สำหรับใครหลายคน ความฝันที่จะใช้ชีวิตในประเทศไทยนั้นเป็นมากกว่าแค่การหลบมาพักผ่อนตามชายหาดขาวสะอาดหรือแสงสีในกรุงเทพฯ แต่มันคือการมองหาที่อยู่อาศัยเพื่อมาใช้ชีวิต แม้ว่า "สยามเมืองยิ้ม" จะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและผู้เกษียณอายุทั่วโลกมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดได้มีทางเลือกสำหรับนักลงทุนและผู้ที่ต้องการจะย้ายมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ด้วยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ชาวต่างชาติสามารถขอรับสิทธิ์การพำนักระยะยาวผ่านการลงทุนได้แล้ว

วีซ่าประเภทการลงทุน (Investment Visa) เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจลงทุนหรือพำนักในประเทศไทย ซึ่งข้อดีของวีซ่าสายการลงทุนคือความเปิดกว้าง ในขณะที่วีซ่าประเภทอื่นมักจะเน้นที่ตัวบุคคล (เช่น อายุ อาชีพ หรือเงินบำนาญ) แต่วีซ่าประเภทนี้จะมุ่งเน้นไปที่ "การมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจของประเทศ"

  • ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ: ต่างจากวีซ่าเกษียณอายุยอดนิยม (Non-Immigrant O-A) ที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป วีซ่าการลงทุนนี้เปิดรับทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ทำให้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่และกลุ่ม Digital Nomad
  • รองรับการมาเป็นครอบครัว: นักลงทุนหลักสามารถใช้สิทธิ์สนับสนุนคู่สมรสและบุตร (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ให้ได้รับสิทธิ์การพำนักไปพร้อมกันได้ผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพียงแห่งเดียว

ประเภทสินทรัพย์: คุณสามารถซื้ออะไรได้บ้าง? เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ การลงทุนจะต้องมีมูลค่าอย่างน้อย 3,000,000 บาท ซึ่งในตลาดปัจจุบัน วงเงินนี้ครอบคลุมคอนโดมิเนียมคุณภาพสูงแบบสตูดิโอหรือหนึ่งห้องนอนในย่านทำเลทอง เช่น รัชดา-พระราม 9 ในกรุงเทพฯ หรือโครงการติดชายหาดในพัทยาและภูเก็ต

  1. คอนโดมิเนียมแบบขายขาด (Freehold): เป็นรูปแบบการลงทุนที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพียงซื้อคอนโดมิเนียมในราคามากกว่า 3,000,000 บาท คุณก็จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดนั้นอย่างสมบูรณ์ภายใต้สัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติ (Foreign Quota)
  2. การเช่าระยะยาวแบบไฮบริด (Rental Hybrid): ข้อบังคับล่าสุดอนุญาตให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง (ประมาณ 85,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป) สามารถขอรับสิทธิ์พำนักระยะยาวได้เช่นกัน แม้ว่านี่จะเป็นรูปแบบการจ่ายเพื่ออยู่อาศัยมากกว่าการสร้างสินทรัพย์ก็ตาม โดยตัวเลือกนี้กำหนดให้มีการจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับการขอวีซ่า 90 วันในครั้งแรก และต้องจ่ายล่วงหน้ามากกว่า 12 เดือนสำหรับการขอพำนักระยะยาวในครั้งที่สอง โดยต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินล่วงหน้าต่อผู้ให้เช่า
  3. การเช่าสิทธิ์ระยะยาว (Registered Leaseholds): ในบางหลักเกณฑ์อนุญาตให้ทำสัญญาเช่าระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สำหรับวิลล่า อพาร์ตเมนต์หรู บ้าน หรือคอนโดมิเนียม โดยมูลค่าการเช่าต้องมากกว่า 3,060,000 บาท

การเชื่อมโยงสิทธิ์การพำนักเข้ากับอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เพิ่มมิติการพำนักในประเทศไทยให้เป็นการบริหารสินทรัพย์ที่คุ้มค่า อสังหาริมทรัพย์จึงจะเป็นมากกว่าแค่การลงทุน แต่มันคือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนความฝันในการใช้ชีวิตที่ประเทศไทยให้กลายเป็นความจริงที่มั่นคงและยั่งยืน

References

https://www.thailongstay.co.th/index.html

https://www.bangkokpost.com/learning/advanced/3199809/buy-property-get-visa-plan-upsets-phuket-tourism-operators

https://www.siamrealestate.com/thailand-property-news/thailand-long-stay-visa-for-property-investors-3-million-baht-investment-guide

https://aimbangkok.com/investment-residency-thailand-3-million-baht/