ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทรนด์ดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจธนาคารที่ตอนนี้การแข่งขันชิงลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนระดับสูง ส่งผงให้ภาคธนาคารต้องปรับบริการนำเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ล่าสุดธนาคารซิตี้แบงก์ เปิดตัว “ซิตี้โกลด์ เวลท์ เซ็นเตอร์” ณ ศูนย์การค้าเดอะคริสตัล วีรันดา เป็นธนาคารสาขาไร้เงินสดแห่งแรกของประเทศไทย เน้นให้บริการด้านบริหารการลงทุน

           นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย บอกว่า “ซิตี้โกลด์ เวลท์ เซ็นเตอร์” จะเป็นการพลิกโฉมสาขาธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย เพราะพนักงานธนาคารจะต้องปรับเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนให้บริการในรูปแบบดิจิทัล ทั้งการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ /นำเสนอกองทุนต่างประเทศกว่า30กองทุน ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ระดับโลกได้โดยตรง

ทั้งนี้ภายในสาขาจะไม่มีการจัดการเงินสด ซึ่งลูกค้าสามารถใช้บริการฝาก-ถอนเงินจากเครื่องอัตโนมัติทั้ง ATM และ CDM ที่ตั้งอยู่ภายในสาขา นอกจากนี้ยังรวบรวมระบบโทเทิล เวลท์ แอดไวเซอร์ /เครื่องมือวางแผนทางการเงินตามเป้าหมาย ซึ่งช่วยวิเคราะห์และจัดพอร์ตการลงทุนของลูกค้าให้เหมาะสมตรงความต้องการ /ระบบซิตี้ ฟันด์ เอ็กซ์พลอเรอร์ เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน และราคาย้อนหลังของกองทุนแต่ละตัว

 

ปัจจุบัน ซิตี้แบงก์ มีบริการภายใต้กลุ่มงานการบริหารความมั่งคั่งหรือ Wealth Management ให้กับลูกค้านักลงทุน 2 กลุ่ม ได้แก่ ซิตี้ไพรออริตี้ (Citi Priority) เป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์กับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 5 ล้านบาท และ ซิตี้โกลด์ (Citigold) เป็นลูกค้า High Net Worth ที่มีสินทรัพย์กับธนาคารตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

นาย ดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยส่งเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น ทำให้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2560 ฐานลูกค้าในกลุ่มซิตี้โกลด์ เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากในช่วงที่ผ่านมาโตเพียง 8-9% ต่อปี และตั้งเป้าในปี2563เติบโต เป็น 2 เท่า  ซึ่งแผนการรุกตลาดกลุ่มนักลงทุนระดับสูง คาดว่าจะทำเงินลงทุนสุทธิและสินทรัพย์ภาพใต้การจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นมากกว่า1 เท่าในปี 2563

โดยปัจจุบัน ซิตี้บริหารจัดการเงินจำนวน 218,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่นักลงทุนมีศักยภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ากว่า 30-40% ของจำนวนเงินลงทุนใหม่จากลูกค้าซิตี้โกลด์ ในแต่ละเดือนเป็นการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ สอดคล้องกับจุดแข็งของซิตี้แบงก์ที่เป็นปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่คอยนำเสนอทางเลือกด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนทั่วโลก