TerraBKK Research ได้รวบรวมผลประกอบการกลุ่ม "เหล็ก (Steel)" ประจำไตรมาส 2 ปี 2559 ย้อนหลังไปจนถึงปี 2555 โดยในกลุ่มนี้มีทั้งหมด 24 บริษัท ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยตัวเลขทางการเงินที่เราได้รวบรวมมา ได้แก่ รายได้ อัตรากำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนจากส่วนของสินทรัพย์ อัตรากำไรต่อหุ้น และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ตัวเลขเหล่านี้มีจุดประสงค์ในการบอกถึงสถานะการดำเนินงานที่แตกต่างกันซึ่งจะช่วยให้ท่านที่สนใจติดตามผลการดำเนินงานได้รู้ถึงการเติบโตของแต่ละบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันว่าบริษัทใดสามารถสร้างผลประกอบการได้ดีเมื่อเทียบกับในอดีต สำหรับผลการดำเนินงานปี Q2/2559 มีรายละเอียดดังนี้

ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขการเงินในอดีต ดังนั้นผลประกอบการในอนาคตอาจจะไม่เหมือนกับในอดีตก็ได้เช่นกัน นักลงทุนควรที่จะศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน

รายชื่อบริษัทในกลุ่มเหล็กที่ซื้อขายในตลาด SET

  • AMC : เอเซีย เมทัล
  • BSBM : บางสะพานบาร์มิล
  • CEN : แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค
  • CSP : ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์
  • GJS : จี เจ สตีล
  • GSTEL : จี สตีล
  • INOX : โพสโค-ไทยน๊อคซ์
  • LHK : โลหะกิจ เม็ททอล
  • MAX : แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น
  • MCS : เอ็ม.ซี.เอส.สตีล
  • MILL : มิลล์คอน สตีล
  • PAP : แปซิฟิกไพพ์
  • PERM : เพิ่มสินสตีลเวิคส์
  • RICH : ริช เอเชีย คอร์ปอเรชั่น
  • SAM : สามชัย สตีล อินดัสทรี
  • SMIT : สหมิตรเครื่องกล
  • SSSC : ศูนย์บริการเหล็กสยาม
  • TGPRO : ไทย-เยอรมัน โปรดักส์
  • THE : เดอะ สตีล
  • TIW : ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์
  • TMT : ค้าเหล็กไทย
  • TSTH : ทาทา สตีล (ประเทศไทย)
  • TWP : ไทยไวร์โพรดัคท์
  • TYCN : ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย)

จากผลประกอบการกลุ่มเหล็ก ประจำไตรมาส 2 ปี 2559 TerraBKK Research พบว่า หลายบริษัทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น กำไรเติบโต อัตรากำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยบริษัทที่มีการเติบโตต่อเนื่อง คือ MCS และ MILL

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

รายได้ (Revenue) จากการสำรวจรายได้กลุ่มเหล็กเราพบว่าหลาย ๆ บริษัทในกลุ่มนี้มีรายได้เติบโตขึ้น (Revenue Growth) จากปีที่แล้วหลายบริษัทซึ่งในช่วงที่ผ่านมารายได้ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยบริษัทที่มีรายได้เติบโตมากกว่า 10% ได้แก่ MILL (+76% Y-o-Y), BSBM (+70% Y-o-Y), MCS (+68% Y-o-Y), RICH (+54% Y-o-Y), AMC (+26% Y-o-Y), CEN (+25% Y-o-Y) และ INOX (+19% Y-o-Y) โดย MILL, MCS มีรายได้เติบโต 3 ปีติดต่อกันและรายได้ทำจุดสูงสุดในรอบ 5 ปี (New High Revenue) ในอีกด้านหนึ่งก็มีบริษัทเหล็กที่มีรายได้ลดลงต่อเนื่องเช่นกัน ได้แก่ SSSC, PAP, THE, LHK, GJS, PERM, TYCN, SAM, SCP, MAX และ TIW

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) หลายบริษัทในกลุ่มเหล็กมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้นโดยบริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิมากกว่า 10% ได้แก่ MCS, BSBM, TWP และ AMC ถ้าเราดูบริษัทอื่น ๆ เราจะพบว่าหลายบริษัทในไตรมาส 2/2559 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นและมีเพียง 3 บริษัทเท่านั้นที่อัตรากำไรสุทธิลดลง TIW, CEN และ MAX

