กว่า 1,000 โครงการ จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 150 ราย รวมมูลค่าโครงการกว่า 700,000 ล้านบาท วันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ Exhibition Hall 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ลุยมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ภายใต้แนวคิด “New Marketplaces, Serve Supply on Every Demand” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ปีนี้ งานมหกรรมฯ รวบรวมที่อยู่อาศัยกว่า 1,000 โครงการ จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 150 ราย รวมมูลค่าโครงการกว่า 700,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่บ้านเดี่ยว คอนโด ทาวน์โฮม จนถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยมีสถาบันการเงินกว่า 10 แห่ง เข้าร่วมสนับสนุนสินเชื่อพิเศษ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในงานกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอด 4 วันจัดงาน


.
ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเดินหน้าพร้อมบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การจัดงานในปีนี้ จึงดำเนินไปอย่างสำรวมแต่ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกที่อยู่อาศัยที่ตรงใจ
.ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวของตลาดอสังหาฯ ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ภายใต้กลยุทธ์ “Fast Track – ทางด่วนของคนอยากมีบ้าน” ภายในงานมีสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ร่วมมอบสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะงาน พร้อมให้คำปรึกษา สัญญาณบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเดินหน้าอย่างมั่นคงในช่วงปลายปีนี้ได้ หนึ่งในนโยบายสำคัญที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคือ “สัญญาเช่าระยะยาว” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 6 มาตรการเศรษฐกิจที่จะถูกส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ ในระยะสั้น รัฐบาลเฉพาะกิจมุ่งเน้นนโยบาย “Quick Win” เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองบ้านไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผลักดันให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25–0.5% เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อและบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน

สำหรับแนวคิด “สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี” ยังคงเป็นกรอบนโยบายหลักที่เตรียมส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ โดยจะขยายสิทธิการเช่าจากเดิม 30 ปีเป็น 60 ปี ทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระดับ 90–100% ของมูลค่าสัญญาเช่า ซึ่งใกล้เคียงกับการถือกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า สัญญาเช่าระยะ 30 ปีเดิม ทำให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อได้เพียง 60–70% ของมูลค่า จึงเป็นอุปสรรคต่อผู้มีรายได้ปานกลางที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้าน การขยายระยะเวลาเช่าออกไปเป็น 60 ปีจะช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม นโยบายใหม่นี้ยังคงอิงตามแนวทางของ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ โดยต้องมีโครงสร้างภาษีที่ชัดเจน การโอนสิทธิ์เช่าต้องเสียภาษี และผู้ถือสิทธิต้องชำระภาษีรายปีในอัตราที่สูงกว่าผู้ถือครองบ้านทั่วไป รายได้จากภาษีส่วนนี้จะถูกจัดตั้งเป็น “กองทุนที่อยู่อาศัยเพื่อคนรายได้น้อยและปานกลาง” เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงการมีบ้านทั้งในรูปแบบเช่าระยะยาวและ Freehold

รัฐบาลเฉพาะกิจย้ำว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นโครงสร้างระยะยาวที่ไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากภาครัฐ เนื่องจากรายได้จะมาจากผู้ถือสัญญาเช่าชาวต่างชาติ พร้อมลดโอกาสเกิดการทุจริตในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ นอกเหนือจากนโยบายด้านที่อยู่อาศัย รัฐบาลเฉพาะกิจยังคงเดินหน้ามาตรการ “Big Quick Vote” เพื่อแก้ปัญหาหนี้รายย่อย เช่น โครงการคนละครึ่งที่ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านคน ร้านค้ากว่า 500,000 แห่ง และนโยบายดอกเบี้ยบ้านใหม่เฉลี่ย 2.3–2.5% ในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้นอกระบบและสร้างแรงซื้อในภาคครัวเรือนได้จริง การลดอัตราดอกเบี้ยในรอบสุดท้ายของปีนี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการฟื้นระบบสินเชื่อ และปูทางไปสู่การจัดวางโครงสร้าง “สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี” ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ในปีหน้า เพื่อให้ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาเป็นหัวจักรสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังคงเดินหน้าสร้างแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้เปิดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “New Marketplaces, Serve Supply on Every Demand”

งานนี้รวบรวมที่อยู่อาศัยกว่า 1,000 โครงการ จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 150 ราย รวมมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอด 4 วันจัดงาน พร้อมสถาบันการเงินกว่า 10 แห่งเข้าร่วมมอบสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบ้านได้ง่ายขึ้นภายในงานยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Fast Track – ทางด่วนของคนอยากมีบ้าน” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาโครงการและยื่นสินเชื่อได้สะดวกในที่เดียว โดยมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่า 10,000 คน สะท้อนความต้องการแท้จริงของคนไทยที่ยังคงมองหาบ้านในช่วงปลายปี

ในภาพรวม ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายของปี 2568 ทั้งจากแรงหนุนของนโยบายการเงินและความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่ต่างเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อสร้างเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจากโครงการชั้นนำและสถาบันการเงินครบวงจรในที่เดียว

ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์พิเศษได้ที่
เว็บไซต์: www.housecondoshow.com

Facebook: housecondoshow – งานมหกรรมบ้านและคอนโด
Instagram: @housecondoshow
LINE: @housecondoshow