แสนสิริ เดินหน้าปั้นกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วย Sansiri Chatuchot Community คอมมูนิตี้แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 185 ไร่ รวมมูลค่ากว่า 7,700 ล้านบาท พร้อม 2 โครงการเรือธง บุราสิริ จตุโชติ และ สราญสิริ จตุโชติ มูลค่ารวม 4,580 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับเกินคาดตั้งแต่รอบพรีเซลล์
.
Sansiri Chatuchot Community บนทำเลจตุโชติ–รามอินทรา ใกล้ทางด่วนเพียง 5 นาที เชื่อมต่อทางด่วนฉลองรัชและกาญจนาภิเษก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ ที่จะทำให้ที่นี่กลายเป็นทำเลศักยภาพแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ


.

ปัจจุบันเรามี 17 Community ทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกทำเลในกรุงเทพฯ รวมพื้นที่กว่า 3,700 ไร่ มูลค่ารวมประมาณหนึ่งแสนล้านบาท กลยุทธ์ คือ การขยายตลาด Luxury และ Premium ในพื้นที่ศักยภาพสูง โดยพิจารณาทั้งทำเล และกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน 

และขยายถึง ภูเก็ต ซึ่งเป็น Strategic Location สำคัญ โดยที่ภูเก็ต เราเริ่มจากโครงการ สราญสิริ และล่าสุดเพิ่งเปิด เศรษฐสิริ เกาะแก้ว ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ในต่างจังหวัด สำหรับภูเก็ต ตลาดแบ่งเป็นสองฝั่ง โซนเกาะแก้วเป็น Real Demand ของคนไทยในพื้นที่ ส่วนโซนบางเทา–ลากูน่า เป็นตลาดต่างชาติ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือปล่อยเช่า กลุ่มเกาะแก้วมีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เหมาะกับครอบครัวคนไทยที่ต้องการอยู่ระยะยาว


ทั้งนี้จากพฤติกรรมผู้ซื้อบ้านที่ภูเก็ตส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่เองก่อน ต่อมาจึงปล่อยเช่าและสามารถปล่อยเช่าได้ง่าย มูลค่าทรัพย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีที่แล้ว สราญสิริ เกาะแก้ว ได้รับการตอบรับดีมาก ล่าสุดเปิด เศรษฐสิริ เกาะแก้ว เพียง 2 สัปดาห์ ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาทใน 2 วัน เฉลี่ยยูนิตละ 17.5 ล้านบาท ถือว่าสูงมากสำหรับตลาดภูเก็ต

แสนสิริ มองว่า ความโดดเด่นอยู่ที่การพัฒนา “Community” ที่แท้จริง เราเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกของไทยที่นำโมเดล Community มาบูรณาการในทุกโครงการ พัฒนาภายใต้ 4 แกนหลัก คือ
1. Function — ออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้จริง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า
2. Design — ไม่เน้นแค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิต
3. Safety — ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง 4 ชั้น ที่ลูกค้าเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน
4. After Sales Service — การบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บ้านที่ซื้อไป 5–10 ปี เรายังคงดูแลเหมือนเดิม เพื่อให้มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

นอกจากนี้ เรายังเข้าใจเรื่อง Lifestyle ของลูกค้าในเชิงลึก จึงมีกิจกรรมและอีเวนต์ในแต่ละปี เพื่อสร้างสังคมที่มีชีวิตชีวาให้กับผู้อยู่อาศัย ไม่ได้สร้างเพียง “บ้าน” แต่สร้าง “สังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ”

รวมถึงการพัฒนาโครงการโดยเน้นความยั่งยืน มีบ้านต้นแบบ Prototype ภายใต้แนวคิด Green Sustainability ที่ เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ 1 ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีพันธมิตรด้านสินเชื่อ Green Loan สนับสนุน และยังต่อยอดโมเดล Community ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของแสนสิริ

เมื่อเล่าถึง Journey ของแสนสิริบนทำเลดอนเมือง–รังสิต–จตุโชติ เริ่มตั้งแต่ปี 2000 กับโครงการ นาราสิริ วัชรพล ถือเป็นโครงการแรกในพื้นที่นี้เมื่อ 25 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแนวราบอย่างจริงจัง ต่อมาในปี 2010 เปิดเพิ่มอีก 5 โครงการ และในปี 2015 เปิดคอนโด The Line จตุจักร ซึ่งได้รับการตอบรับดีเยี่ยม เพราะอยู่ติดสวนใหญ่ เหมาะสำหรับการลงทุนปล่อยเช่า ในช่วงปี 2017–2018 เราเดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่อง และในปี 2023 เปิดโครงการบ้านหรูอย่าง นาราสิริ วัชรพล รวมถึง เศรษฐสิริ ดอนเมือง ที่มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 130% แสดงถึงความต้องการสูงในตลาดบ้านแนวราบคุณภาพ

ปีนี้จึงเปิด Community ใหม่ในย่านจตุโชติ โดยแปลงนี้แสนสิริมีที่ดินประมาณ 500 ไร่ เปิดพร้อมกันสองโครงการ “สราญสิริ” และ “บุราสิริ จตุโชติ” มองเห็นความน่าสนใจของทำเลนี้ ที่มีทางด่วนใหม่เชื่อมต่อ คือ เส้นนิมิตใหม่–ลำลูกกา ซึ่งเริ่มก่อสร้างแล้ว รวมถึงเส้นเทพรัตน์ที่เชื่อมต่อ และโทลเวย์ส่วนต่อขยาย ทำให้การเดินทางสะดวกทั้งเข้าเมืองและออกเมือง

แสนสิริยังมีพันธมิตรร่วมทุนรายใหญ่จากญี่ปุ่น คือ Mitsui Fudosan ซึ่งร่วมพัฒนาหลายโครงการ และล่าสุด คือ บุราสิริ จตุโชติ เพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพการก่อสร้าง หลังจากมาดูโรงงานพรีคาสต์ และเห็นมาตรฐานการผลิต จึงมั่นใจในศักยภาพของ Sansiri


ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อย่างการที่ผู้คนต้องการบ้านที่มีพื้นที่มากขึ้น อยู่สบายกว่าเดิม และบางองค์กรยังมีการทำงานที่บ้านสลับการกับทำงานที่ออฟฟิศ จึงทำให้บ้านต้องปรับฟังก์ชั่นตามให้รองรับกาใช้ชีวิตจริง 

ในด้าน Insight ของผู้บริโภค ปัจจุบันเทรนด์กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่ม Young Successor ปัจจุบันมีรายได้เร็วขึ้น หลายคนอายุเพียง 30 ปีต้น ๆ ก็สามารถซื้อบ้านระดับ 50–60 ล้านบาทได้แล้ว  เช่น การขายของออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์ หรือเป็น Content Creator, Influencer, KOL กลุ่มนี้เติบโตเร็วและมีศักยภาพสูง 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ซื้อบ้านเพื่อการลงทุน ซึ่งในอดีตแทบจะไม่มีคนทำ แต่ช่วง 2–3 ปีหลังเริ่มเห็นชัดเจน ซึ่งเริ่มมีกลุ่ม Investor ซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่า โดยเฉพาะในโซนเทพารักษ์ บางนา และกรุงเทพกรีฑา ซึ่งใกล้โรงเรียนนานาชาติ เช่น Brighton และ โรงเรียนนานาชาติไทย-จีน (สอนทั้งภาษาจีนและอังกฤษ) กลุ่มลูกค้าชาวจีนจึงนิยมซื้อบ้านในพื้นที่นี้ Yield เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8–10% อาทิโครงการเศรษฐสิริ และบุราสิริ ในเทพารักษ์ ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน เราจึงมีการแต่งบ้านพร้อมอยู่เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งตอบโจทย์ตลาดได้ดี 


อย่างเมื่อเดือนก่อน ทางแสนสิริ ทำแคมเปญขายบ้านแต่งพร้อมอยู่และพร้อมปล่อยเช่า ได้รับการตอบรับดีมาก ลูกค้าสามารถซื้ออยู่เองหรือปล่อยเช่าได้ทันที ประหยัดเวลา สะดวกสบาย จึงมองว่า Demand ตลาดนี้ยังมีอยู่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่ม Young Successor และ Investor ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังแข็งแรง

ในส่วน Segment ครอบครัวยังได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะโครงการในกลุ่มสราญสิริ บุราสิริ และเศรษฐสิริ ลูกค้าที่เริ่มต้นหรือขยายครอบครัวยังคงเป็นกลุ่มหลักของตลาดบ้านเดี่ยวระดับ B–C ส่วนกลุ่มบ้านหรูราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป ก็ยังมี Real Demand ซื้ออยู่จริง


ในด้านทำเล ปัจจุบันโซนมีนบุรีได้รับความนิยมสูง อาทิ โครงการเศรษฐสิริ วงแหวนตะวันตก ก็ขายหมดแล้ว สะท้อนศักยภาพของทำเลที่ดีมาก เพราะใกล้ทางด่วนเพียง 5 นาที ตอนนี้ จึงเปิดโครงการใหม่ บุราสิริ และ สราญสิริ จตุโชติ รวมพื้นที่กว่า 185 ไร่ และมองว่าทำเลต่อไปที่จะได้รับความนิยมสูง คือ โซนราชพฤกษ์ ซึ่งมีทั้งบ้านระดับ B ถึง D ครอบคลุมทุก Segment และยังคงเป็นทำเลหลักของ Real Demand อีกทำเลหนึ่งที่เติบโตมาก คือ โซนใกล้สนามบิน ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เป็นตลาดที่ตอบโจทย์ทั้ง Real Demand และ Investor คืออยู่จริงก็ได้ ปล่อยเช่าก็ดี เมื่อเทียบปีที่แล้วกับปีนี้ ยอดขายในโซนดอนเมือง โดยเฉพาะโครงการ เศรษฐสิริ เพิ่มขึ้นกว่า 130% คาดว่าปีหน้าจะ Sold Out แน่นอน ใกล้เคียงกัน คือ อณาสิริ สงประภา ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน รวมถึง สิริเพลส ดอนเมือง แม้เป็นโครงการระดับล่าง แต่ยังลงทุนได้ หากทำเลเหมาะ ใกล้มหาวิทยาลัย หรือเดินทางสะดวก ก็ยังเป็นจุดที่น่าสนใจ

โครงการใหม่ใน Community จตุโชติ มีพื้นที่รวม 185 ไร่ เปิดพร้อมกัน 2 โครงการ คือ
◾ สราญสิริ จตุโชติ บ้านเดี่ยวสไตล์ Urban Farmhouse ราคา 8–15 ล้านบาท ถือเป็นการกลับมาของแบรนด์ “สราญสิริ” ในทำเลนี้หลังจากห่างหายไปกว่า 19 ปี พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำยาวถึง 30 เมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นและขยายครอบครัว
◾บุราสิริ จตุโชติ บ้านเดี่ยวบรรยากาศรีสอร์ท New England Colonial ราคา 15–30 ล้านบาท เป็นโครงการภายใต้ชื่อ บุราสิริ ที่กลับมาเปิดตัวอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างแสนสิริและ “มิตซุย ฟูโดซัง” จากญี่ปุ่น
ทั้งสองโครงการได้รับการตอบรับดีเกินเป้าหมาย ยอดจองทะลุเป้าในช่วงเปิดขายเดือนที่ผ่านมา
 


“บุราสิริ” และ “สราญสิริ จตุโชติ” ถือเป็นสองโครงการไฮไลท์ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี สะท้อนพลังของแบรนด์แสนสิริที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดแนวราบ และความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั้งกลุ่ม Real Demand และ Investor

สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ภายใน 10 เดือน แสนสิริมียอดขายรวมกว่า 16,000 ล้านบาท Sold Out ไปแล้ว 12 โครงการ รวมมูลค่า 18,600 ล้านบาท และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 8 โครงการ คาดว่าจะครบเกือบ 20 โครงการภายในสิ้นปี


ด้วยพอร์ตโครงการแนวราบกว่า 30 โครงการ รวมมูลค่า 65,000 ล้านบาท แสนสิริยังครองความเป็น เบอร์หนึ่งของกรุงเทพเหนือ และยังคงขยายโมเดลคอมมูนิตี้คุณภาพไปยังทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ตั้งแต่รามอินทรา กรุงเทพกรีฑา จนถึงภูเก็ต