พลาดไม่ได้แล้ววว !! กับการเปิดจองคอนโดออนไลน์ "Ananda Online Booking" ที่มาพร้อมกับส่วนลดถึง 200,000 บาท ดีเดย์ 22 กันยายนนี้

ประกาศ “งานนี้ ให้จองออนไลน์เท่านั้น 3 ชั่วโมง 21.00 - 24.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2559 หมดแล้ว หมดเลย!”

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียม เปิดตัว Ananda Online Booking ผ่านแคมเปญ “Ananda Click Now จองง่าย ได้เลย” ถือเป็นครั้งแรกของการให้บริการการจองคอนโดด้วยระบบออนไลน์ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกลุ่มเป้าหมาย Gen C ที่มีไลฟ์สไตล์คู่ขนานกับโลกออนไลน์อย่างกลมกลืน ด้วยการออกแบบระบบบริการทางออนไลน์ ให้สามารถตอบสนองพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายอย่างครบถ้วนโดยมีแนวคิดสำคัญอย่าง

• Easy : จองง่าย จ่ายสะดวก ไม่กี่คลิก ได้ห้องถูกใจ ช่วยให้คุณไม่เสียเวลาต่อคิว

  • Fast : ไวกว่าการจองแบบปกติ เพราะมีข้อมูลครบจบบนหน้าจอ ตัดสินใจได้ทันที
  • Smart : จองได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทุกอุปกรณ์ Smart Device คู่ใจของคุณ
  • Secure : การรันตีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมด้วยระบบ Payment Gateway
  • ผ่านธนาคารชั้นนำโดยสามารถรองรับบัตรเครดิต และบัตรเดบิต จากทุกธนาคาร ทั้ง Visa และ Master Card
เปิดประสบการณ์ใหม่ กับ 2 โครงการทำเลยอดเยี่ยม Ideo Mobi Asoke และ Venio Sukhumvit 10

Ideo Mobi Asoke และ Venio Sukhumvit 10 ซึ่งทั้งสองโครงการมีความพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือการดีไซน์ที่จะเชื่อมโยงชีวิตติดกับที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล Ideo Mobi Asoke ภายใต้คอนเซ็ป “The Revolutionary Smart Condo” เพียง 290* เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า MRT

ลดสูงสุด 200,000 บาท เมื่อจองผ่านออนไลน์เท่านั้น

Ideo Mobi Asoke โครงการใหม่ล่าสุดที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นปรากฏการณ์ “The Revolutionary Smart Condo” ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมอำนวยความสะดวกครอบคลุมทั้งตัวอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจระหว่างอโศก แลพระราม 9 บนพื้นที่ขนาด 2 ไร่ มีจำนวน 508 ยูนิต (พักอาศัย 507 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต) 36 ชั้น และพื้นที่จอดรถ 245 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) โดยมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี มีระยะห่างจากอาคารเพียง 290* เมตร Airport Link ห่างเพียง 320* เมตร และเฉลี่ยเวลาเดินทางเพียง 10* นาทีในการเข้าสู่รถไฟฟ้าสถานีอโศก

โครงการ Ideo Mobi Asoke

เลือกชั้นที่ใช่ ยูนิตที่ชอบ กับ โครงการ Ideo Mobi Asoke ทั้ง 3 ชั้น คือ

โครงการ Ideo Mobi Asoke ชั้น 10

โครงการ Ideo Mobi Asoke ชั้น 22

โครงการ Ideo Mobi Asoke ชั้น 32

จุดเด่นของโครงการ
  • Smart Home : นวัตกรรมความปลอดภัยแบบไร้รอยต่อ ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Break-in Alert ระบบเตือนภัยอัจฉริยะที่สามารถเตือนภัยแบบ Real Time ให้แก่ผู้อยู่อาศัยมีความอุ่นใจในความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
  • Digital Door Lock : มีให้ทุกยูนิต รองรับกับระบบ Smart Hub
  • IP Camera : (ให้เฉพาะห้อง 1 Bedroom, 2 Bedrooms และ Duplex) เพื่อตรวจเช็คความปลอดภัยในห้องโดยมีระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว หากมีกรณีฉุกเฉินระบบตรวจจับจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนพร้อมภาพไปยังมือถือของเจ้าของบ้าน และส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ เพื่อตามจับผู้ต้องสงสัยได้เร็วขึ้น
  • Smart Hub : ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในห้องพัก ทำหน้าที่เป็นหัวใจต่อการสื่อสารของทุกอุปกรณ์ที่รองรับ IoT ให้สามารถสื่อสารกันได้ พร้อมทั้งยังรองรับการเพิ่มเติมของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่เจ้าของห้องจะซื้อเพิ่มเติมในอนาคต
  • Smart Gate Barrier & Smart Access Control : ระบบสแกนบัตรจอดรถในระยะไกล สามารถอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดหน้าต่างเพื่อแตะบัตร และระบบนี้ยังทำงานร่วมกับระบบ Access Control ตามแต่ละประตู เพียงใช้การ์ดใบเดียวก็สามารถเข้าออกได้ทุกจุดภายในคอนโด* และยังเป็นการป้องกันบุคคลภายนอกที่ไม่หวังดีเข้ามาภายในคอนโดได้อีกด้วย
Smart Design อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ดังนี้ 1. Smart Building Design
  • M Shape Building Master Plan : การออกแบบผังอาคาร ใช้วิธีการวางผังที่แตกต่างไปจากการวางผังทั่วไป โดยออกแบบให้เป็นรูปตัว M หรือ ที่เรียกว่า “M Shape Design” โดยการวางผังในรูปแบบนี้ทำให้ห้องพักทุกห้องอยู่ในตำแหน่ง และทิศหลบอาคารข้างเคียงโดยรอบ เพื่อให้ทุกห้องได้รับมุมมองที่เปิดโล่งสู่ทิวทัศน์เมืองให้ได้มากที่สุด พร้อมการออกแบบระบบผนังอาคารแบบ Bay window ที่เน้นความกว้างของหน้าต่าง รวมถึงความกว้างของห้องที่กว้างถึง 10 เมตร (เฉพาะห้อง 2 Bedrooms) และความสูงของเพดาน 2.7*เมตร เพื่อให้ห้องพักมีบรรยากาศปลอดโปร่งอย่างเต็มที่
  • 2 Bedrooms with curve corner room : ห้องพักแบบ 2-bedrooms ที่มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นติดระเบียง semi-outdoor มีลักษณะเป็นมุมแหลมปลายมนยื่นไปยังด้านนอก เพื่อสร้างให้เกิดความรู้สึกเหมือนนั่งผักผ่อนอยู่กลางอากาศ ชื่นชมทิวทัศน์เมืองโดยรอบได้อย่างผ่อนคลาย
  • Compartment Bathroom : การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ห้องน้ำ สามารถเข้าได้ทางห้องนั่งเล่น และห้องนอน การดีไซน์ห้องน้ำที่เป็น compartment ทำให้ใช้ห้องน้ำได้พร้อมกันในเวลาเร่งด่วน และยังมีอุปกรณ์ Innovative มาอำนวยความสะดวกด้วย เช่น Auto Washlet เป็นต้น
2. Smart Green Design
  • Passive Solar Shading : กันสาดเหนือหน้าต่างตลอดเส้นรอบรูปอาคาร ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยลดปริมาณแสงแดด และความร้อนที่เข้าสู่ตัวอาคารในแต่ละด้าน โดยแต่ละด้านจะมีระยะยื่นต่างกันตามทิศของแสงที่ตกกระทบตัวอาคารในแต่ละด้าน และยังช่วยลดปัญหาด้านการรั่วซึมของน้ำฝนผ่านระบบหน้าต่างอาคารในระยะยาว
  • Smart Lighting : การออกแบบระบบ Motion Sensor ควบคู่กับการใช้หลอดไฟ LED ทั้งอาคารให้สามารถ เปิด – ปิดไฟได้อัตโนมัติตามแต่สถานการณ์ เช่น ในช่วงกลางวันและกลางคืน ขณะที่ไม่มีคนใช้งาน ไฟก็จะเปิดโหมดความสว่างที่เหมาะสม แต่เมื่อมีคนเข้ามา ระบบจะเปิดไฟเต็มประสิทธิภาพ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ทั้งในส่วนของ Corridor, Parking, Lobby และ Facility Rooms
  • Smart Air-conditioner : โดยการออกแบบระบบ Motion Sensor ในส่วน Facilities ให้สามารถเปิด – ปิดเครื่องปรับอากาศได้อัตโนมัติตามสถานการณ์ เช่น ในช่วงกลางวันและกลางคืนขณะที่ไม่มีคนใช้งาน เครื่องปรับอากาศจะปิดการทำงาน แต่เมื่อมีคนเข้ามา ระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานทั้งในส่วนของ Lobby และ Facility Rooms
3. Smart Design Tools
  • มีการใช้ระบบ Building Information Management ในการออกแบบตัวอาคาร เพื่อได้อาคารที่มีคุณภาพ และการก่อสร้างโดยใช้หลักการ Customer Service ทั้งนี้อาคารยังสามารถมีการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำมาใช้ในการบริหารอาคาร และการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเพียบพร้อมด้วย นวัตกรรมแห่งการใช้ชีวิตที่ช่วยเติมเต็มความต้องการ เพื่อความสุขในทุกรูปแบบของการอยู่อาศัย อาทิ
  • Urban Trail Running : การออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ล่าสุด ด้วยทางวิ่งไล่ระดับจากชั้น 1 สู่ชั้น 7 ท่ามกลางบรรยากาศของสวนธรรมชาติและวิวสวยของเมือง
  • Dynamic Garden : พื้นที่ออกกำลังกายสีเขียวจาก Landscape Design ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร
  • Ozone Grand Lobby : ล็อบบี้ที่มีเอกลักษณ์ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวในแบบ Aquarium-like Courtyard
  • Sky Lounge : พื้นที่พบปะสังสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความทันสมัยของกรุงเทพฯ บนชั้น 36
  • Library & Co-Working Space : พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดใน Bangkok’s Skyline บนชั้น 36 สามารถแบ่งเป็นโซนทั้งแบบ Private Space หรือ Co-Working Space เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์กันได้
  • Panoramic sky pool : สระว่ายน้ำในรูปแบบ Infinity Edge Pool ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศวิวเมืองแบบ Panorama ถึง 3 ระดับ พร้อมเปิดประสบการณ์การว่ายใหม่ด้วย Illuminated Swim Lane และ Under Water Sound System ให้คุณสัมผัสบรรยากาศผ่อนคลายในรูปแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
  • Cloud Fitness : เปิดประสบการณ์ออกกำลังกายในรูปแบบใหม่กับฟิตเนตชั้นสูงสุดของอาคาร ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของวิวเมืองถึง 2 ฝั่ง (ฝั่งเอกมัย-ทองหล่อ/ฝั่งอโศกเพชรบุรี-ชิดลม)

2 Bedrooms with curve corner room เผยทัศนียภาพที่สวยที่สุดของวิวเมือง

ที่ตั้งโครงการ Ideo Mobi Asoke

Venio Sukhumvit 10 ภายใต้คอนเซ็ป “Live Beyond” ใกล้รถไฟฟ้าสถานีนานา เพียง 162 ยูนิต ลด 20,000 บาท เมื่อจองผ่านออนไลน์เท่านั้น

Venio Sukhumvit 10 ถือเป็น Brand น้องใหม่ถอดด้ามภายใต้การดูแลของบริษัท Helix หนึ่งในบริษัทในเครือของ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ใช้แนวคิด “Live Beyond ความสุขแห่งการใช้ชีวิตที่มากกว่าการอยู่อาศัยในแบบคุณ” แม้ว่าโครงการจะสร้างสรรค์บนพื้นที่ประมาณ 1-0-53 ไร่ 162 ยูนิต จำนวน 8 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น พื้นที่จอดรถ 68 คัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่าง พื้นที่สีเขียว ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ แต่ยังจัดว่าเป็นที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม เพราะอยู่ย่านใจกลางสุขุมวิท ที่เต็มไปด้วยความสะดวกในการเดินทางอย่างสถานีรถไฟฟ้าสถานีนานา ที่ห่างจากอาคารพียง 650 เมตร และสถานีอโศก 750 เมตร

นอกจากนี้ยังใกล้กับแหล่งพื้นที่ไลฟ์สไตล์ เช่น Terminal 21, Robison, Korea Town ใกล้สวนสาธารณะใหญ่ ถึง 2 แห่ง คือ สวนเบญจกิติ สวนชูวิทย์ และสถานพยาบาลสำคัญอย่าง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และโรงพยาบาลเทพธารินทร์ รวมทั้งอาคารออฟฟิศที่มีชื่อเสียง Time Square, Exchange Tower, Interchange 21, Jasmin City, Ocean Tower, Sinothai Tower เป็นต้น

โครงการ Venio Sukhumvit 10

เลือกชั้นที่ใช่ ยูนิตที่ชอบ โครงการ Venio Sukhmvit 10 ทั้ง 2 ชั้นคือ

ชั้น 2 โครงการ Venio Suhumvit 10

ชั้น 4 ตั้งแต่ห้อง 401-410 โครงการ Venio Suhumvit 10

ด้านแนวคิดการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม เน้นผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นกับความคลาสสิก ซึ่งใช้โทนสีขาว เทา และดำ เสริมด้วยรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิค ทำให้ห้องดูหรูหรา มีระดับ สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน และมอบความสวยงามให้อยู่เหนือกาลเวลา (Timeless Design) มีคุณค่าในทุกยุคทุกสมัย จนนำไปสู่การออกแบบในห้องพักสไตล์ “The Modernist” ที่ออกแบบเพื่อความสวยงามอย่างมีสไตล์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างสูงสุด

ส่วนฟังค์ชันก์อำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลาง และระบบรักษาความปลอดภัยยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานไม่ว่าจะเป็น
  • GEOASIS : สระว่ายน้ำสี่เหลี่ยมสไตล์ Geometric แวดล้อมด้วยสวนสวยกับที่นั่งเล่นชิลเอ้าท์ ดื่มด่ำกับการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง
  • SERENITY GARDEN : สวนลอยฟ้าที่มอบความสงบและเป็นส่วนตัว พร้อมคาบาน่าพื้นที่แห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
  • FITNESS : อุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายที่ทันสมัย สามารถออกกำลังกายได้อย่างเป็นส่วนตัว
  • ONYX LOFT : พื้นที่แห่งการพักผ่อน เปิดรับวิวสระว่ายน้ำและสวนสวย
  • ระบบความปลอดภัยด้วย Key Card Access : ตั้งแต่ทางเข้าออก จนถึงการเข้าสู่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในโครงการ รวมถึงการขึ้นสู่ห้องพัก พร้อม Digital Door Lock ทุกยูนิต

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ Venio Sukhumvit 10

สุดท้าย ไฮไลท์สำคัญของโครงการ Venio Sukhumvit 10 ที่น่าสนใจ คือ ความคุ้มค่าต่อการเป็นเจ้าของห้อง พร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบ (Fully Furnished) ที่ได้รับการดีไซน์มาพิเศษ ซึ่งถูกออกแบบ และจัดวางมาอย่างลงตัวแบบมีเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าคุ้มทุกตารางเมตรกับการจัดวางพื้นที่ใช้สอยในห้องพัก ให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เชื่อมต่อหรือแบ่งตามสัดส่วนด้วยกระจกบานเลื่อนสูงได้ตามที่ใจคุณต้องการ พร้อมให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนห้องชุดในโครงการเพียง 162 ยูนิต เท่านั้น เลือกห้องสวยในโครงการ Venio Sukhumvit 10 ก่อนใครกับ The Agent

ที่ตั้งโครงการ Venio Sukhumvit 10

4 ข้อต้องทำก่อนเริ่มจองคอนโดออนไลน์
  1. ลงทะเบียนเพื่อรับ Username และ Password ที่ www.ananda.co.th และตรวจสอบ Email ของคุณ เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการจองในวันที่ 22 กันยายน
  2. เช็ควงเงินบัตรเครดิตของคุณว่าเพียงพอหรือไม่ กรณีที่เป็นบัตรเดบิต กรุณาติดต่อธนาคารประจำบัตร เพื่อ Activate บัญชีการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ (ราคาจองเริ่ม 30,000 – 100,000 บาท)
  3. ศึกษาข้อมูลโครงการและห้องที่คุณสนใจ พร้อมทั้งเลือกยูนิตในใจ 2-3 ยูนิต เผื่อกรณีที่จองไม่ทัน ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลโครงการที่สนใจได้ที่ www.ananda.co.th/onlinebooking
  4. กรณีที่เป็นสมาชิก AMC กรุณาตรวจสอบ AMC Code ของคุณสำหรับรับสิทธิพิเศษในการจอง (หากไม่ทราบกรุณาติดต่อ Call Center โทร 02-316-2222)

Ananda Online Booking ด้วย 3 Step ง่ายๆ ที่ทำให้คุณได้ห้อง

  • ขั้นที่หนึ่ง : เลือกโครงการ 2 โครงการใหม่ที่จะเปิดจองในวันที่ 22 กันยายนนี้ ได้แก่ Ideo Mobi Asoke และ Venio Sukhumvit 10
  • ขั้นที่สอง : เลือกชั้นและห้อง ควรศึกษาข้อมูลโครงการ และห้องที่คุณสนใจพร้อมทั้งเลือกยูนิตในใจ 2-3 ยูนิต เผื่อในกรณีที่จองไม่ทัน
  • ขั้นที่สาม : จอง จ่าย จบ เช็ควงเงินบัตรเครดิตของคุณว่าเพียงพอหรือไม่ กรณีที่เป็นบัตรเดบิต กรุณาติดต่อธนาคารประจำบัตรเพื่อ Activate บัญชีการชำระเงินผ่านออนไลน์ ราคาจองเริ่มต้น 30,000 – 100,000 บาท

***งานนี้ ให้จองออนไลน์เท่านั้น 3 ชั่วโมง 21.00 - 24.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2559 หมดแล้ว หมดเลย!***

ขอบคุณข้อมูลจาก www.ananda.co.th