ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปีที่หืดขึ้นคออีกครั้งหนึ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยจากผลพวงของเศรษฐกิจโลก การเติบโตที่ไม่เป็นไปตามคาดของจีน ภาวะสงคราม ฯลฯ ผ่านเข้ามาสู่ปี 2567 ได้สองเดือน สถานการณ์ต่างๆ ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในมุมมองของผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่าง “ณวรางค์ แอสเซสท” ให้ความเห็นว่าปีนี้เป็นปีที่มีความท้าทายสูง แบรนด์และสินค้าต้องมีความชัดเจนทั้งในแง่การใช้สอยและความรู้สึกสำหรับผู้บริโภคเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่แยกย่อยลงไปสู่ความเป็นซับคัลเจอร์ (Sub-culture) มากยิ่งขึ้น

นายอภิภู พรหมโยธี ซีอีโอหนุ่มบริษัท ณวรางค์ แอสเซสท จำกัด เปิดเผยถึงแนวความคิดในการพัฒนาแบรนด์และสินค้าของณวรางค์ว่า ที่พักอาศัยไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ควรจะเป็นที่ที่มีความสุขที่สุดของแต่ละคน ดังนั้น เบื้องหลังการคิดทุกๆ โครงการของเรา จึงเน้นไปที่การทำอย่างไรจึงจะ ‘ขยายความสุข’ ให้กับผู้อยู่อาศัยของเรา

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ในขณะเดียวกันสภาพสังคมของประเทศไทยก็เปลี่ยนไปด้วย เช่น การก้าวเข้าสู่ยุค Silver Generation หรือยุคผู้สูงอายุ การที่คนหนุ่มสาวนิยมใช้ชีวิตคนเดียวหรือถ้าแต่งงานก็ไม่มีลูก ความสนใจในเรื่องของสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์การจับจ่ายใช้สอยเพื่อสุขภาพหรือ Wellness Trend ความน่าตื่นเต้นของเอไอที่เข้ามาอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ แนวโน้มเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ณวรางค์ให้ความสนใจและนำมาพัฒนาโครงการให้ตอบสนองลูกบ้านของเรา” นายอภิภูกล่าว

“โครงการ ณ รีวา เจริญนคร ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์บนถนนเจริญนคร เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เราได้นำเอาเทรนด์ที่เปลี่ยนไปมาใช้พัฒนารายละเอียดทั้งในด้านของฟังก์ชั่นการใช้สอยในห้องพัก อย่างการทำห้องแบบลอฟท์ (Loft) ฝ้าเพดานสูง 4.45 เมตร สร้างมิติให้กับการอยู่อาศัยแบบบ้านสองชั้นที่หลายๆ คนคุ้นเคย ในขณะเดียวกันก็สร้างลูกเล่นด้านอารมณ์ให้กับการอยู่อาศัยด้วย จุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้คือวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงโค้งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกห้องที่สามารถเสพสุนทรีย์จากการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะมาใช้พื้นที่ส่วนกลางส่วนที่เป็นห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น เป็นบริเวณที่จัดสรรให้ลูกบ้านได้ผ่อนคลายควบคู่ไปกับการดื่มด่ำวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำที่จะทำให้ทุกวันของการอยู่อาศัย สัมผัสได้ถึงคำว่าความสุขอย่างแท้จริง” ซีอีโอหนุ่มกล่าว

สำหรับโครงการ ณ รีวา เจริญนคร โครงการคอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น ใกล้ไอคอนสยามและบีทีเอสสถานีกรุงธนบุรี เดินทางเข้าสู่ถนนสาทร สีลม ได้อย่างสะดวกสบาย ปัจจุบันสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วและลูกบ้านเริ่มทยอยโอนเพื่อเตรียมเข้าอยู่อาศัย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นนักลงทุนที่ซื้อห้องชุดไว้เพื่อเตรียมรับกับการขยายตัวในบริเวณเจริญนคร เช่น โครงการศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ รองรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่จาก 7 กรมจำนวนมากกว่า 7,000 คน

นอกจากนี้นายอภิภูยังได้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งจากโครงสร้างของการคมนาคมอย่างรถไฟฟ้าที่ขยายสู่มุมเมืองมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันรูปแบบการเรียนการทำงานก็เปลี่ยนไปด้วย สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการออกแบบโครงการที่พักอาศัยคือเราต้องเข้าใจถึงเทรนด์และความเป็นประชาคมในวัฒนธรรมที่หลากหลายหรือเรียกว่ามีซับคัลเจอร์(Sub-culture) ที่เด่นชัดมากขึ้น

“ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีอย่างอินเตอร์เนตเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานอย่างลึกซึ้งโดยมีโรคระบาดช่วยกระตุ้นให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปอย่างถึงรากถึงโคน เราจึงเห็นคนทำงานออฟฟิศแต่ไม่ต้องไปทำงานออฟฟิศมากขึ้น รวมทั้งคนที่ประกอบอาชีพอิสระ ค้าขายออนไลน์ นักศึกษาที่ต้องทำงานเป็นกลุ่ม ฯลฯ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางจึงมีความจำเป็นที่ต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์อย่างที่กล่าวมาด้วย เช่นที่ ณ วีรา รามอินทรา เราสามารถทำราคาให้น่าสนใจคือเริ่มต้น 1.69 ล้านบาทเท่านั้นโดยไม่ต้องอ่อนข้อให้กับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองเพราะโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู จึงทำให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนจากการเช่ามาเป็นการซื้อได้ง่ายขึ้น และแม้ว่าที่ทำงานจะอยู่ใจกลางเมืองอย่างสีลม การเดินทางก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแม้ว่าที่พักจะอยู่ออกมาชานเมืองก็ตาม” นายอภิภูกล่าว

“ส่วนผู้ที่ทำงานที่บ้านหรือค้าขายออนไลน์ ก็สามารถใช้บริการโคเวิร์คกิ้งสเปซ (Co-working Space) ที่มีอยู่ภายในโครงการได้เลย หรือน้องๆ นักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยใกล้ๆ นั้น อย่างมหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วต้องทำงานกลุ่มหรือตัวหนังสือก่อนสอบ ก็ใช้ประโยชน์จากโคเวิร์คกิ้งสเปซได้เช่นกัน เป็นความอุ่นใจของผู้ปกครองเพราะไม่ต้องมีคนแปลกหน้าเข้าไปในห้องพักของลูกๆ ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ผู้ปกครองซื้อเอาไว้ให้ลูกๆ ที่เป็นนักศึกษาได้พักอาศัยระหว่างเรียน หรือนักลงทุนส่วนหนึ่งก็มองเห็นความคุ้มค่าของราคาที่สามารถปล่อยเช่าได้ไม่ยากนัก” นายอภิภูสรุป

ในปี 2567 นั้น ซีอีโอณวรางค์เผยว่ายังมีอีกหลายโครงการที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในกรุงเทพฯ โดยมีโครงการคอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่บนถนนหลังสวนซึ่งจะเป็นโครงการที่สี่ของบริษัทต่อจากโครงการบ้านณวรางค์ โครงการปอร์ติโก้ คอมมูนิตี้มอลล์ และโครงการไฮเอนท์ณวรา เรสซิเดนซ์ ที่สร้างปรากฏการณ์ขายหมดภายในครึ่งวัน จึงเป็นที่น่าจับตาว่าโครงการใหม่บนทำเลที่เรียกได้ว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเป็นทำเลที่ถือได้ว่าเป็นที่ดินเก่าแก่ของบริษัท จะสร้างปรากฏการณ์น่าตื่นเต้นได้อีกครั้งหรือไม่