ริสแลนด์ ประเทศไทย กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกสัญชาติฮ่องกง ปิดยอดขายปี 2563 จาก 7 โครงการได้กว่า 7,400 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์คาดตลาดฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 มั่นใจโครงการทำเลดี ราคาโดนยังไปได้ ล่าสุดเตรียมลงเสาเอกลุยก่อสร้างโครงการ เดอะ ลิฟวิ่น รามคำแหง คอนโดไฮไรส์ ไพรม์ แอเรียบนถนนรามคำแหง รับผังเมืองใหม่ ห่าง MRT Interchange ลำสาลี เพียง 100 เมตร  

นายเนี่ย ซงเชียน  ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการขายและการตลาด ประจำภูมิภาคไทย บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทย และต่างชาติ  อย่างไรก็ตามผลการดำเนินการบริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงปี 2563 ก็ยังสามารถปิดยอดขายไปได้กว่า 7,400 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ โครงการมิกซ์ยูส 2 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยว 1 โครงการ รวมทั้งหมด 7 โครงการ โดยการปรับกลยุทธ์มาเน้นการขายการตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 ริสแลนด์ (ประเทศไทย) ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตามแผนเดิมที่ได้วางไว้ ที่จะเปิดโครงการใหม่อย่างน้อยปีละ 2-3 โครงการ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 ยังคงอยู่และส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาและวิเคราะห์การพัฒนาโครงการใหม่ๆอย่างถี่ถ้วน เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในด้านของราคา ทำเลที่ตั้งของโครงการ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 

ดร.วอลเต้อร์ หลง ผู้อำนวยการโครงการ เดอะ ลิฟวิ่น รามคำแหง กล่าวว่า จากผังเมืองรวมฉบับใหม่ปี 2563 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดิน เพื่อยกระดับศักยภาพการใช้ประโยชน์จากที่ดินด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1. การยกระดับเพื่อรองรับโครงการขนส่งมวลชน ได้แก่ การก่อสร้างรถไฟฟ้าที่อยู่ในแผนพัฒนาทั้งในบริเวณ กรุงเทพฯชั้นกลาง และชั้นนอก 2. การยกระดับเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรเมืองในทำเลเมืองชั้นกลาง และชั้นนอก โดยทำเลในโซนรามคำแหง และบางกะปิ ได้อานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้า 3  เส้นใหม่ ทั้งสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สมุทรปราการ, สายสีส้ม ช่วงมีนบุรี-ศูนย์วัฒนธรรมฯ และสายสีน้ำตาล ช่วงศูนย์ราชการนนทบุรี-แยกลำสาลี ส่งผลให้ทำเลในโซนรามคำแหง และบางกะปิ เรียกได้ว่าเป็นย่าน EBD หรือ Extension Business District ย่านเมืองธุรกิจส่วนต่อขยาย ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบัน

ล่าสุดโครงการ เดอะ ลิฟวิ่น รามคำแหงสามารถปิดยอดขายไปได้แล้วกว่า 1,300 ล้านบาท  หลังจากเปิดขายอย่างเป็นทางการเพียง 5 เดือน​ นับจากเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา​ ซึ่งเป็นโครงการที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในย่านรามคำแหง ด้วยจุดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งใกล้ MRT สถานี Interchange ลำสาลี เพียง 100 เมตร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT 3 สาย และราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท  พร้อมผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทต่อเดือน

โดยในวันที่ 9 มีนาคมนี้ จะมีพิธีการลงเสาเอก เพื่อเริ่มการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2567 สามารถชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขาย ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.livinram.com หรือโทร 085-505-1286  

หมายเหตุ

โครงการฯ ได้ดำเนินงานตามแผนกำหนดเดิม

² EIA (Environmental Impact Assessment) ได้รับอนุมัติรเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563

² ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหลักโดยไม่มีการอนุมัติการคัดค้าน ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564

² พิธีการลงเสาเอก 9 มีนาคม 2564

² ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนภายในไตรมาสแรกปี 2567