เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ต่อประเทศคู่ค้ากว่า 20 ประเทศ โดยมีอัตราตั้งแต่ 10%–41%

  • ไทยถูกกำหนดภาษีไว้ที่ 19% ลดลงจากเดิม 36% ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับอินโดนีเซีย และต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย เช่น ลาว (40%) อินเดีย (25%)

  • GDP โลกในปี 2568 ตาม IMF คาดการณ์ไว้ที่ 3.0% เพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่ GDP สหรัฐลดลงจาก 1.8% เหลือ 1.7%

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

  • KResearch ปรับคาดการณ์ GDP ไทยในปี 2568 ขึ้นเล็กน้อยจาก 1.4% เป็น 1.5% จากแนวโน้มส่งออกที่ดีขึ้น

  • คาดว่าส่งออกทั้งปี 2568 จะเติบโต 3.4% (จากเดิม 1.5%) โดยครึ่งปีหลังหดตัว -7.4% ดีขึ้นจากเดิมที่คาด -10.0%

  • อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวยังชะลอตัว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีถูกปรับลดจาก 34.5 ล้านคน เหลือ 32.2 ล้านคน ลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยนักท่องเที่ยวจีนลดลงถึง -34.1% ในช่วงครึ่งปีแรก

ภาคการบริโภคและการลงทุน

  • การบริโภคภาคเอกชนและภาครัฐยังเติบโตช้า คาดทั้งปี 2568 โตเพียง 2.0% และ 1.5% ตามลำดับ

  • การลงทุนภาคเอกชนหดตัว -0.5% ขณะที่ภาครัฐโต 5.0%

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและค้าปลีกอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 42 เดือน จากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอและค่าครองชีพสูง

เงินเฟ้อและนโยบายการเงิน

  • เงินเฟ้อไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมิถุนายน โดยได้รับแรงกดดันจากราคาพืชผลสดและพลังงานที่ลดลง

  • คาดว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในเดือนตุลาคม และอาจต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2569