พลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคไทย ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ และปี 2568 ก็เป็นอีกปีที่ตลาดค้าปลีกไทยแสดงศักยภาพให้เห็นชัดว่า ยังเติบโตและน่าจับตามองในสายตานักลงทุนทั่วโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ค้าปลีกรวมกว่า 8.3 ล้านตารางเมตร นับเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าค้าปลีกไม่เพียงเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต” ที่เชื่อมโยงคน เมือง และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดค้าปลีกไทยได้ปรับตัวจาก “เศรษฐกิจแห่งสินค้า” สู่ “เศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ (Experience Economy)” ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก การช้อปปิ้งไม่ได้เป็นเพียงการจับจ่าย แต่กลายเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ด้านอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มอง “เวลา” เป็นสิ่งมีค่า และต้องการใช้ชีวิตในพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบายครบทุกมิติ

ไทย: ศูนย์กลางการช้อปปิ้งแห่งอาเซียน 

ผู้พัฒนาอย่าง Central Pattana (CPN) ยังคงเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการบริหารศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์กว่า 58 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 2.3 ล้านตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Retail-Led Mixed-use Development” ที่ผสานพื้นที่ช้อปปิ้ง ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำงานไว้ด้วยกัน กลายเป็นโมเดลใหม่ของศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมคนเมืองยุคปัจจุบันได้อย่างครบวงจร

ขณะเดียวกัน SIAMPIWAT ก็เป็นตัวอย่างของการยกระดับศูนย์การค้าให้เป็น Global Destination ที่มีบทบาทในเชิงวัฒนธรรมมากกว่าการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็น สยามพารากอนหรือ ไอคอนสยาม ต่างเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 100 ล้านคนต่อปี ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และเทศกาลระดับนานาชาติ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองไปพร้อมกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์เอเชีย 

อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญอย่าง Asset World Corporation (AWC) ก็เดินหน้ากลยุทธ์ “Retail-tainment” ที่เน้นการผสานประสบการณ์และความบันเทิงเข้าด้วยกัน เช่นโครงการ “Jurassic World: The Experience” ที่เอเชียทีค ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว และได้รับรางวัล “Mall of the Year Thailand” มาครอง

ค้าปลีกคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจเมือง

หากมองในภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ค้าปลีกคือหนึ่งในภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของประเทศ ด้วยพื้นที่กว่า 8.3 ล้านตารางเมตร ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เทียบเท่ากับภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่เติบโตต่อเนื่องในพื้นที่ EEC ในขณะเดียวกัน ศูนย์การค้าก็ยังคงเป็น “จุดเชื่อมต่อของผู้คน” ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ตั้งแต่การสร้างงาน การกระตุ้นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไปจนถึงการเป็นเวทีของแบรนด์ไทยรุ่นใหม่ที่ต้องการเติบโต

ปรากฏการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดค้าปลีกไทยไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังขยายบทบาทไปสู่การเป็น “พื้นที่แห่งประสบการณ์” ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองในเชิงคุณภาพ ทั้งในด้านการสร้างงาน การกระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงการส่งเสริมแบรนด์ไทยรุ่นใหม่ให้เติบโตในตลาดโลก

แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่ประเทศไทยยังคงรักษาความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนและแบรนด์ระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่ปรับตัวเร็ว พัฒนาคุณภาพพื้นที่ และสร้างคุณค่าทางประสบการณ์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ค้าปลีกไทยยังคงเป็น “ตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน” และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

ตลาดค้าปลีกไทยในวันนี้จึงไม่เพียงสะท้อนพลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความพร้อมของโครงสร้างเศรษฐกิจเมือง ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการ และศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทั้งหมดนี้รวมกันคือ “จุดแข็งของไทย” ที่ทำให้เรายังคงเป็นประเทศที่ “มีพลังการใช้จ่าย มีศักยภาพ และมีเสน่ห์ในสายตาโลก”

 

อ้างอิง

  • Bangkok Overall Figures Q2 2025 -   https://www.cbre.com/insights/figures/bangkok-overall-figures-q2-2025
  • Commercial Real Estate Market In Thailand : https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/commercial-real-estate-market-in-thailand
  • Thailand Commercial Real Estate Market - https://www.kenresearch.com/thailand-commercial-real-estate-market
  • Thailand MarketBeat Reports -  https://www.cushmanwakefield.com/en/thailand/insights/thailand-marketbeat
  • https://www.centralpattana.co.th/en/investor-relations/assets-under-central-pattana/retail-properties