ค้นหาข่าว

สนข.จ่อคลอดกรมรางคุมค่ารถไฟฟ้า

01/02/2019 อ่าน 6,568 คน

ขนาดตัวอักษร:

31 ม.ค. 2562 นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการจัดตั้งกรมรางนั้นขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้เห็นชอบร่างพรบ.การจัดตั้งกรมรางเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาขณะกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตัวบทกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. …. และการออกประกาศกฎกระทรวง ซึ่งต้องรอ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบต่อไป

สำหรับขอบเขตอำนาจของกรมรางนั้นจะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล(Regulator) คล้ายกับกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) รวมถึงบริษัทเอกชนเป็นเพียงผู้ประกอบการ(Operator) ภายใต้กำกับดูแลภายใต้รัฐบาลและกฎหมายที่กำหนด ดังนั้นจึงมีอำนาจควบคุมรถไฟทั่วไป รถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง อาทิ ด้านการวางแผนพัฒนาระบบราง การควบคุมมาตรฐานงานเดินรถและบริการ การพัฒนาที่ดินและพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามแนวเส้นทาง การลงโทษผู้ให้บริการ และการกำหนดราคาค่าโดยสารเป็นต้น


อย่างไรก็ตาม เมื่อขั้นตอนทุกอย่างครบหมดแล้วจะเสนอครม.เพื่อขอความเห็นชอบ คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อจัดหาบุคลากรราว 203 คน แบ่งเป็นข้าราชการ 176 คน และพนักงานราชการ 27 คน ควบคู่ไปกับการออกกฎหมายลูกภายใต้พรบ.การขนส่งทางราง จากนั้นจะเข้าควบคุมบริหารงานได้เต็มที่ภายในก.ย.นี้


นายสราวุธกล่าวต่อว่าสำหรับการควบคุมค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอนาคตนั้นกรมรางจะเข้ามาดูเรื่องการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า การกำหนดค่าโดยสารที่เป็นทำโดยจัดทำมาตรฐานราคาในแต่ละสายให้มีความสอดคล้องกัน แต่ทั้งนี้ไม่มีอำนาจไปกำกับดูแลและเปลี่ยนแปลงสัญญารถไฟฟ้าที่อยู่ในสัมปทานปัจจุบันซึ่งได้ลงนามไปแล้ว อาทิ รถไฟฟ้าสายสีชมพู รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีเขียวเขียวอ่อน-เขียวเข้ม รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เป็นต้น ดังนั้นจึงมีผลการกำกับดูแลเฉพาะรถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะเกิดและรถไฟฟ้าสายเดิมที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานอย่างสายสีเขียว


นายสราวุธ กล่าวว่า ในช่วงแรกจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ไปพลางก่อนระหว่างการรอออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ต่อไป สำหรับการสรรหาตำแหน่งผู้บริหารรวม 8 ตำแหน่งนั้นประกอบด้วย อธิบดี 1 ตำแหน่ง รองอธิบดี 1 ตำแหน่ง วิศวะกรใหญ่ 1 ตำแหน่ง และผู้อำนวยการฝ่ายอีก 5 ตำแหน่ง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thaipost.net

อ่านเพิ่มเติมจาก News ข่าวอสังหาริมทรัพย์

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close