เคยสงสัยไหมว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีอะไรที่น่าสนใจ นอกจากคอนโดมิเนียมหรือบ้านเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไปบ้าง?  ทุกวันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่เมกะเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า "การใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ" หรือ "Wellness Living" ซึ่งกำลังปฏิวัติรูปแบบการอยู่อาศัยและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก และ ‘ไทย’ เองก็เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของเทรนด์นี้ในภูมิภาคนี้ 

แรงขับเคลื่อนทั่วโลก : ผู้เกษียณอายุไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเดียวของตลาด

จากข้อมูลของ Global Wellness Institute (GWI) สถาบันวิจัยและวัดผลตลาดสุขภาพทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Real Estate) เผยว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 398,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 580,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2025 

ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า Wellness Real Estate ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นแนวโน้มระยะยาวที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับนักลงทุน 

คงเป็นเรื่องผิดถนัด หากจะเหมารวมว่ากลุ่มเป้าหมายของตลาดนี้ เป็นแค่ผู้สูงอายุ หรือคนใกล้วัยเกษียณเท่านั้น เพราะทุกวันนี้เกือบ 50% ของผู้ซื้อในตลาดนี้ทั่วโลกมีอายุระหว่าง 30 - 50 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องรอจนถึงวัยเกษียณ

กลุ่มคนเหล่านี้มีตั้งแต่ผู้ประกอบการ, Digital Nomad ที่ตระหนักว่าคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขส่วนตัว และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพใจมากขึ้น 

4 หัวใจหลักที่ไทยเป็นดาวเด่นด้านการลงทุนอสังหาฯ เพื่อสุขภาพ

ในขณะที่เทรนด์ที่พักอาศัยเพื่อสุขภาพกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ไทยมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน จนทำให้เรากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักลงทุน ด้วยปัจจัยบวกที่พอจะสรุปเป็นหัวข้อใหญ่ได้ ดังนี้

 

1. การดูแลสุขภาพในราคาที่เข้าถึงได้

ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านการท่องเที่ยวทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าหลายประเทศในเอเชีย ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสุขภาพแบบครบวงจรในโรงพยาบาลเอกชนในไทยอาจมีค่าใช้จ่ายเพียง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 7,000 บาท) เทียบกับค่าใช้จ่ายในสหรัฐอเมริกาหรือสิงคโปร์ ที่อาจสูงถึง 35,000 บาท 

2. การเติบโตของสังคมสูงวัยในเอเชีย 

ในขณะที่หลายประเทศในเอเชียกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้เกษียณอายุจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ และประเทศไทยก็เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา

3. การสนับสนุนจากภาครัฐ

หลายปีที่ผ่านมาไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ หรือผู้เกษียณอายุ เพราะรัฐบาลส่งเสริมด้วยนโยบายวีซ่าต่างๆ เช่น วีซ่าพำนักระยะยาว (LTR) หรือวีซ่าไทยแลนด์อีลิท ยิ่งทำให้การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์พร้อมสิทธิการพำนักเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

4. ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันได้

เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างฮ่องกง สิงคโปร์ หรือโตเกียว ราคาอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังคงแข่งขันได้สูง การลงทุนอสังหาฯ เพื่อสุขภาพนอกพื้นที่ใจกลางเมือง เช่น ในปทุมธานี ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้มองหาพื้นที่การอยู่อาศัยขนาดใหญ่ ต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ และได้รับบริการแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่า

มากกว่าราคา ต้องมีแรงจูงใจสำหรับดึงดูดชาวต่างชาติ

สำหรับชาวต่างชาติ การเลือกอยู่อาศัยในประเทศไทยไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องราคาที่เอื้อมถึงได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจในทุกๆ วัน และนี่คือปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดใจชาวต่างชาติ

1.ความอุ่นใจ : การมีบริการด้านสุขภาพที่ผสานเข้ากับชุมชน ทำให้รู้สึกมั่นใจและอุ่นใจในยามที่ต้องการดูแลสุขภาพ

2.ความผูกพัน : การได้อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีแนวคิดเดียวกัน ช่วยให้ง่ายต่อการปรับตัวและรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

3.การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ที่พักอาศัยเพื่อสุขภาพมักจะมาพร้อมกับพื้นที่สีเขียว สวน และอากาศบริสุทธิ์ ช่วยให้ผู้คนได้ผ่อนคลายจากความวุ่นวายของชีวิตในเมืองใหญ่

4.การลงทุนอย่างชาญฉลาด: ด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและมีความคุ้มค่าในระยะยาว

เมื่อมองไปในอนาคตอันใกล้ จะเห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพจะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพในไทย มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าแค่กำไรทางการเงิน เพราะยังได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือผลตอบแทนที่นักลงทุนที่ชาญฉลาดจะมองเห็นได้ทันที