป็น Livable Global Destination" หรือจุดหมายปลายทางของการอยู่อาศัยในระยะยาวสำหรับคนทั่วโลก โดยใช้ความแข็งแกร่งของ Soft Power และความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานเป็นตัวดึงดูด

 

 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ 2569

1. ความสะดวกสบายและฟังก์ชั่นพื้นฐาน จากฟีเจอร์ที่เคยมีเฉพาะในบ้านราคาแพง ปัจจุบันได้กลายเป็นมาตรฐานในทุกระดับราคา เช่น ทางลาด (Ramp) สำหรับรถเข็นที่มีให้ตั้งแต่ทาวน์เฮ้าส์  รวมถึง Universal Design การออกแบบห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็น ปัจจุบันพบเห็นได้ในบ้านเดี่ยวทุกประเภท ไม่จำกัดเฉพาะบ้าน Type ใหญ่สุดเหมือนเมื่อก่อน

 2. กระแสสุขภาพ Wellness กลายมาเป็นจุดขายหลักในการแข่งขัน รวมถึงระบบภายในบ้าน อาทิ ระบบฟอกอากาศและการจัดการฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นฟังก์ชั่นที่นิยมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่ส่วนกลาง อย่างคอนโดระดับ Main Class ราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท เริ่มมีอย่าง ซาวน่า (Sauna) หรือ ห้องสตรีม (Steam Room) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ซื้อ

 3. ภาพลักษณ์ของโครงการ เป็นเครื่องมือสะท้อนตัวตน (Identity) ของเจ้าของบ้าน รวมถึงโครงการระดับบนเน้นการสร้าง Concept และที่มาที่ไป แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ อย่าง ฝาท่อระบายน้ำในโครงการนาราสิริ บรมราชชนนี ถูกออกแบบเพื่อสะท้อนความหรูหรา

Key Takeaway

-ภาพรวมตลาด : ตลาดอสังหาฯ ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและหวังว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นจุดต่ำสุด (Bottom) แต่ ตลาดเช่า ยังคงแข็งแกร่ง

-โอกาสของผู้ซื้อ : ยุคนี้ถือเป็น "ยุคทองของผู้ซื้อ" เพราะผู้พัฒนาแข่งกันอัดฉีดฟีเจอร์และคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า

-4 ปัจจัยขับเคลื่อน : ความคุ้มค่า (Value for Money) ความสะดวกสบาย กระแสสุขภาพ และการสะท้อนสถานะทางสังคม

เพราะในขณะเดียวกัน ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก “การเก็งกำไร” ไปสู่ “Real Demand” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ผู้ซื้อมีความคาดหวังสูงขึ้น ทั้งด้านฟังก์ชัน ดีไซน์ และคุณภาพชีวิต

สำหรับ LTR Visa (Long-Term Resident Visa) หรือวีซ่าพำนักระยะยาวของประเทศไทย เริ่มเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 โดยเป็นโครงการของรัฐบาลเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มหลัก คือ 

1. Wealthy Global Citizens (ประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง) ต้องมีสินทรัพย์ลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

2. Wealthy Pensioners (ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ) อายุ 50 ปีขึ้นไป และมีรายได้บำนาญที่แน่นอน

3. Work-from-Thailand Professionals (กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย) คนทำงานต่างชาติที่ต้องการย้ายมาพำนักและทำงานในไทย

4. Highly Skilled Professionals (ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันพบว่าชาวญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก

สิทธิประโยชน์หลัก

  • ระยะเวลาวีซ่า: พำนักได้ 10 ปี แบบ Multiple Re-entry (เข้า-ออกได้หลายครั้ง)
  • การรายงานตัว: รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพียงปีละ 1 ครั้ง
  • การทำงาน: ได้รับ Digital Work Permit อนุญาตให้ทำงานในไทยได้
  • ภาษีเงินได้: สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (Highly Skilled Professionals) จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือเพียง 17%
  • อำนวยความสะดวก: ใช้ช่องทาง Fast Track ในการเข้า-ออกประเทศ ณ ท่าอากาศยาน

LTR Visa จะส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เป็นผู้ที่มีฐานะทางการเงินและสินทรัพย์สูง มีกำลังซื้อและมีความสามารถในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ปี 2569 นี้ มีการเพิ่มหมวดรางวัลใหม่ 

  • Best First Home Development 
  • Best Wellness Hospitality Development
  • Best Landmark Design
  •  Best Marina Development

Timeline  ปี 2569

• เปิดรับสมัคร: วันนี้ – 26 มิ.ย. 2569

• ตรวจโครงการ: 27 ก.ค. – 14 ส.ค. 2569

• People’s Choice Vote: 3 – 16 ส.ค. 2569

• Gala Dinner: 18 ก.ย. 2569

• Grand Final (Asia): 11 ธ.ค. 2569

PropertyGuru Awards ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Global Living Destination” รองรับทั้งผู้ซื้อไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Second Home และ Long-Stay ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง