เปิดตัวเลข 3,115 ดีมานด์คุณภาพที่รอระบบ Matching เชื่อมสู่ซัพพลายที่อยู่อาศัย
สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2566 โดยมีภารกิจชัดเจน คือ สนับสนุนให้ประชาชน ข้าราชการ และบุคลากรของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือด้อยโอกาส เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในราคาที่เหมาะสม หน่วยงานมีอำนาจดำเนินธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนได้อย่างเป็นระบบ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเวที BKK Housing Partnership วันที่ 2 มีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนการปรับบทบาทของกรุงเทพมหานคร จาก “ผู้พัฒนาโครงการเอง” ไปสู่ “กลไกกลางด้าน Housing Matching” อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนดีมานด์ที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็นกำลังซื้อจริงที่วัดผลได้

-
ดีมานด์ที่มีอยู่จริง จากข้อมูลเชิงประจักษ์
ผลสำรวจของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 พบว่า
-
ข้าราชการครู กทม. แสดงความสนใจกว่า 3,200 ราย
-
ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ตอบแบบสำรวจประมาณ 500 ราย
-
โครงการบ้านคนเมือง มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1,200 ราย และสามารถเปลี่ยนเป็นผู้ซื้อจริงแล้วมากกว่า 300 หน่วย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญว่า เมื่อมีระบบจับคู่ข้อมูลที่เหมาะสม ความต้องการสามารถแปลงเป็นธุรกรรมจริงได้ คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในเวทีว่า “ที่ผ่านมา บ้านราคาล้านต้น ๆ ไม่ได้ไม่มีคนซื้อ แต่เราไม่รู้ว่าคนซื้ออยู่ตรงไหน เมื่อ กทม. มีข้อมูล 3,000 กว่ารายที่ระบุกำลังผ่อนชัดเจน นี่คือดีมานด์คุณภาพที่ภาคเอกชนควรหันมามองอย่างจริงจัง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าโจทย์สำคัญของตลาดไม่ใช่การสร้างเพิ่ม แต่คือการจับคู่ให้แม่นยำขึ้น

-
เจาะลึกกลุ่มครู กทม. 3,115 ราย
การสำรวจเชิงลึกกลุ่มข้าราชการครู จำนวน 3,115 ราย พบว่า สถานะที่อยู่อาศัย
-
44.6% เช่าห้องพัก
-
40.2% มีค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย 3,001–5,000 บาทต่อเดือน
-
23.1% จ่าย 5,001–8,000 บาทต่อเดือน
-
16.1% จ่ายมากกว่า 8,000 บาทต่อเดือน
รายได้
-
29.3% มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน
-
21.9% มีรายได้ 20,001–25,000 บาทต่อเดือน
สะท้อนกำลังซื้อที่จำกัด แต่มีรายได้ประจำและวินัยทางการเงินชัดเจน
ความต้องการหลัก
-
บ้านใกล้โรงเรียน 65.74%
-
ค่าเช่าราคาพิเศษ 61.3%
-
สิทธิผ่อนชำระระยะยาว 56.74%
หากเป็นการซื้อบ้าน
-
41% สามารถผ่อนได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน
-
33.7% ผ่อนได้ 5,001–8,000 บาทต่อเดือน
นี่คือฐานข้อมูลเชิงลึกระดับเขต ระดับรายได้ และระดับความสามารถผ่อน ที่ภาคเอกชนไม่เคยมีในมือมาก่อน
-
ตัวอย่างโครงการที่ผ่านมา

3.1 บ้านของเรา
โครงการอาคารที่พักข้าราชการ เขตบางบอน และบางขุนเทียน รวม 224 ห้อง คิดค่าใช้บริการประมาณ 3,300–3,400 บาทต่อเดือน (รวมค่าเช่าและค่าส่วนกลาง) ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักสูง แสดงให้เห็นว่าโครงการที่ราคาเหมาะสมและใกล้ที่ทำงาน สามารถตอบโจทย์ดีมานด์ได้จริง นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีอาคารสงเคราะห์ 50 อาคาร รวม 3,963 ห้อง กระจายอยู่ใน 17 เขต ซึ่งเป็นฐานทรัพย์สินเดิมที่สามารถบริหารจัดการใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.2 บ้านคนเมือง
เปิดรับความสนใจ 1,075 ราย ภายในประมาณ 1 เดือน มีผู้ทำสัญญาแล้ว 28 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 180 ราย สะท้อนว่า หากมีช่องทางข้อมูลและเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ดีมานด์สามารถขยับสู่ธุรกรรมจริงได้

3.3 บ้านชุมชน
กรุงเทพมหานครมีชุมชนกว่า 2,001 ชุมชน ครอบคลุม 151,266 หลังคาเรือน มีจำนวนมากที่ยังไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงดำเนินงานเชิงพื้นที่ ร่วมมือกับเจ้าของที่ดิน ภาครัฐ และเอกชน เพื่อพัฒนาหลายพันหลังคาเรือนต่อปี บทเรียนจากทั้งสามโครงการ คือ การพัฒนาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีระบบข้อมูลที่แม่นยำและกลไกการเงินรองรับ
-
บ้านข้าราชการ : โครงการล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้น
โครงการ “บ้านข้าราชการและคนเมือง” คือการต่อยอดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยยกระดับด้วยเครื่องมือใหม่ ได้แก่
-
ฐานข้อมูล Demand Map และ Heat Map รายเขต
-
การจับคู่กับ Supply จริงของตลาด เช่น เขตหนองจอก มีดีมานด์ 209 ราย และมีโครงการรองรับกว่า 75 โครงการ
-
ความร่วมมือกับธนาคารรัฐ เช่น ธอส. กรุงไทย และออมสิน เพื่อออกแบบสินเชื่อหักเงินเดือน ลดความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL)
บทบาทของกรุงเทพมหานครจึงไม่ใช่ผู้พัฒนาแข่งขันกับเอกชน แต่เป็น “โซ่ข้อกลาง” เชื่อม 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ดีมานด์จริง ข้อมูลพื้นที่จริง และสินเชื่อจริง คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า “หน้าที่ของ กทม. ไม่ใช่ลงไปแข่งกับเอกชน แต่คือการลดต้นทุนระบบ ทำให้กฎระเบียบง่ายขึ้น ทำให้ข้อมูลชัดขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ถ้าเราลดภาระตรงนี้ได้ ราคาบ้านก็จะลดลงเอง”
-
มิติใหม่ของตลาดบ้านล้านต้น ๆ
ที่ผ่านมา บ้านราคาล้านต้น ๆ ขายยาก เพราะการสื่อสารไม่ตรงกลุ่ม และไม่รู้ตำแหน่งดีมานด์ที่แท้จริง แต่วันนี้ กรุงเทพมหานครมีข้อมูลครู 3,115 ราย แยกรายเขต รายอายุ รายได้ และความสามารถผ่อนชำระอย่างชัดเจน โดยเขตที่มีดีมานด์สูง เช่น หนองจอก สายไหม คลองสามวา และบางกะปิ หากภาคเอกชนออกแบบโครงการ

-
ใกล้โรงเรียน
-
ลดพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่จำเป็น
-
เพิ่มที่จอดรถจักรยานยนต์
-
ตั้งราคาให้ผ่อน 5,000–8,000 บาทต่อเดือน
โอกาสปิดการขายจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รายงานของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร จึงไม่ใช่เพียงรายงานกิจกรรม แต่คือการประกาศ “โครงสร้างตลาดใหม่” ของบ้านข้าราชการ
จากบ้านของเรา ที่เน้นการจัดสรรที่พัก สู่บ้านคนเมือง ที่ทดลองระบบจับคู่ และกำลังก้าวสู่บ้านข้าราชการ ที่ใช้ Data + Partnership + Financial Model เป็นแกนหลัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า มีคนอยากได้บ้านหรือไม่ แต่คือ เราจะจับคู่ให้ถูกที่ ถูกเวลา และสอดคล้องกับกำลังซื้อได้อย่างไร และนี่คือโจทย์ที่กรุงเทพมหานครกำลังลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม