ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น ค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมา “ปรับปรุงบ้านเดิม” มากกว่าสร้างใหม่ ตลาดต่อเติมและรีโนเวทจึงกลายเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทย และหนึ่งในผู้เล่นที่ขยับเกมอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี คือ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ที่ประกาศรุกตลาดนี้อย่างจริงจัง ผ่านการเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริง ความปลอดภัย และความยั่งยืน

สาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า กลยุทธ์ปีนี้ของตราเพชรมุ่งจับดีมานด์ “เจ้าของบ้านยุคใหม่” ที่ต้องการต่อเติม ปรับปรุง หรือรีโนเวทพื้นที่ใช้งานให้สอดรับกับสภาพอากาศและไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นจังหวะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัสดุที่ช่วยลดความร้อน ประหยัดพลังงาน และดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

แกนหลักของสินค้าใหม่ยังคงยืนบนคุณสมบัติด้านฟังก์ชันเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการกันความร้อน ไม่ลามไฟ ปลอดปลวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มองเพียง “ความสวยงาม” แต่คำนึงถึงต้นทุนการอยู่อาศัยและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ

หนึ่งในไฮไลต์คือ “ไม้สังเคราะห์ DIAMOND XTrushield WPC” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายนอกโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งไม้พื้น ไม้บังใบ ไม้ตกแต่งเซาะร่อง และระแนง วัสดุชนิดนี้ตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการภาพลักษณ์แบบงานไม้ แต่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาปลวก ผุพัง หรือการบำรุงรักษาที่ซับซ้อน พร้อมคุณสมบัติทนแดด ทนฝน และไม่ลามไฟ เหมาะกับงานต่อเติมระเบียง ทางเดิน หรือพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์ที่ต้องรับสภาพอากาศโดยตรง

ขณะที่อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่ถูกวางบทบาทเป็น “ตัวช่วยรับมือหน้าร้อน” คือ “หลังคา UPVC AIRROOF ตราเพชร” ซึ่งเปิดตัวทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น Hollow รุ่นมาตรฐานใช้โครงสร้างหนา 3 ชั้น เสริมความแข็งแรงด้วยแกนกลาง Carbon Fiber ผสานแคลเซียม เพิ่มความทนทานและอายุการใช้งาน ส่วนรุ่น Hollow เน้นการลดการสะสมความร้อนและเสียงรบกวน เหมาะกับการต่อเติมบ้านพักอาศัย โรงจอดรถ โรงงาน ฟาร์ม ไปจนถึงอาคารใช้งานทั่วไป แนวคิดสำคัญคือการยกระดับ “หลังคา” จากบทบาทเดิมที่เป็นเพียงแผ่นกันแดด ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้จริง

เสริมประสิทธิภาพให้ครบระบบด้วย “ฉนวนกันความร้อน AIR COOL” สำหรับปูใต้หลังคา ซึ่งชูจุดเด่นด้านความทนไฟ การสะท้อนและลดการถ่ายเทความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน และต่อยอดไปสู่การประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว สินค้ากลุ่มนี้ตอบโจทย์ทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารที่ต้องการควบคุมต้นทุนพลังงาน โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิมทั้งหมด

ภาพรวมการเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าตราเพชรกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น “โซลูชันครบวงจรสำหรับงานต่อเติมและรีโนเวท” มากกว่าการขายวัสดุเป็นชิ้น ๆ แยกส่วน ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานร่วมกันเป็นระบบ ตั้งแต่โครงสร้าง หลังคา ฉนวน ไปจนถึงงานตกแต่งภายนอก ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการตัดสินใจและเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนปรับปรุงบ้าน

ในบริบทที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใหม่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเติบโตของตลาดรีโนเวทและต่อเติมจึงเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง การขยับเกมเชิงรุกของตราเพชรตั้งแต่ต้นปี พร้อมการชูจุดขายด้านความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และสิ่งแวดล้อม สะท้อนความพยายามในการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ใช้ชีวิตที่ต้อง “อยู่สบาย คุ้มค่า และยั่งยืน” ในระยะยาว