เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมเราถึงไม่มีเงินเก็บกับเค้าสักที มีเท่าไหร่ใช้หมดตลอดเลย บางเดือนก็แทบไม่พอใช้เลยจนทำให้เราชักหน้าไม่ถึงหลัง บางคนถึงขนาดที่จะต้องไปกู้หนี้ยืมสิน นั้นก็เพราะคุณขาดวินัยทางการเงินบวกกับมีพฤติกรรมการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ลองพยายามเลิกหรือหักห้ามใจเอาไว้นะครับ

1.ตามใจปาก

          หลายๆคนมักจะอดใจไม่ไหวเมื่อเดินไปไหนมาไหนแล้วเจอของกินที่เห็นแล้วก็อยากไปซะหมด หากคุณมีพฤติกรรมแบบนี้ลองหักห้ามใจเอาไว้นะครับ เริ่มง่ายๆเลยเพียงแค่พอเราเห็นของที่เราชอบซื้อกินจุกจิกตามใจปากเราแล้วก็ให้ถึงถึงหุ่นของเราให้ดีว่าถ้าเรากินมากไปเราจะอ้วนขึ้นนะ ใส่เสื้อผ้าไม่สวย เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เรางดของพวกนี้ได้เราก็ประหยัดลงไปได้ครับ

2.ช้อปปิ้งทุกสัปดาห์

          เป็นบ้างหรือป่าวครับ พอถึงวันหยูดทีไรเป็นต้องออกไปเดินห้างช้อปปิ้ง ซื้อของอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะสาวๆหลายคนชอบไปช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าต่างๆมากมายทั้งๆที่ตู้เสือผ้าที่บ้านแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว หากคุณเป็นแบบนี้อยู่ให้ลองค่อยๆลดความอยากในการช้อปปิ้งดูครับ เช่นอาจจะนานๆทีช้อปพวกเสื้อผ้า หรือทางที่ดีก็นำเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้วไปขายมือ2ก็ได้นะครับแล้วตั้งกฎไว้ว่า หากยังขายไม่ได้จะไม่ซื้อมาเพิ่มอีก

3. เสพติดการเที่ยวกลางคืน

          นักเที่ยวยามราตรีทั้งหลายรู้ไหมครับว่าการที่เราออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนๆตอนกลางคืนบ่อยๆในแต่ละครั้งสูญเสียเงินกันไปเท่าไหร่  ยิ่งพอมึนๆแล้วด้วยยิ่งใช้จ่ายกันอย่างหนักจนไม่สนเลยว่าใช้เงินไปมากแค่ไหนแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วลองลดการเที่ยวกลางคืนกันครับ เช่น เดือนนึงไปแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว

4.ใช้เงินทันทีหลังเงินเดือนออก

          เงินออกปุ๊บรีบกดมาใช้ปั๊บ ใครเป็นแบบนี้กันบ้างครับ หากคุณมีนิสัยแบบนี้อยู่รีบหยุดพฤติกรรมเหล่านี้เลยนะครับเพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งนิสัยแย่ๆที่ทำให้เราไม่มีเงินเก็บสักที เพราะแทนที่เงินเดือนออกปุ๊บเราควรนำเงินส่วนนึงออกมาก่อนเพื่อนำไปออมก่อนที่เราจะใช้เงินที่ได้มานั้นหมดไปกับเรื่องสิ้นเปลืองฟุ่มเฟือยต่างๆครับ

          หากเพื่อนๆคนไหนอยากมีเงินเก็บเอาไว้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเพื่อเอาไว้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนต่างๆหรือเพื่อที่เราจะได้มีเงินเก็บไว้ยามฉุกเฉิน ก็ลด ละ เลิกพฤติกรรมเหล่านี้นะครับ จะได้มีเงินเก็บเอาไว้ทำในสิ่งที่อยากทำ หรือซื้อบ้าน ซื้อรถเป็นของตัวเองนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.moneyguru.co.th