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Asset : ROA) เป็นอัตราส่วนที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่บริษัทยิ่ง ROA มีค่ามากแสดงว่าบริษัทสามารถนำสินทรัพย์ที่ตนเองมีอยู่นำมาสร้างผลตอบแทนได้มากบริษัทที่มี ROA มากกว่า 10 เท่า ได้แก่ MCS, TMT, PAP และ MILL โดย MCS เป็นบริษัทที่มีแนวโน้มของ ROA เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) เป็นตัวชี้วัดถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นยิ่งตัวเลขมากยิ่งดีบริษัทที่มีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนมากกว่า 10% ได้แก่ TMT, MCS, MILL, PAP และ SSSC สำหรับ MCS ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มี ROE สูงต่อเนื่อง

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

กำไรต่อหุ้น (Earning per Share : EPS) กำไรต่อหุ้นเป็นอัตราส่วนที่บอกถึงผลตอบแทนของกำไรสุทธิต่อหนึ่งหุ้นบริษัทที่มีการเติบโตของกำไรสุทธิมากก็จะแสดงถึงความสามารถในการรับรู้กำไรต่อหนึ่งหุ้นที่มากขึ้นด้วยดังนั้นเราจะให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรต่อหุ้นเป็นหลัก จากการสังเกตกำไรต่อหุ้น TerraBKK Research พบว่า หลายบริษัทมีกำไรต่อหุ้นเติบโตขึ้นเกือบทุกบริษัทล้อไปกับรายได้ที่เติบโตบริษัทที่มีการเติบโตกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) มากกว่า 15% และมี EPS Growth ต่อเนื่องได้แก่ MILL (700% Y-o-Y), TMT (+171% Y-o-Y) และ MCS(+90% Y-o-Y) ส่วนบริษัทเหล็กที่ฟื้นตัวในปีนี้ ได้แก่ AMC, CSP, GJS, TYCN และ RICH

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

หนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) อัตราหนี้สินต่อทุนควรอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากการระดมทุนจากส่วนของหนี้สินมากๆจะทำให้มีต้นทุนทางการเงินค่อนข้างมากและมีความเสี่ยงมากกว่านอกจากนั้นบริษัทที่มีหนี้สินมากๆจะไม่สามารถขอกู้จากสถาบันการเงินได้ทำให้บริษัทต้องหันมาระดมทุนจากผู้ถือหุ้นผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนส่งผลให้จำนวนหุ้นมากขึ้นถ้าบริษัทเอาเงินเพิ่มทุนไปแต่ไม่สามารถสร้างกำไรได้ดีจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นลดลงจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่จะไม่ชอบให้กำไรต่อหุ้นของตนเองลดลงในที่สุดมันจะถูกสะท้อนออกมายังราคาหุ้นที่ลดลง บริษัทที่มี DE สูงกว่า 2 เท่า ได้แก่ GSTEL, PERM, RICH และ THE - เทอร์ร่า บีเคเค

อัตรากำไรสุทธิ จะแสดงถึง ความสามารถในการทำกำไรสุทธิของบริษัท เป็นการวัดความสามารถของบริษัทในการควบคุมรายจ่ายทุกประการทั้งดอกเบี้ยและภาษีเมื่อเทียบกับยอดขาย หากอัตราส่วนนี้มีค่าสูงแสดงว่าบริษัทสามารถเปลี่ยนยอดขายให้เป็นกำไรสุทธิได้มาก

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) แสดงถึง สัดส่วนของเงินทุนจากการกู้ยืมต่อเงินทุนจากเจ้าของธุรกิจถ้าอัตราส่วนนี้สูงแสดงว่าบริษัทมีการกู้ยืมเงินในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินทุนจากผู้ถือหุ้นของบริษัท ทำให้มีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกับอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์

อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Asset:ROA) แสดงถึง ระดับผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมของบริษัท เป็นการวัดความสามารถในการนำสินทรัพย์ทั้งหมดของธุรกิจใช้ในการสร้างยอดขายและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดสุทธิจากภาษีแต่ก่อนหักต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิจากภาษีที่ประหยัดได้) อัตราส่วนที่สูงแสดงว่าบริษัทมีความสามารถสูงในการนำสินทรัพย์ไปสร้างกำไรจากการดำเนินงาน

อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) แสดงถึง ระดับผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เป็นการวัดความสามารถในการทำกำไรให้แก่เงินทุนของผู้ถือหุ้น หากค่าที่ได้จากการคำนวณสูงแสดงว่าผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้รับเงินปันผลและผลตอบแทนที่สูง

บทความโดย : TerraBKK เคล็ดลับการลงทุน แหล่งข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก