ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ เกาะสมุย–เกาะพะงัน ได้กลายเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดของประเทศไทย ทั้งในมิติของการลงทุน การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และการถือครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบ Leasehold จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ แรงขับเคลื่อนดังกล่าวส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ และนำไปสู่การปรับตัวของราคาที่ดินในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในพื้นที่เกาะสมุย–พะงันปรับตัวเพิ่มขึ้นในลักษณะก้าวกระโดด สะท้อนแรงส่งจากดีมานด์ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลักษณะคล้ายกับการเติบโตของตลาดที่ดินในจังหวัดภูเก็ตในช่วง 5 ปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบในเชิงระดับราคาโดยรวมแล้ว พื้นที่เกาะสมุย–พะงันยังคงมีระดับราคาที่ดินต่ำกว่าภูเก็ตอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังถือเป็นตลาดที่อยู่ในช่วง Early Growth to Expansion Phase และยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกค่อนข้างมาก

154 โครงการ 2,860 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 61,140 ล้านบาท

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะสมุย–พะงัน มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวมทั้งสิ้น 154 โครงการ ครอบคลุมยูนิตขายประมาณ 2,860 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 61,140 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงการขยายตัวของอุปทานอย่างต่อเนื่อง และการเข้าสู่ตลาดของผู้พัฒนาโครงการทั้งรายเดิมและรายใหม่ในช่วงที่ผ่านมา

ในด้านการดูดซับตลาด พบว่าโครงการบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูง และมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์รองรับกำลังซื้อชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นการขายในรูปแบบ Leasehold ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนตลาดอย่างชัดเจน

ผู้พัฒนารายใหญ่เริ่มสะสมที่ดิน เตรียมเปิดเกมแข่งขันรอบใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่จากกรุงเทพมหานครเริ่มให้ความสนใจเข้ามาสะสมที่ดินในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการในอนาคต

โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งยังมีอุปทานในตลาดค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการ ส่งผลให้อัตราการดูดซับ หรือ Absorption Rate อยู่ในระดับค่อนข้างสูง และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2569 จะมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหม่และรายใหญ่จากกรุงเทพฯ รวมถึงผู้พัฒนาในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น บมจ. ศุภาลัย, บมจ. อรสิริน โฮลดิ้ง และผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์รายอื่น ๆ เข้ามาเปิดตัวโครงการเพิ่มเติมอย่างคึกคัก

การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านทำเล การออกแบบโครงการ และกลยุทธ์การขาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เห็นว่า ผู้พัฒนาโครงการควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน หรือ Title Deed ให้ถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงการเลือกทำเลที่มีศักยภาพด้านดีมานด์ที่ชัดเจน แม้ตลาดโดยรวมยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ความสำเร็จของแต่ละโครงการยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของทำเล โครงสร้างผู้ซื้อ ราคา และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

อุปทานที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะสมุย จำแนกตามประเภท ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะสมุยยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและต่อเนื่อง

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของเกาะสมุยในฐานะหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและการพักอาศัยระดับนานาชาติ หรือ International Resort Real Estate Market ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ปัจจุบันเกาะสมุยมีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายรวมทั้งสิ้น 113 โครงการ ครอบคลุมยูนิตขายทั้งหมด 2,422 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 53,200 ล้านบาท

สามารถจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ คอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ และบ้านจัดสรร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดที่มีความหลากหลาย และอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หรือ Sustained Growth Phase

คอนโดมิเนียมเกาะสมุย 9 โครงการ 1,214 ยูนิต

ในส่วนของคอนโดมิเนียม พบว่ามีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 9 โครงการ รวม 1,214 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 6,028 ล้านบาท

โครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูง ได้แก่ หาดเฉวง–บ่อผุด และหาดละไม ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์บนเกาะสมุย ส่งผลให้ยังคงสามารถดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่อการพักอาศัยได้อย่างต่อเนื่อง

ระดับราคาคอนโดมิเนียมโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 60,000–80,000 บาทต่อตารางเมตร อย่างไรก็ตาม ตลาดมีการปรับตัวของราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบางโครงการระดับลักชัวรีมีราคาขายสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร

การปรับขึ้นของราคาในกลุ่มโครงการระดับบน สะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพโครงการ และความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อระดับบนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

บ้านพักตากอากาศยังเป็นเซกเมนต์หลักของเกาะสมุย

ตลาดบ้านพักตากอากาศยังคงเป็นเซกเมนต์หลักของเกาะสมุย โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 65 โครงการ รวม 749 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 29,850 ล้านบาท

อุปทานส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชายหาดสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำ เฉวง–บ่อผุด และละไม ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพด้านวิวทะเล ความเป็นส่วนตัว และความต้องการเช่าระยะสั้นจากนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม

สำหรับตลาดบ้านจัดสรร พบว่ามีจำนวน 39 โครงการ รวม 459 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 17,322 ล้านบาท

การพัฒนาโครงการส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือของเกาะ ซึ่งเป็นโซนที่มีความสงบและเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์

ดีมานด์ต่างชาติผลักดันราคาขายและการลงทุน

ในด้านโครงสร้างดีมานด์ ตลาดคอนโดมิเนียมเกาะสมุยยังคงได้รับแรงสนับสนุนหลักจากกำลังซื้อชาวต่างชาติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนักลงทุนจาก ยุโรป รัสเซีย ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย จีน และอิสราเอล

กลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันทั้งยอดขายและระดับราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีพฤติกรรมการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งเพื่อการพักอาศัยระยะยาว การซื้อเพื่อปล่อยเช่า และการถือครองเป็นสินทรัพย์ระยะยาวในตลาดรีสอร์ต

นอกจากปัจจัยด้านตัวเลขการลงทุนแล้ว ความน่าสนใจของตลาดเกาะสมุยยังมาจากปัจจัยเชิงคุณภาพ ทั้งในด้านทำเลติดชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลก ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงไลฟ์สไตล์ของเกาะที่ผสมผสานระหว่างความเป็นรีสอร์ตและชุมชนต่างชาติอย่างลงตัว

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกาะสมุยไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังพัฒนาไปสู่ Destination Investment Market ที่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก

อุปทานบ้านพักตากอากาศในพื้นที่เกาะสมุยจำแนกรายปี ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569

 

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ภาพรวมตลาดบ้านพักตากอากาศในพื้นที่เกาะสมุยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดในระดับก้าวกระโดด

จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ในปี พ.ศ. 2567 มีการเปิดขายโครงการบ้านพักตากอากาศใหม่จำนวนประมาณ 298 ยูนิต ขณะที่ในปี พ.ศ. 2568 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 318 ยูนิต

ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวมากกว่า 100% จากช่วงเวลาปกติในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะอยู่ในระดับที่เริ่มมีความหนาแน่นมากขึ้นแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ผู้พัฒนาโครงการหลายรายยังคงมีแผนเตรียมเปิดตัวเฟสใหม่เพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่ง และเพื่อเกาะกระแสเชิงบวกของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนบนเกาะสมุย

ในด้านโครงสร้างผู้ซื้อ พบว่าตลาดบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมบนเกาะสมุยยังคงพึ่งพากำลังซื้อจากต่างประเทศเป็นหลัก

ผู้ซื้อชาวไทยมีสัดส่วนประมาณ 10–15% ของความต้องการทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น ขณะที่ผู้ซื้อต่างชาติยังคงครองสัดส่วนสูงถึง 85–90% ของตลาด

เมื่อพิจารณาเชิงลึก พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการทั้งหมดมาจากกลุ่มนักลงทุนชาวยุโรป ซึ่งสะท้อนบทบาทของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการพักอาศัยระยะยาวและการลงทุนระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกัน ยังพบความต้องการที่ต่อเนื่องจากนักลงทุนในกลุ่ม รัสเซีย อิสราเอล จีน ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเช็ก และฝรั่งเศส ซึ่งล้วนเป็นตลาดหลักที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนดีมานด์ของอสังหาริมทรัพย์บนเกาะ

อุปทานที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะพะงัน จำแนกตามประเภท ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะพะงันยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของเกาะพะงันที่กำลังพัฒนาไปสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ หรือ International Residential & Investment Market มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันเกาะพะงันมีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายรวมทั้งสิ้น 41 โครงการ ครอบคลุมยูนิตขายทั้งหมด 438 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 7,940 ล้านบาท

สามารถแบ่งประเภทการพัฒนาออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ คอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ และบ้านจัดสรร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดที่ยังอยู่ในช่วงการขยายตัว หรือ Expanding Phase และมีความหลากหลายของรูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับดีมานด์จากต่างประเทศ

คอนโดมิเนียมเกาะพะงันยังมีอุปทานจำกัด

ในส่วนของคอนโดมิเนียม พบว่ามีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายเพียง 4 โครงการ รวมทั้งสิ้น 66 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 380 ล้านบาท

โครงการส่วนใหญ่อยู่ในทำเลศักยภาพสูง เช่น หาดศรีธนู และหาดยาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เน้นการอยู่อาศัยระยะยาวในรูปแบบ Wellness Living และ Digital Nomad Lifestyle

แม้จำนวนโครงการคอนโดมิเนียมจะยังจำกัดเมื่อเทียบกับรูปแบบวิลล่า แต่ทำเลดังกล่าวยังคงสามารถดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง

บ้านพักตากอากาศคือแกนหลักของตลาดพะงัน

ตลาดบ้านพักตากอากาศยังคงเป็นเซกเมนต์หลักของเกาะพะงัน โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 26 โครงการ รวม 294 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 6,830 ล้านบาท

อุปทานส่วนใหญ่มุ่งเน้นในพื้นที่โซนตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกของเกาะ อาทิ แม่หาด หาดยาว และหาดหินกอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านวิวทะเล ความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศแบบรีสอร์ต

ทำเลเหล่านี้จึงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อระดับกลางถึงบนที่มองหาบ้านพักตากอากาศเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว และการปล่อยเช่าในรูปแบบ Vacation Rental

สำหรับตลาดบ้านจัดสรร พบว่ามีจำนวน 11 โครงการ รวม 78 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 730 ล้านบาท

การพัฒนาในกลุ่มนี้ยังคงกระจายตัวในพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ โดยเน้นกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยถาวรหรือกึ่งถาวรในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่ากลุ่มวิลล่าระดับลักชัวรี

กำลังซื้อจากอิสราเอล ยุโรป และออสเตรเลียหนุนตลาดพะงัน

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะพะงันยังคงได้รับแรงหนุนหลักจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจาก อิสราเอล ยุโรป และออสเตรเลีย

กลุ่มผู้ซื้อจากอิสราเอลถือเป็นหนึ่งในตลาดเฉพาะ หรือ Niche Market ที่มีการเติบโตโดดเด่นในช่วงหลัง โดยมีพฤติกรรมการซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวควบคู่กับการลงทุนปล่อยเช่า

ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดความต้องการต่อเนื่องในโซนที่มีความเงียบสงบ เข้าถึงธรรมชาติได้ง่าย และมีชุมชนต่างชาติรองรับ

อุปทานบ้านพักตากอากาศในพื้นที่เกาะพะงันจำแนกรายปี ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย

ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ภาพรวมตลาดบ้านพักตากอากาศในพื้นที่เกาะพะงันมีทิศทางการเติบโตใกล้เคียงกับเกาะสมุย

โดยเฉพาะในด้านการขยายตัวของอุปทาน หรือ Supply Expansion ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเกาะพะงันจากตลาดท่องเที่ยวระยะสั้น ไปสู่ตลาดที่อยู่อาศัยและการลงทุนในลักษณะ Second Home และ Investment Property มากขึ้น

จากข้อมูลพบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 มีโครงการบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่รวมทั้งสิ้นประมาณ 231 ยูนิต

โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2568 เพียงปีเดียว มีอุปทานเปิดขายใหม่สูงถึงประมาณ 131 ยูนิต ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการต่อศักยภาพของตลาดในระยะยาว ทั้งในด้านการเติบโตของนักท่องเที่ยวคุณภาพ หรือ Quality Tourism และความต้องการที่พักระดับลักชัวรีจากต่างชาติ

ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ในตลาดยังคงมุ่งเน้นกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยใช้รูปแบบกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold ระยะเวลา 30 ปี ซึ่งเป็นโครงสร้างการถือครองที่สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ดินในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว

ในด้านโครงสร้างดีมานด์ หรือ Demand Structure พบว่ากลุ่มลูกค้าหลักของตลาดบ้านพักตากอากาศในเกาะพะงันมากกว่า 90% ยังคงเป็นกำลังซื้อจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจาก ออสเตรเลีย ยุโรป อิสราเอล แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐเช็ก และฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่มองหาทรัพย์สินเพื่อการพักอาศัยระยะยาว หรือ Long-stay การเกษียณอายุ หรือ Retirement Living และการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าระยะสั้นในรูปแบบ Vacation Rental

ขณะที่กำลังซื้อชาวไทย รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น มีสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาดทั้งหมด

3 โซนหลักขับเคลื่อนดีมานด์บนเกาะพะงัน

ในเชิงพฤติกรรมผู้ซื้อด้านทำเล พบว่าความต้องการมีความแตกต่างกันตามรูปแบบการใช้ชีวิตและวัตถุประสงค์การลงทุน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

1. โซนศรีธนูและหินกอง

พื้นที่นี้ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ซื้อชาวยุโรปและกลุ่มดิจิทัลโนแมด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์แบบ Wellness และ Spiritual Living

พื้นที่ดังกล่าวมีชุมชนต่างชาติค่อนข้างแข็งแกร่ง รายล้อมด้วยคาเฟ่เพื่อสุขภาพ สตูดิโอโยคะ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการอยู่อาศัยระยะยาว ทำให้กลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการคุณภาพชีวิตมากกว่าการท่องเที่ยวระยะสั้น

2. โซนหาดยาว หาดสลัด และแม่หาด

พื้นที่นี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ซื้อระดับบนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและวิวทะเล

ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและชายฝั่งที่สวยงาม ทำให้โซนดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการวิลล่าระดับลักชัวรีที่เน้นความเป็นเอกสิทธิ์ ขณะเดียวกันยังมีข้อได้เปรียบด้านทัศนียภาพและความเงียบสงบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

3. โซนท้องศาลาและบ้านใต้

พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางของเกาะ และเป็นโซนที่มีความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด

ทำเลดังกล่าวจึงได้รับความนิยมในมิติของการลงทุน เนื่องจากสามารถเข้าถึงท่าเรือ ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าที่ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

โดยภาพรวม ตลาดบ้านพักตากอากาศในเกาะพะงันกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตเชิงโครงสร้าง หรือ Structural Growth Phase ที่มีการแบ่งกลุ่มทำเลอย่างชัดเจนตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ซื้อ

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงจากปัจจัยด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่กำลังพัฒนาไปสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและการอยู่อาศัยระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