7 มี.ค. 2562 นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ปรับลดอัตราภาษีรถยนต์ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5-PM 10 ประกอบด้วยลดอัตราภาษีรถยนต์กระบะและรถยนต์กระบะ 4 ประตู สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้เชื้อเพลิงบี20 ลง 0.5-1% จากปัจจุบันที่จัดเก็บที่ 2.5-10% และปรับลดอัตราภาษีรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (EV) จาก 2% เหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563-31 ธ.ค. 2565 เป็นเวลา 3 ปี การดำเนินการดังกล่าวทำให้กรมสรรพสามิตสูญเงินภาษีปีละ 1 พันล้านบาท จากภาษีรถยนต์ที่เก็บได้ปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม 

          ทั้งนี้การผลิตรถยนต์ EV จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มาลงทะเบียนผลิตรถยนต์ EV กับบีโอไอภายใน 31 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 13 ราย เชื่อว่าผู้ประกอบการจะเร่งขออนุมัติจากบีโอไอผลิตจรถยนต์ EV เร็ว เพราะทำให้ต้นทุนรถยนต์ลดลงคันละ 2-4 หมื่นบาท เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ราคาอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท 

          ขณะที่มาตรการส่งเสริมให้รถยนต์กระบะใช้น้ำมันบี 20 คาดว่าผู้ประกอบการรถยนต์ในไทย 4 ค่ายใหญ่ สนใจที่จะปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้รถกระบะใช้น้ำมันบี 20 ได้ภายในปีนี้ เพราะทำให้ราคารถยนต์ลดภาษีลดยนต์สรรพสามิตได้คันละประมาณ 1 หมื่นบาท 

          “มาตรการนี้กรมฯเชื่อว่า จะส่งผลให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์พัฒนามาตรฐานการปล่อยมลพิษของรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลให้มีประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM ตามมาตรฐานยูโร 5 ได้เร็วขึ้น และจะส่งผลให้ลดฝุ่น PM ของรถยนต์กระบะและรถยนต์กระบะ 4 ประตู ที่ชำระภาษีสรรพสามิตในแต่ละปีลดลง 76 ล้านกรัมต่อปี และลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนและค่าใช้จ่ายภาครัฐเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลด้วย” นายณัฐกร กล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.thaipost.net