นาราสิริ บรมราชชนนี บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ ติดถนนใหญ่ Sansiri Luxury Collection แห่งแรกบนทำเลฝั่งธน
ถ้าให้พูดถึงทำเลบรมราชชนนี จัดว่าเป็นย่านที่มีความเจริญสูงสุดแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธนฯ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพสูงสุดด้านการอยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง ด้วยโครงข่ายถนนที่สมบูรณ์ขึ้น การเชื่อมต่อเมืองที่สะดวกกว่าเดิม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ทำให้ย่านนี้กลายเป็นหมุดหมายของโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Luxury จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ
นาราสิริ (Narasiri) โครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้ Sansiri Luxury Collection แห่งแรกบนทำเลฝั่งธนฯ และเป็นการกลับมาของแบรนด์ ‘นาราสิริ’ ในรอบกว่า 15 ปี นับจากการเปิดตัว นาราสิริ พุทธมณฑล สาย 1 และเป็นมั่นใจได้ว่าจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวโครงการในกลุ่มแบรนด์ ‘เศรษฐสิริ’ ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อาทิ เศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า,เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา และ เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์–พรานนก
การกลับมาอีกครั้งในชื่อ นาราสิริ บรมราชชนนี (NARASIRI BOROMMARATCHACHONNANI) ครั้งนี้ เรียกกระแสและถูกจับตามองในหมู่ผู้บริโภคอย่างแรง ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสะดุดตาเท่านั้น แต่นี่คือการวางหมุดหมายใหม่ในฐานะ Sansiri Luxury Collection (SLC) โครงการแรกบนทำเลบรมราชชนนี ซึ่งเป็น Segment สูงสุดของแสนสิริในปัจจุบันที่ มีการรังสรรค์ที่อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด The Forefront of Luxury ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ของความ Luxury สำหรับทำเลนี้อย่างชัดเจน
Sansiri Luxury Collection แห่งแรกบนทำเลบรมราชชนนี
หัวใจสำคัญของ Sansiri Luxury Collection บนทำเลบรมราชชนนี คือการยกระดับนิยามของการอยู่อาศัย ให้มากกว่านิยามคำว่า “บ้านหรู” สู่การเป็น คุณค่าแห่งการอยู่อาศัยที่ส่งต่อได้ในระยะยาว ทั้งในมิติของการออกแบบ ประสบการณ์การอยู่อาศัย และความภาคภูมิใจในการครอบครอง
การเปิดตัวโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลือกใหม่ในตลาด แต่คือการ เติมเต็มช่องว่างสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ฝั่งธนฯ ซึ่งแม้จะมีโครงการบ้านเดี่ยวอยู่จำนวนมาก
แต่ยังไม่เคยมีโครงการใดที่สามารถยกระดับภาพรวมของทำเล และสร้าง “จุดเปลี่ยน” ให้กับ Landscape ของถนนบรมราชชนนีได้อย่างแท้จริง
โครงการนี้จึงเปรียบเสมือน หมุดหมายใหม่ของความ Luxury บนทำเล ที่ไม่ได้สะท้อนเพียงรสนิยมของผู้อยู่อาศัย แต่สะท้อนถึงมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยระดับบนในย่านนี้อย่างชัดเจน

หากจะอธิบายเอกลักษณ์ของ Sansiri Luxury Collection (SLC) ให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดอยากลองชวนให้จินตนาการถึง “ที่อยู่อาศัยซึ่งถูกสร้างขึ้นในฐานะงานศิลปะที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จริง”
ทุกโครงการในกลุ่ม SLC ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อการอยู่อาศัยในวันนี้ แต่ถูกเจียระไนขึ้นเพื่อสะท้อน ตัวตน ความภาคภูมิใจ และความสำเร็จของผู้ครอบครอง เป็นคุณค่าที่ไม่เสื่อมตามกาลเวลา และสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างสง่างาม
หัวใจสำคัญของ Sansiri Luxury Collection จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่คุณภาพงานก่อสร้างแต่คือการส่งต่อ “ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย” ผ่าน 3 แกนหลัก

● World Class Design: การออกแบบที่ไม่ยึดติดกับความสวยงามในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ถูกวางแนวคิดให้คงคุณค่าได้ในระยะยาว (Timeless Design) ผ่านความร่วมมือกับดีไซเนอร์และสถาปนิกระดับแนวหน้า เพื่อสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่สง่างาม มีเอกลักษณ์ และยืนหยัดเหนือกาลเวลา
● Material and Craftsmanship: ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุระดับโลกไปจนถึงงานหัตถศิลป์จากช่างฝีมือชั้นยอด ผู้อยู่อาศัยจะได้สัมผัสกับความละเมียดละไม ของวัสดุชั้นเลิศ ผ่านการรังสรรค์อย่างประณีตโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าที่อยู่อาศัยทุกหลัง สะท้อนรสนิยมและมาตรฐานสูงสุดของผู้เป็นเจ้าของ
● Service and Unparalleled Living: ที่สุดแห่งบริการเหนือระดับเฉพาะคุณ ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในแบบที่เหนือความคาดหมาย ตั้งแต่เรื่องใหญ่ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กน้อยที่อาจถูกมองข้าม เพื่อให้การใช้ชีวิตใน Sansiri Luxury Collection เป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ ไร้ความกังวล และเปี่ยมด้วยความสุขอย่างแท้จริง
ปรากฏการณ์แลนด์มาร์คแห่งใหม่ พลิกโฉมย่านบรมราชชนนี
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ นาราสิริ บรมราชชนนี ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือการรวมกันของ จังหวะที่ใช่ และ สิ่งที่ตลาดกำลังรอคอย ตั้งแต่ช่วงก่อนการเปิดตัว โครงการได้รับการจับตามองอย่างต่อเนื่อง เกิดกระแสการรอคอยในกลุ่มผู้บริโภคระดับบน โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของกิจการและนักธุรกิจ ที่มองเห็นศักยภาพการกลับมาของ Sansiri Luxury Collection (SLC) บนฝั่งธนฯ เป็นครั้งแรก ในฐานะโครงการระดับเรือธงบนทำเลติดถนนใหญ่ ถนนบรมราชชนนี ซึ่งถือเป็น Rare Location อย่างแท้จริงในตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน
กระแสตอบรับที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปิดตัว Narasiri New Design ดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโครงการใดของแสนสิริ สะท้อนความสดใหม่และยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย จนกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของทำเลบรมราชชนนี ที่ทั้งตลาดและผู้บริโภคต่างให้ความสนใจ
ทุกองค์ประกอบของโครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของความยิ่งใหญ่ระดับ “Overscale” ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนพื้นที่ฝั่งธนฯ เริ่มตั้งแต่ Main Gate ที่มีหน้ากว้างกว่า 100 เมตร และความสูงเทียบเท่าอาคาร 3 ชั้น กลายเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้สัญจรบนถนนบรมราชชนนี ถึงขั้นที่หลายคนต้องชะลอรถหรือหยุดเพื่อบันทึกภาพ ด้วยภาพลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกเสมือนแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของย่าน มากกว่าการเป็นเพียงประตูทางเข้าโครงการที่อยู่อาศัย
ความยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ด้านหน้า แต่ถูกส่งต่อไปยัง อาคารคลับเฮาส์ขนาดใหญ่พิเศษ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สะท้อนความสง่างามและความภูมิฐานอย่างชัดเจน จนทำให้เกิดคำถามที่ชัดเจนในใจผู้มาเยือนว่า “หากประตูหลักและคลับเฮาส์ยังมีสเกลระดับนี้ ข้างในจะพิเศษขนาดไหน”
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายของโครงการไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหา การครอบครองสถานะทางสังคม และการเป็นส่วนหนึ่งของ สังคมคุณภาพระดับ Exclusive อย่างแท้จริง
โดยกลุ่มผู้ให้ความสนใจหลัก คือเจ้าของกิจการ ครอบครัวขนาดใหญ่ นักธุรกิจ Gen ใหม่ๆ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ และเลือกที่อยู่อาศัยให้สะท้อนตัวตนในระดับเดียวกับความสำเร็จของตนเอง
ทำไมเจ้าของกิจการถึง ‘เลือกนาราสิริ’
การที่โครงการได้รับความสนใจและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด จากกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมการตัดสินใจอย่างรอบคอบ และใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นหลัก อย่างกลุ่มเจ้าของกิจการและนักธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการ และความแข็งแรงของดีมานด์ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนได้อย่างชัดเจน
ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ตัดสินใจจากกระแสหรือภาพลักษณ์เพียงระยะสั้น แต่พิจารณาจากองค์ประกอบเชิงโครงสร้าง ทั้งแบรนด์ ทำเล ขนาดพื้นที่ การออกแบบ และคุณค่าระยะยาวของทรัพย์สิน
การที่ นาราสิริ บรมราชชนนี สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้ตัดสินใจระดับนี้ได้ตั้งแต่ก่อนการเปิดตัว จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวางตำแหน่งโครงการที่สอดคล้องกับวิธีคิดของ “เจ้าของกิจการตัวจริง” ที่มองหาที่อยู่อาศัยซึ่งสะท้อนทั้งความสำเร็จ และความมั่นคงในระยะยาวของชีวิตและครอบครัว
เพราะลูกค้ากลุ่มนี้คือกลไกหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในโซนฝั่งธนฯและกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีลักษณะการใช้ชีวิตแบบครอบครัวขนาดใหญ่ (Big Family) ด้วยโครงสร้างครอบครัวที่อยู่ร่วมกันถึง 3 เจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งธุรกิจ ไปจนถึงรุ่นลูกหลาน
การเลือกที่อยู่อาศัยจึงไม่ใช่เรื่องของดีไซน์หรือความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่คือการเลือกพื้นที่ที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 500–800 ตารางเมตร จึงตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตร่วมกันของครอบครัวใหญ่ พร้อมกับการจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกเจเนอเรชันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักธุรกิจและเจ้าของกิจการเลือกโครงการนี้ คือความต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถสะท้อนความสำเร็จของชีวิต ควบคู่ไปกับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฐานธุรกิจและโรงงานในย่านสำคัญ อาทิ พุทธมณฑล เพชรเกษม และ สมุทรสาคร ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างคล่องตัว ทั้งเพื่อการเจรจาธุรกิจ การพบปะพันธมิตร หรือการใช้เวลากับครอบครัวในไลฟ์สไตล์เมือง ทั้งหมดนี้ทำให้ นาราสิริ บรมราชชนนี ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยระดับ Luxury แต่เป็นคำตอบของ ความสมดุลระหว่างชีวิต ธุรกิจ และครอบครัว ในแบบที่เจ้าของกิจการตัวจริงมองหา

มูลค่าทำเลที่มีการเติบโตต่อเนื่อง
ทำเล ปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี ได้รับการยอมรับว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของฝั่งธนฯ และเป็นหนึ่งในย่านที่มีการเติบโตด้านที่อยู่อาศัยระดับบนสูงที่สุดในปัจจุบัน ภาพรวมของพื้นที่รายล้อมด้วยโครงการ Luxury ถึง Super Luxury บ้านเดี่ยวขนาดที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวา ขึ้นไป หรือพื้นที่ใช้สอยระดับ 300–1,000 ตารางเมตร สะท้อนศักยภาพของทำเลที่รองรับดีมานด์ระดับบนอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ถนนบรมราชชนนี ถือเป็น Rare Asset ที่แท้จริงในตลาดปัจจุบัน เนื่องจากที่ดินแปลงใหญ่บนถนนสายหลักมีจำนวนจำกัด และมีมูลค่าสูงจนไม่ใช่ทุกโครงการจะสามารถเข้าถึงได้ การถือครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลลักษณะนี้ จึงเปรียบเสมือนการถือทรัพย์สินที่มี โอกาสเติบโตของมูลค่าในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าทำเลนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถสรุปได้เป็น 3 แกนหลัก
- มูลค่าโครงการและราคาตลาด: โครงการที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ในโซนปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี โดยทั่วไปมีระดับราคาอยู่ในช่วง 20–80 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าทำเลนี้คือ “ทำเลทอง” ของฝั่งธนฯ แต่สิ่งที่แตกต่างในกรณีของ นาราสิริ คือการมอบคุณค่า มากกว่าราคา ทั้งในด้านขนาดพื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนกลาง ความเป็นส่วนตัว และบริการเหนือมาตรฐาน ซึ่งทำให้มูลค่าที่ได้รับกลับมามีความคุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง
- การเชื่อมต่อไร้พรมแดน: ถนนบรมราชชนนีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการคมนาคม ที่สามารถเชื่อมต่อได้ถึง 4 จังหวัดหลัก ทิศเหนือสู่ นนทบุรี, ทิศตะวันตกสู่ นครปฐม, ทิศใต้ลง พระราม 2 มุ่งสู่ภาคใต้, ทิศตะวันออกเข้าสู่ ปิ่นเกล้า–สาทร
นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะผ่านปิ่นเกล้า เพชรเกษม หรือสาทร ใกล้ทั้ง วงแหวนกาญจนาภิเษก, ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี รวมถึงการขึ้น ทางด่วนศรีรัช–วงแหวนรอบนอก ทำให้ทำเลนี้ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการเดินทางเชิงธุรกิจอย่างครบถ้วน
- โครงการในอนาคตที่เพิ่มมูลค่า: แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอนาคตอาทิ มอเตอร์เวย์สาย M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) และ M8 (นครปฐม–ชะอำ) รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ล้วนเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่จะผลักดันมูลค่าที่ดิน บนถนนบรมราชชนนีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า ทำเลนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นหนึ่งใน Investment Location ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯ

ไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์: ความสะดวกสบายที่อยู่เพียงเอื้อมมือ
นอกเหนือจากศักยภาพด้านการเดินทาง ความพิเศษของ นาราสิริ บรมราชชนนี คือการผสานไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์เข้ากับความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว
ทุกจุดหมายปลายทางรอบโครงการ ถูกออกแบบให้ “อยู่ใกล้กว่าที่คิด” เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาให้ตัวเองและคนที่รักมากขึ้น ผ่านจุดเด่นด้านทำเล 4 มิติหลัก

- ช้อปปิ้งอาหารระดับพรีเมียมแค่เดินถึง: หนึ่งในจุดแข็งที่หาได้ยากสำหรับโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ คือการมี ไลฟ์สไตล์มอลล์อยู่หน้าบ้าน ที่นี่ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินถึง Design Village และ Gourmet Market แหล่งรวมวัตถุดิบระดับพรีเมียม ภายในระยะประมาณ 100 เมตร ตอบโจทย์ทั้งมื้อเร่งด่วนในวันทำงาน และการใช้เวลาสบาย ๆ กับครอบครัว โดยไม่ต้องเผชิญกับการจราจรบนท้องถนน
- เชื่อมต่อ CBD ได้รวดเร็ว: ตัวโครงการตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ของถนนบรมราชชนนี ห่างจากจุดขึ้น–ลง ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี เพียง 500 เมตร ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านปิ่นเกล้า หรือเข้าสู่ CBD ชั้นในอย่าง สีลม สาทร สุขุมวิท เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ด้วยโครงข่ายสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใกล้ถึง 3 แห่ง ทั้ง สะพานพระราม 8, สะพานกรุงธน (ซังฮี้) และ สะพานพระราม 7 นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้จุดขึ้น–ลง ทางด่วนประจิมรัถยา เพียงประมาณ 12 กิโลเมตร เชื่อมสู่จตุจักรและบางซื่อ
- เช็คอินแหล่งช้อปสุดฮิปและคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำ: การใช้ชีวิตในย่านนี้มอบตัวเลือกด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สามารถเดินทางไป Central Pinklao หรือ Central Westville ในระยะเวลาเพียง 20 นาที หรือตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ เพียง 30 นาทีสู่ ICONSIAM ขณะเดียวกัน บริเวณโดยรอบโครงการยังรายล้อมด้วย The Circle ราชพฤกษ์, Food Villa และ ตลาดสดธนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง ตอบโจทย์ครอบครัวได้ครบทุกมิติ

- ใกล้สถานศึกษาชั้นนำ & โรงพยาบาลระดับพรีเมียม: เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกหลายช่วงวัย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้สถาบันการศึกษาและโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ MUIDS และ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา (ประมาณ 4.8 กม.) รวมถึงโรงเรียนนานาชาติอย่าง KIS และกลุ่ม Kensington ช่วยให้การรับ–ส่งบุตรหลานเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย ในด้านสุขภาพ ผู้อยู่อาศัยยังอุ่นใจด้วยความใกล้ โรงพยาบาลธนบุรี (ประมาณ 4 กม.) และ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (ประมาณ 18 กม.) พร้อมรองรับการดูแลสุขภาพในทุกช่วงวัยอย่างมั่นใจ
นาราสิริ บรมราชชนนี คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง สถาปัตยกรรมที่งดงามในทุกรายละเอียด และ ทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกมิติ ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่ ‘บ้าน’ แต่คือ ประสบการณ์การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบที่พร้อมส่งต่อเป็นมรดกให้คนรุ่นต่อไปในครอบครัวได้ครอบครองอย่างภาคภูมิใจ

BE THE FIRST TO OWN เพียง 77 ครอบครัวที่จะได้ครอบครอง ราคาเริ่ม 55 - 120 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าชมโครงการก่อนใคร https://siri.ly/1jxkUg1