โครงการ ภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์ (Phuket Tinicon Valley) สร้างชื่อให้กับจังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Smart City Award ในประเภท "เมืองใหม่ทันสมัย" พร้อมรับมอบ "ตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย" จากงาน Thailand Smart City Expo 2025 ซึ่งเป็นเวทีที่ยกย่องความสำเร็จในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะของประเทศ ทำให้รางวัลนี้ถือเป็น อีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่น ในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็น "เมืองน่าอยู่ ทันสมัย และยั่งยืน"

โดยภายในงาน คุณมนต์ทวี หงษ์หยก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ภูเก็ตพิวัฒน์ จำกัด ได้เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลและขึ้นเป็น Keynote Speaker กล่าวถึงโครงการ Phuket Tinicon Valley

วิสัยทัศน์สู่การเป็นเมืองแห่งอนาคต

การพัฒนาโครงการ Tinicon Valley เกิดขึ้นจากแนวคิดการพัฒนาภูเก็ตจากเดิมที่เป็น 'เมืองท่องเที่ยว' สู่การเป็น 'ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและบริการระดับโลก' เพราะแม้ว่าการท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้ให้กับภูเก็ตได้มากมายก็จริง แต่ก็ทำให้เกดิความแออัด เนื่องจากภูเก็ตมีสภาพเป็นเกาะและมีพื้นที่จำกัด ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การขาดแคลนน้ำ ปัญหาจากขยะ เป็นต้น ทำให้ต้องมีการปรับตัวโดยการเปิดประตูต้อนรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยี สุขภาพ และ การศึกษา เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย มีมูลค่าสูง และไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการ Tinicon Valley เพื่อสร้างชุมชนแห่งอนาคตและนำอุตสาหกรรมและโอกาสใหม่ๆ มาสู่จังหวัดภูเก็ต

3 โซนขับเคลื่อน Tinicon Valley

โครงการ Tinicon Valley แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน 3 โซนหลักๆ ได้แก่

Zone A: Innovation and Edutainment Hub

โซนนี้ถูกวางให้เป็น Innovation and Edutainment Hub เนื่องจากอยู่ใกล้กับห้าง Central Floresta และ Central Festival และยังมีแผนการพัฒนามหาวิทยาลัยและโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่นี้ จึงเหมาะให้เป็นจุด Lifestyle การใช้ชีวิตของผู้คนในโครงการ และเป็นแหล่งความรู้สำหรับทุกๆ คน

Zone B: Lifestyle Workplace and Convention Center

เป็นพื้นสำคัญในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพสูง นักธุรกิจ และ Digital Nomad ให้เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอย่างลงตัว ซึ่งเป็นการเสริมสร้าง Smart Economy และ Smart People และยังมี Convention Center ศูนย์กลางขนาดใหญ่สำหรับจัดงานประชุม (MICE) และอีเวนต์ระดับนานาชาติ ซึ่งจะ ยกระดับสถานะของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจระดับโลกอย่างแท้จริง

Zone C: Natural Outdoor Space

ในโครงการมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50% ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวดั้งเดิมที่ทางโครงการรักษาดูแลไว้เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สร้างสมดุลทางธรรมชาติ เพิ่มการดูดซับคาร์บอน และทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น เพื่อความยั่งยืนของเมือง นอกจากนั้นยังใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจหลัก ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน

ให้ความสำคัญกับ 'ความเป็นอยู่ที่ดี

โครงการ Tinicon Valley ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิต จึงมีการใช้ แนวคิด EIU Global Livability Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความน่าอยู่ของเมืองทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 5 ด้าน คือ

Stability (ความมั่นคง) – ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

Healthcare - ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและสถานพยาบาล

Culture&Environment - ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมวัฒนธรรม

Education - ให้ความสำคัญกับการศึกษาที่มีคุณภาพ

Infrastructure – มีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ

7 มิติอัจฉริยะ ที่นำไปสู่รางวัลแห่งความสำเร็จ

โครงการภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์ได้รับการยกย่องอย่างโดดเด่นจากการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับเมือง โดยมีความโดดเด่นใน 7 มิติอัจฉริยะ (7 Smart Dimensions) ดังนี้:

  1. Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ): มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรน้ำ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสูง มีระบบติดตามรถขยะ เพื่อติดตามการกำจัดขยะในทุกขั้นตอน
  2. Smart Energy (พลังงานอัจฉริยะ): พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) ในอนาคต
  3. Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ): สนับสนุนการสร้าง Business Ecosystem ที่แข็งแกร่งและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและนวัตกรรมภายในโครงการ
  4. Smart Governance (การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ): พัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อจัดการและดูแลข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
  5. Smart Mobility (การสัญจรและขนส่งอัจฉริยะ): เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยการให้บริการขนส่งรูปแบบใหม่ เช่น บริการรถแท็กซี่ไฟฟ้า และ รถบัสไฟฟ้า
  6. Smart Living (การดำรงชีวิตอัจฉริยะ): ยกระดับความสะดวกและปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้ระบบจัดการการจอดรถอัจฉริยะ ระบบดูแลสุขภาพเบื้องต้น และระบบดูแลรักษาความปลอดภัย มีการเชื่อมต่อ CCTV เข้ากับ Command Center ทำให้สามารถดูแลและสั่งการเมื่อเกิดเหตุต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  7. Smart People (พลเมืองอัจฉริยะ): ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้วยการสนับสนุนโครงการ upskill และ reskill เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถของคนในพื้นที่ 

การได้รับรางวัลเมืองอัจฉริยะประเภทเมืองใหม่ทันสมัยนี้ เป็นการเน้นย้ำว่า ภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คือ รูปแบบของการสร้างชุมชนแห่งอนาคต ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติและความเป็นอยู่ของผู้คนได้อย่างลงตัว เพื่อนำอุตสาหกรรมและโอกาสใหม่ๆ มาสู่จังหวัดภูเก็ต เตรียมความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตและผู้คนในจังหวัดภูเก็ตในการเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้เน้นการพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักแบบที่ผ่านมา และ เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตสามารถเติบโตเป็นเมืองน่าอยู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน และเป็นพื้นที่ที่พลเมืองทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง