เปิดแนวคิด “Brilliant Business Park” บริการ ธุรกิจ มัลติฟังก์ชั่น ตอบทุกโจทย์การใช้งานเพื่อผู้ประกอบการยุคใหม่
ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องคุณภาพสินค้าและบริการ หรือการสร้างความแตกต่างเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างการดำเนินงาน (Business Infrastructure) ที่ช่วยทำให้ธุรกิจทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และควบคุมต้นทุนได้ดี ภายใต้สถานการณ์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเกิดขึ้นตลอดเวลา พฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง และเวทีการค้าที่ไม่มีพรมแดนมาเป็นขีดจำกัด
ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ กลายเป็นความท้าทายหรือ Pain Point สำคัญที่ผู้บริหาร ผู้ประกอบการยุคใหม่ และ CEO รุ่นใหม่ต้องเผชิญและบริหารจัดการให้ได้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น อย่างต้นทุนค่าขนนส่ง (Logistics Cost) ที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล รวมถึงการบริหารจัดการความซับซ้อนของการบริหารองค์กร และความท้าทายในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการทีมงานยุคใหม่ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริหารและผู้ประกอบการต้องหาเครื่องมือเข้ามาเป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งสถานที่ทำงาน คือ หนึ่งองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ เพราะถือเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset) ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงาน แต่เป็นสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะ CEO รุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ต้องการพื้นที่ตอบโจทย์ Work-Life Integration ซึ่งไม่ต้องการเสียเวลาวันละหลายชั่วโมงติดอยู่บนถนน เพื่อเดินทางไป-กลับระหว่างที่พักอาศัย ที่ทำงานและจุดกระจายสินค้า เพราะการเสียเวลาเป็นต้นเหตุของความสูญเสียทางโอกาสทางธุรกิจ (Opportunity Cost) ที่ประเมินค่าไม่ได้ ผู้บริหาร CEO และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องการสร้างความสมดุลในชีวิต เพราะถือว่าเป็นหัวใจของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล
บริทาเนีย x แอลฟา เปิดไฮบริดโมเดล รวม “ที่อยู่อาศัย-ออฟฟิศ-โชว์รูม-คลังสินค้า” ในพื้นที่เดียว
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ในฐานะดีเวลลอปเปอร์ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว พัฒนาโครงการมามากกว่า 40 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 59,000 ล้านบาท มองเห็น Pain point ที่นักบริหาร CEO และผู้ประกอบการต้องเผชิญ จึงจับมือกับ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้เชี่ยวชาญด้าน Alpha Industrial Solutions ในธุรกิจ Industrial Property และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ที่มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่ารวมกว่า 400,000 ตารางเมตร ใน 10 โครงการโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ ทั้งพื้นที่บางนา แหลมฉบัง และ EEC ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงกว่า 96% และยังวางแผนขยายพื้นที่ให้เช่ารวม 1 ล้านตร.ม. ภายใน 5 ปี ร่วมกันพัฒนาโมเดลอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่รวมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าและทุกธุรกิจไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน โชว์รูมสินค้า และคลังสินค้า ภายใต้โครงการ Brilliant Business Park พื้นที่อัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชัน (Multi-functional) ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ULTIMATE HUB FOR NEXT-GEN ENTREPRENEURS ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การขยายฐานลูกค้าและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนนาคต

สำหรับ ALPHA เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาพื้นที่คลังสินค้ามาตรฐานอุตสาหกรรม (Industrial Property) ซึ่งกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ เนื่องจากถูกออกแบบให้รองรับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านการจัดเก็บ การขนถ่ายสินค้า และการกระจายสินค้าไปยังตลาดปลายทาง โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันกันด้วยความเร็วและต้นทุน การมีคลังสินค้าที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์และเชื่อมต่อกับโครงข่ายคมนาคมหลัก เช่น ทางด่วน มอเตอร์เวย์ หรือท่าเรือ สามารถช่วยลดระยะทางการขนส่งและลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นลดค่าเชื้อเพลิง ลดค่าขนส่งต่อเที่ยว ลดเวลาการเดินทางของรถขนส่ง เป็นต้น ซึ่งต้นทุนการขนส่งเพียงอย่างเดียวมักคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 45–70% ของต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งหมดของธุรกิจ (Council of Supply Chain Management Professionals: CSCMP, State of Logistics Report)
นอกจากนี้ คลังสินค้ามาตรฐานอุตสาหกรรมยังถูกออกแบบให้รองรับระบบจัดการคลังสินค้าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Warehouse Management System (WMS), ระบบชั้นวางสินค้าแบบสูง ช่วยทำให้จัดเก็บสินค้าได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม และพื้นที่รองรับการขนถ่ายสินค้าอย่างเป็นระบบ ลดเวลาการขนย้ายสินค้า ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้า ลดต้นทุนแรงงาน และบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้สามารถลดเงินทุนที่จมอยู่ในสต็อกสินค้า พร้อมเพิ่มความเร็วในการกระจายสินค้าไปยังลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะธุรกิจยุคปัจจัยยังคงต้องแข่งขันกันที่ความเร็ว (Speed to Market) ซึ่งความเร็วจะช่วยให้ส่งสินค้าได้เร็วขึ้น ลด lead time และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

โครงการ Brilliant Business Park จึงเป็นการรวมความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กร ที่ไม่เพียงเป็นความร่วมมือทางธุรกิจ แต่เป็นการผสาน DNA ด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของบริทาเนีย เข้ากับความแข็งแกร่งด้าน Industrial Property และระบบโลจิสติกส์ของ ALPHA ที่มีความแข็งแกร่งด้านสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมและการจัดการโลจิสติกส์ระดับโลก จนเกิดเป็นโมเดล Business Park รูปแบบใหม่ที่รวมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าและทุกธุรกิจไว้ด้วยกัน เป็นพื้นที่อัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชัน ซึ่งมีมาตรฐานวิศวกรรมรองรับ เพื่อการเติบโตของผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
เปิด 4 ไฮไลท์ “Brilliant Business Park” โมเดลใหม่หนึ่งเดียวในตลาดอสังหาฯ

โมเดลธุรกิจที่บริทาเนียนำมาใช้พัฒนาโครงการ Brilliant Business Park ครั้งนี้ ถือว่าแนวคิดใหม่ยังไม่มีดีเวลลอปเปอร์รายใดพัฒนาขึ้นมาก่อน เพราะเป็นรูปแบบการพัฒนาโครงการที่ให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่ขายจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจง โดยเป็นการรวมความต้องการการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจเอาไว้บนพื้นที่เดียวกัน ตามรูปแบบและความต้องการทำธุรกิจของกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่กระบวนการก่อสร้างจนถึงการเปิดดำเนินธุรกิจ โดยโครงการ Brilliant Business Park มีลักษณะ รูปแบบ และความพิเศษโดดเด่น ดังนี้
1.ตั้งอยู่บน 5 ทำเลศักยภาพสร้างการเติบโตทางธุรกิจสูง ทั้งพื้นที่จ.ระยอง แหลมฉบัง, บางนา-เทพารักษ์, บางนา-อมตะ และพระราม 2 ซึ่ง บริทาเนีย นำเอาที่ดินในพอร์ตบนทำเลศักยภาพมาแบ่งขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการดำเนินธุรกิจ อาทิ เจ้าของธุรกิจ, SMEs, โลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้า, ธุรกิจสินค้าแปรรูป และนักลงทุน เป็นต้น ในแต่ละทำเลจะแบ่งขายไม่เกิน 8 แปลง เพื่อพัฒนาเป็นอาคารที่รวมการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจไว้ในอาคารเดียวกัน ลักษณะเป็นคลัสเตอร์ธุรกิจ หรือคอมมูนิตี้มอลล์ 1 แห่ง
2.บริหารก่อสร้าง-ออกแบบ แตกแต่ง ครบจบที่เดียว ลดปัญหาผู้รับเหมาการทิ้งงาน
บริทาเนีย ให้บริการออกแบบอาคาร ก่อสร้าง และตกแต่ง ภายใต้บริษัทพันธมิตรรับสร้างบ้านที่มีชื่อเสียง และบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชัน จำกัด ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ยังเข้ามาช่วยดูแลและบริการตั้งแต่การขายจนถึงการส่งมอบ ลดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานและได้อาคารคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ

-BUILT TO ORDER บริการออกแบบพื้นที่สะท้อนตัวตนแบรนด์
โดยโครงการมีทีมสถาปนิกไว้คอยให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถออกแบบอาคารได้อย่างอิสระตามความต้องการของลูกค้า ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร สะท้อนตัวตนของแบรนด์คุณ พร้อมรองรับการสร้าง CORPORATE IDENTITY ได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ โชว์รูม หรือพื้นที่ธุรกิจเฉพาะทาง และยังปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าลูกค้าจะสร้างอาคารขนาดพื้นที่มากน้อยเพียงใด มีจำนวนชั้นอาคารเท่าไร ดีไซน์รูปแบบอย่างไร และการจัดสรรการใช้งานพื้นที่แต่ละชั้นอย่างไร ขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มลูกค้า เช่น ชั้น 1 เป็นโชว์รูม ชั้น 2 เป็นสำนักงาน ชั้น 3 เป็นคลังสินค้า ชั้น 4 เป็นพื้นที่พักอาศัย ซึ่งทำให้ผู้บริหารมีพื้นที่ส่วนตัว และยังช่วยคืนเวลาให้กับผู้บริหาร ไม่ต้องสูญเสียไปกับการเดินทางบนท้องถนนวันละหลายชั่วโมง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า “เวลา” คือสินทรัพย์ที่มูลค่าสูงสุดของนักบริหาร
-BUILT TO SUIT พัฒนาโครงการแบบครบวงจร เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบพื้นที่พร้อมใช้งาน ช่วยให้ธุรกิจของคุณพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งโครงการดำเนินการพัฒนาออกแบบเบ็ดเสร็จโดยทีมงานของบริษัท ตามมาตรฐานวิศวกรรมเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน มีการออกแบบคลังสินค้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ได้อย่างสูงสุด อย่างการออกแบบคลังสินค้าเพดานสูง (Double Volume) ช่วยเพิ่ม Capacity ในการจัดเก็บสินค้าได้มากถึง 2 เท่า การผสานรวมออฟฟิศกับโกดังสินค้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน ช่วยตัดต้นทุนการขนส่งระหว่างสาขา และลดปัญหา Communication Breakdown เป็นต้น
โครงการมีรูปแบบอาคาร รองรับพื้นที่ใช้สอยให้เลือก 2 รูปแบบ คือ

1.Type A : BRILLIANT SMART
จุดเด่นของ Type A คือ มีพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รองรับทั้งธุรกิจและอยู่อาศัย การจัดสรรพื้นที่แยกโซนชัดเจนทั้งในพื้นที่ทำงาน การจัดเก็บสินค้า และที่พักอาศัย ตัวอาคารมีขนาดความกว้าง 12.20 ม. ลึก 8.20 ม. ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยอาคารสำนักงานประมาณ 284 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ประมาณ 100 ตร.ม. พื้นที่สำนักงาน ประมาณ 84 ตร.ม. พื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 100 ตร.ม. มีห้องน้ำรวม 7 ห้อง พร้อมที่จอดรถประมาณ 5 คัน และมีพื้นที่ส่วนคลังสินค้าประมาณ 255–426 ตร.ม.
อาคารแบ่งพื้นที่ออกเป็น
ชั้นที่ 1 โซนธุรกิจและคลังสินค้า ประกอบด้วย พื้นที่ Warehouse ขนาดใหญ่ พื้นที่อเนกประสงค์หรือโชว์รูมสินค้า ห้องน้ำแยกชาย-หญิง ลานจอดรถด้านหน้า รองรับการขนส่งสินค้า เข้า-ออกได้สะดวก
ชั้นที่ 2 โซนสำนักงาน ประกอบด้วย พื้นที่รองรับโต๊ะทำงานได้ 5 ที่นั่ง ห้องน้ำชาย-หญิง พื้นที่สำหรับประชุม และ Pantry (มุมเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม)
ชั้นที่ 3 โซนที่พักอาศัย ประกอบด้วย ห้องนอน 2 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องนั่งเล่น และ Pantry

2.Type B : BRILLIANT SIGNATURE
จุดเด่นของ Type B เป็นอาคารขนาดใหญ่กว่ารุ่น Type A โดยกว้าง 8.20 ม. ลึก 16.20 ม. + 9.20 ม. (ส่วนหน้า) สำหรับรองรับธุรกิจได้เต็มรูปแบบ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องมีทีมงาน สต็อกสินค้า และออฟฟิศครบวงจร แยกโซน “ธุรกิจและที่พัก” ชัดเจน ใช้งานได้จริง ซึ่งพื้นที่ใช้สอยอาคารสำนักงานรวมประมาณ 442 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ 178 ตร.ม. พื้นที่สำนักงาน 132 ตร.ม. พื้นที่อยู่อาศัย 132 ตร.ม. ที่จอดรถ 9 คัน ห้องน้ำ 7 ห้อง และพื้นที่คลังสินค้าประมาณ 328-475 ตร.ม.
อาคารแบ่งพื้นที่ออกเป็น
ชั้นที่ 1โซนธุรกิจและคลังสินค้า มีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่ รองรับสต็อกสินค้า พื้นที่ Multi-purpose โชว์รูม ส่วนต้อนรับ ห้องน้ำแยกชาย-หญิง ที่จอดรถด้านหน้าอาคาร รองรับรถเข้า-ออก ขนส่งสะดวก
ชั้นที่ 2 โซนสำนักงาน รองรับโต๊ะทำงานได้ 7 ที่นั่ง พื้นที่ประชุมและพื้นที่พพักผ่อน ห้องน้ำชาย-หญิง และ Pantry
ชั้นที่ 3 โซนที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย ห้องนอนใหญ่แบบ Master Bedroom และอีก 1 ห้องนอน (รวม 2 ห้องนอน) ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และPantry
3.บริการ One Stop Service ตอบรับธุรกิจทุกประเภท
โครงการ Brilliant Business Park ตอบรับการดำเนินธุรกิจในทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าทั่วไป โชว์รูมรถ คลินิกความงาม โรงแรม เป็นต้น ซึ่งให้บริการตั้งแต่การออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ ตามที่ต้องการ ทั้งการก่อสร้างตามแบบที่ลูกค้าออกแบบมา หรือการใช้บริการ Built-to-suit ที่พัฒนาแบบเบ็ดเสร็จตามมาตรฐานวิศวกรรมเฉพาะทาง รวมถึงให้บริการการจดทะเบียนและขอใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเภท ตามที่ลูกค้าต้องการ ถือเป็นรูปแบบ One Stop Service ครบ-จบ ในที่เดียว ซึ่งยังไม่มีดีเวลลอปเปอร์รายใดให้บริการมาก่อน
4.ประหยัดต้นทุนธุรกิจด้วยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยแค่ 2-3%
ต้นทุนทางการเงิน ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ที่ผู้บริหาร CEO รุ่นใหม่ ต้องให้ความสำคัญบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการ Brilliant Business Park เข้ามาตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ เพราะสามารถประหยัดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากการขอสินเชื่อธนาคารในรูปแบบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพราะหากอาคารมีการจัดสรรพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยมากกว่า 25% จะได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหมือนขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 2-3% (ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและธนาคาร) ต่างจากการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 7-10%
Brilliant Business Park เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างการเติบโต และกำไรอย่างยั่งยืน
สำหรับโมเดลอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่บริทาเนียและอัลฟ่า รวมกันพัฒนาโครงการ Brilliant Business Park พื้นที่อัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชัน ซึ่งไม่ใช่เพียงโมเดลการรวมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าและทุกธุรกิจไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน โชว์รูมสินค้า และคลังสินค้า แต่เป็นโซลูชันที่เข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพด้านการบริหารงาน ช่วยสร้างการเติบโตและกำไรให้กับธุรกิจอย่างยังยืน ที่เข้ามาตอบโจทย์ 5 เรื่อง สำคัญ ดังนี้
1.ลดต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Cost Efficiency)
การกระจายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน คลังสินค้า และโชว์รูมสินค้าอยู่คนละพื้นที่ ล้วนก่อให้เกิดต้นทุนแฝงจำนวนมาก อาทิ ค่าเช่าสถานที่ ค่าเดินทาง ค่าแรงงาน ที่สำคัญ ค่าเวลาในการบริหารจัดการ ซึ่งการรวมศูนย์ทุกสถานที่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน จะลดความซ้ำซ้อนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้นลงได้อย่างมหาศาล การบริหารต้นทุนให้ลดลง ย่อมหมายถึง กำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
2.เพิ่มความเร็วในการทำธุรกิจ (Business Speed)
ต้องยอมรับว่าในยุคดิจิทัล “ความเร็ว” คือความได้เปรียบในการแข่งขัน หากเราสามารถบริหารงานและการจัดการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ย่อมสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด หรือช่วยตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การรวมสถานที่ต่าง ๆ เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้า (Inventory Management) เช่น จัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว บริหารสต๊อกสินค้าได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง วางแผนการสั่งซื้อได้แม่นยำ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว ซึ่งจะสะท้อนกลับมาเป็นการตอบสนองลูกค้าได้เร็วกว่าคู่แข่ง และช่วยทำให้ กระแสเงินสด (Cash Flow) ขององค์กรดีขึ้นอีกด้วย
3.สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience)
ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะช่วยทำให้เกิดความจงรักภักดีและสะท้อนกับมาเป็นรายได้ให้กับธุรกิจ การมีสำนักงาน โชว์รูม และคลังสินค้า ในที่เดียวกัน ช่วยทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี สะดวก และครบวงจร ทั้งการดูสินค้าในโชว์รูม พูดคุยกับทีมขาย เห็นสินค้าจริงจากคลัง และสามารถรับสินค้าหรือจัดส่งได้ทันที ประสบการณ์ที่ดีเหล่านี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความสะดวก และโอกาสในการปิดการขาย เพราะลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น เมื่อเห็น สินค้าพร้อมส่งจริง
4. เพิ่ม Productivity ของเจ้าของธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ หรือ CEO คนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์หรือความต้องการ ที่มุ่งหาพื้นที่ตอบโจทย์ Work-Life Integration เพราะเชื่อว่าชีวิตที่มีความสุขนำไปสู่ประสิทธิภาพงานที่ดีขึ้น และต้องการความยืดหยุ่นในการจัดการเวลาของตัวเอง โดยมองว่า "งาน" คือส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง การต้องเดินทางระหว่างที่พักอาศัยไปสำนักงาน โชว์รูมสินค้า หรือคลังสินค้า ทำให้เสียเวลาและพลังงานอย่างมากเมื่อทุกอย่างอยู่ในพื้นที่เดียว จะช่วยทำให้บริหารงานได้ตลอดเวลา ควบคุมคุณภาพงานได้ใกล้ชิด และตัดสินใจได้รวดเร็ว ซึ่งทำให้ การบริหารธุรกิจมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
5. สร้าง Asset ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว (Business Asset)
โมเดลหรือแนวคิดการรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ได้มองเพียงเรื่องการบริหารพื้นที่ใช้สอยหรือการจัดการให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างทรัพย์สินให้มีมูลค่าเพิ่ม เป็นทรัพย์สินเพื่อการลงทุนได้ในอนาคต เพราะเมื่ออสังหาฯ นั้นมีการรวมหลายฟังก์ชันไว้ด้วยกัน ย่อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พื้นที่ได้หลากหลาย และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากขึ้นน ไม่ว่าจะปล่อยเช่า ขายต่อ หรือปรับเป็นสำนักงานใหญ่ธุรกิจ

เปิดเฟสแรก 3 Strategic Location พื้นที่เชื่อมต่อโครงข่ายโลจิสติกส์หลักของประเทศ
บริทาเนียได้คัดสรรทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตทางธุรกิจสูงมาให้บริการ สำหรับการพัฒนาโครงการ Brilliant Business Park โดยเฟสแรกเปิดโครงการ Brilliant Business Park ใน 3 ทำเลยุทธศาสตร์ เชื่อมต่อโครงข่ายโลจิสติกส์หลัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า ได้แก่ ทำเลระยอง
ตั้งอยู่ในโซน INDUSTRIAL ESTATE MARKET ZONE ศูนย์กลางอำนาจทางธุรกิจในเขต EEC ทำเลแหลมฉบัง ทำเลยุทธศาสตร์ GATEWAY สู่ท่าเรือแหลมฉบังใกล้ท่าเรืออุตสาหกรรมระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยะยาว และทำเลบางนา-เทพารักษ์ เป็น "CORE INDUSTRIAL ZONE OF THAILAND" ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงข่าย LOGISTICS สายหลัก 3 โครงการในเฟสแรก มีรายละเอียดดังนี้
1.โครงการ Brilliant Business Park BANGNA-THEPARAK
โครงการมูลค่า 280 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ จำนวน 7 ยูนิต ขนาดที่ดิน 389-1,110 ตร.ว. ขนาดพื้นที่ใช้สอย 770-1,800 ตร.ม. ราคา 42-113 ล้านบาท บนทำเลย่าน บางบ่อ ซึ่งเป็น “Core Industrial Zone of Thailand” ทำเลบางนา-เทพารักษ์ ถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ที่มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่องและศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ เพราะใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่สุด ทำเลนี้ยังมีศักยภาพและการเติบโตจากโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเป็น Aviation Hub เต็มรูปแบบ ซึ่งจะดำเนินนนโครงการส่วนต่อขยายทิศตะวันออก (East Expansion) เพื่อรองรับผู้โดยสารเป็น 80 ล้านคนต่อปี และแผนสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) และรันเวย์ที่ 4 มูลค่ารวมกว่า 1.7-2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุ ราคาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ยังมีสูง โดยมีราคาที่ดินเฉลี่ย 20–60 ล้านบาทตต่อไร่ และบางแปลงติดถนนใหญ่ สูงกว่า 80 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งราคาที่ดินในโซนสมุทรปราการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 11.4% ต่อปี

2.โครงการ Brilliant Business Park LAEM CHABANG
โครงการมูลค่า 440 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 402-542 ตร.ว.พื้นที่ใช้สอย 710-782 ตร.ม.ราคา 68-92 ล้านบาท บนทำเลยุทธศาสตร์ Gateway to Laem Chabang Port ท่าเรือ-นิคม-สุขุมวิท ใกล้ท่าเรืออุตสาหกรรมพรีเมียม การขนส่งทางเรือ การลงทุนระยะยาว ซึ่งทำเลแหลมฉบับถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ด้านการลงทุน การผลิต อุตสาหกรรม และการส่งออก และพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าโลก เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางเรือและการค้าระหว่างประเทศ ที่มีศักยภาพและโอกาสเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบพื้นที่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่จะยิ่งช่วยผลักดันราคาที่ดินและมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาวอีกด้วย ปัจจุบันมีราคาที่ดินเฉลี่ย 8–20 ล้านบาทต่อไร่ และทำเลใกล้ท่าเรือหรือโลจิสติกส์ สูงถึง 25 ล้านบาทต่อไร่

3.โครงการ Brilliant Business Park Rayong
โครงการมูลค่า 200 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ จำนวน 4 ยูนิต ขนาดที่ดิน 304-478 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 539 ตร.ม. ราคา 43-64 ล้านบาท บนทำเลที่เป็น Industrial Estate Market Zone ที่ถือเป็นหัวใจ ของแผนพัฒนา EEC เป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมอนาคต New S-Curve อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นโซนอุตสาหกรรมพลังงานที่สำคัญของประเทศ ส่งผลให้ ราคาที่ดินในพื้นที่จังหวัดระยองพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น มากกว่า 2.3 เท่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันราคาที่ดินในโซนนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 3–8 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนทำเลใกล้โครงสร้างพื้นฐานและท่าเรือ สูงถึง 10–15 ล้านบาทต่อไร่ ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนในเขต Eastern Economic Corridor (EEC) และการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่ทุกองค์กรต้องแข่งขันกัน ทั้งด้านต้นทุน ความเร็ว และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ “โครงสร้างพื้นที่ธุรกิจ” จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งใน กลยุทธ์สำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร โมเดลอย่าง Brilliant Business Park จึงสะท้อนแนวคิดใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองลึกไปกว่าการสร้างพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นการออกแบบ Business Ecosystem ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานน ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถทางธุรกิจ และสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจที่สามารถบริหาร “เวลา ต้นทุน และโครงสร้างการดำเนินงาน” ได้ดีกว่า ย่อมมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะในสนามการแข่งขัน สร้างโอกาส ความสำเร็จ และการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ลงทะเบียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 1509
Website : https://briurl.com/4kmpmb4s
Line OA : https://briurl.com/2p84rvjs
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


