บางซื่อเร่งฟื้นที่รกร้าง เพิ่มสวนใหม่ 2 จุดกลางเมือง
กรุงเทพมหานครกำลังส่งสัญญาณชัดว่า “ที่ดินรกร้าง” ไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าอีกต่อไป เมื่อ นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตบางซื่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าการสำรวจพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเตรียมพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน ตามเป้าหมายสำคัญของ กทม. ที่ต้องการเพิ่มปอดสีเขียวให้เมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ
พื้นที่แรกคือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้บริษัทซีแพค ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและวางแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวและมุมพักผ่อนสำหรับประชาชนในย่านโดยรอบ หากโครงการนี้เดินหน้าได้ตามแผน พื้นที่ริมแม่น้ำแห่งนี้จะไม่ใช่เพียงที่ว่างในเมืองอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพื้นที่พักหายใจของชุมชน ท่ามกลางความหนาแน่นของเขตเมืองชั้นใน
อีกจุดหนึ่งคือพื้นที่หลังวัดทองสุทธาราม หรือบริเวณทางกระบือ เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะเป็นป่ารกทึบ และเป็นที่สาธารณะประเภททางกระบือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและจัดทำแผนพัฒนาเช่นกัน โดยมีแนวคิดปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะหรือพื้นที่ใช้สอยของชุมชนในอนาคต
ในเชิงตัวเลข การขยับครั้งนี้หมายถึงโอกาสเพิ่มพื้นที่สาธารณะใหม่ในเขตบางซื่อรวมราว 9 ไร่ ซึ่งแม้อาจไม่ใช่ขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสวนสาธารณะหลักของเมือง แต่มีนัยสำคัญอย่างมากในระดับชุมชน เพราะเป็นการเติมพื้นที่สีเขียวเข้าไปในจุดที่ประชาชนใช้งานได้จริง ใกล้บ้าน และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันโดยตรง
รองปลัดกรุงเทพมหานครยังได้กำชับสำนักงานเขตบางซื่อและสำนักการโยธา ให้เร่งสำรวจพื้นที่ ประสานหน่วยงานเจ้าของที่ดิน รวมถึงภาคเอกชน เพื่อผลักดันการพัฒนาร่วมกัน และจัดทำแผนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แนวทางสำคัญไม่ใช่เพียงการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม แต่ต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับบริบทของชุมชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของพื้นที่เหล่านี้
สาระสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่แค่การสร้าง “สวนใหม่” เพิ่มอีก 2 แห่ง แต่คือการเปลี่ยนมุมคิดต่อพื้นที่เมือง จากที่ดินรกร้างหรือพื้นที่ถูกมองข้าม ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริง ในวันที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญทั้งความหนาแน่น มลภาวะ และข้อจำกัดด้านพื้นที่เปิดโล่ง การเพิ่มปอดเขียวแม้เพียงไม่กี่ไร่ ก็อาจสร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าขนาดของที่ดินนั้นเอง