คืนเดือนเพ็ญเดือนสิบสอง คือช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ แปรเปลี่ยนเป็นเมืองแห่งแสงและน้ำ แสงเทียนจากกระทงนับพันสะท้อนบนผิวน้ำเจ้าพระยา ขณะผู้คนส่งคำอธิษฐานให้สายน้ำพาความทุกข์ไกลไป พร้อมเสียงหัวเราะของครอบครัวและคู่รักที่ออกมาสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทยในคืนเดียวของปี

ปี 2568 กรุงเทพมหานครจัดพื้นที่รองรับการลอยกระทงกว่า 33 สวนสาธารณะ พร้อมจุดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง ICONSIAM และ Asiatique ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของค่ำคืนแห่งความสุข

  • ICONSIAM — จุดลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา พร้อมพลุไฟสวยงามและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย การเดินทางสะดวกด้วย BTS กรุงธนบุรี ต่อ Gold Line ถึงเจริญนคร

  • Asiatique The Riverfront — ไนท์มาร์เก็ตสุดคึกคักริมแม่น้ำเจ้าพระยา เต็มไปด้วยร้านอาหารและดนตรีสด เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและครอบครัว เดินทางง่ายด้วย BTS สะพานตากสิน ต่อเรือฟรีถึง Asiatique

กรุงเทพมหานครเปิดสวนกว่า 33 แห่งเพื่อให้ประชาชนลอยกระทงอย่างปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทุกเขตสำคัญ ตั้งแต่ สวนสันติชัยปราการ ย่านพระนคร ที่มองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึง สวนเบญจกิติ กลางเมืองที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและแสงไฟระยิบระยับ

จุดเด่นของปีนี้คือ “ความหลากหลายของทำเล”

  • ฝั่งเมืองเก่า: สวนสราญรมย์, สวนรมณีนาถ — เหมาะกับการลอยกระทงแบบสงบ

  • โซนใจกลางเมือง: สวนสันติภาพ, อุทยานเบญจสิริ — เดินทางง่ายด้วย BTS

  • โซนตะวันออก: สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร, สวนพระนคร — พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้สนามบิน

  • ฝั่งธนฯ และชานเมือง: สวนธนบุรีรมย์, สวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ — บรรยากาศธรรมชาติและลมทะเลเย็นสบาย

เพื่อให้การลอยกระทงปีนี้เป็นคืนแห่งความสุขอย่างแท้จริง ชาวกรุงควรเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ขนมปัง หรือกะลามะพร้าว และเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือเรือ เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษ ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือก่อน 17.00 น. เพราะหลังจากนั้นถนนสายหลักหลายแห่งจะเริ่มแน่น

คืนเพ็ญเดือนสิบสองปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงคืนของการสืบสานประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาของการเยียวยาใจ ให้สายน้ำพาความทุกข์ผ่านไป และเปิดรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จันทรคติ