นายพีรพงษ์ พีระโชติวัฒน์ (Mr. Peerapong Peerachotiwatra) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมพัฒนาและให้สัมภาษณ์ถึงการกำหนดเป้าหมายใหม่ ให้ที่นี่ก้าวไกลกว่าการเป็นที่อยู่อาศัย แต่ยกระดับสู่ “ชุมชนสุขภาพดี” ที่เติมเต็มคุณภาพชีวิตในทุกช่วงวัย Jin Wellbeing County เป็นโครงการ Low Rise สูง 7 ชั้น ก่อสร้างเสร็จในปี 2018 ก่อนโควิด-19 เพียง 1 ปี ส่งผลให้โครงการเงียบไประยะหนึ่ง (ในขณะที่ โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา เปิดดำเนินการในปี 2020) อย่างไรก็ตาม โครงการสามารถปกป้องผู้อยู่อาศัยได้อย่างรอบด้าน จนไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว ภายหลังเมื่อสังคมก้าวสู่ New Normal ความต้องการที่อยู่อาศัยยังไม่แน่นอน ทีมงานจึงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับกระแสในช่วงนั้น และเมื่อสถานการณ์เริ่มนิ่งหลังโควิด ทีมงานก็กลับมาทบทวนกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง มุ่งดึงจุดแข็งของโครงการ ตีความกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมประเมินศักยภาพของสินค้าว่ายังตอบโจทย์หรือไม่


ผลการวิเคราะห์ชี้ชัดว่า สิ่งที่ Jin Wellbeing County มีอยู่แล้ว ตอบรับกับกระแส Wellness ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว โครงการแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังมาพร้อม Wellness Center และ Health Care Center ที่พัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน โดยทีมงานธนบุรีบูรณายังคงบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับ mega trend ด้านสุขภาพได้เต็มศักยภาพ

ในปัจจุบัน โครงการพัฒนาโดย บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด ในเครือบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ซึ่งล่าสุด กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ 49.99% ภายหลังการเพิ่มทุน 5,000 ล้านบาทเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สถานะทางการเงินของ THG แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Thonburi Healthcare Group ประกอบด้วย โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง และบริษัทธนบุรี เวลบีอิ้ง ผู้บริหารโครงการ Jin Wellbeing County รวมถึงธุรกิจการแพทย์ในเมียนมา ผลิตภัณฑ์ Medical Supply และ Supplement โดยเฉพาะด้านทันตกรรม ตลอดจนการบริหารโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์หัวใจธนบุรีเสริมรัฐ รวมถึงโครงการ Thonburi Health Village ใกล้มหาวิทยาลัยบางมด และ Jin Wellbeing County

ที่ผ่านมากลุ่มรามฯ ถือหุ้นในสัดส่วนราว 24% กระทั่งปีนี้ได้เข้าลงทุนเพิ่มโดยวิธี PP และ OR จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้โครงการได้รับงบประมาณเพียงพอในการบริหารงานต่อเนื่อง และยังคงรักษาผลการดำเนินงานได้ดี

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ Jin Wellbeing County เป็นบริษัทลูกของ THG โดยมีรามฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่เครือญาติของหมอบุญไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการบริหารโครงการนี้
ด้านรูปแบบธุรกิจไม่ได้ปรับเปลี่ยนมากนัก เนื่องจากถูกออกแบบมาอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น แม้จะมาก่อนกาล แต่เวลานี้ถือว่าเป็น “ช่วงเวลาที่ใช่” ที่แนวคิดและผลิตภัณฑ์ของโครงการสอดคล้องกับเทรนด์อย่างแท้จริง มาตรฐานและดีไซน์ก็ถูกวางรากฐานไว้พร้อมแล้วตั้งแต่วันแรก



จากจำนวนยูนิตทั้งหมด 494 ยูนิต มียอดขายแล้ว 60% หรือราว 200 ยูนิต โดยมีผู้อยู่อาศัยจริง 30–35% หรือประมาณ 100 ยูนิต ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือผู้ที่อยู่ต่างประเทศและวางแผนกลับมาอยู่หลังเกษียณ

ผู้พักอาศัยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือนักศึกษาและคนทำงาน คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้อยู่อาศัย ส่วนอีกครึ่งคือกลุ่มผู้เกษียณที่ส่วนใหญ่มีฐานะมั่นคง มักซื้อด้วยเงินสด และใช้ชีวิตแบบสองที่อยู่อาศัย—วันธรรมดาอยู่ที่โครงการเพื่อเข้าร่วม community และกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนวันหยุดกลับไปหาครอบครัว ทั้งนี้เมื่อ 2 ปีก่อน โครงการเพิ่งเปิดให้กู้ธนาคารได้

ราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 125,000 บาท/ตร.ม.
- ห้องเล็ก 43–46 ตร.ม. ราคา 4.59 ล้านบาท และมี Special Unit เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท*
- ห้องใหญ่ 60 ตร.ม. ราคา 7.59 ล้านบาท และมี Special Unit เริ่มต้น 6.59 ล้านบาท*
มีทั้งแบบ Fully Furnish และ Fully Fitted ค่าบริการส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม. โดยตั้งเป้าปิดการขาย 20 ยูนิตภายในสิ้นปี และปิดเฟสแรกทั้งหมดภายในปี 2026

ลูกบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าสามารถใช้บริการ Thonburi Property Management ซึ่งจะหาผู้เช่าให้ ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานทั้งไทยและต่างชาติ โดยสัญญาเช่ามีลักษณะรายปีเท่านั้น
เดิมทีโครงการสื่อสารว่าเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย แต่ผลการวิจัยพบว่า ผู้ซื้อไม่ได้มองตนเองว่า “แก่” หากแต่ต้องการที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อสุขภาพ จึงหันมาสื่อสารในมิติใหม่ ชูจุดแข็งเรื่องการสร้างชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ ผ่าน community และ universal design ที่รองรับทุกวัย ทั้งทางลาด ลิฟต์ปกติและ bed lift ระบบ Emergency Call ที่เชื่อมตรงกับทีมแพทย์ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ป่วยภายใน 4 นาที และเชื่อมส่งต่อโรงพยาบาลใกล้เคียงได้ทันที ที่นี่ได้รับการจดทะเบียนเป็นโรงพยาบาลผู้สูงวัย 55 เตียง (ธนบุรีบูรณา) ดูแลได้ครบถ้วน ยกเว้นการผ่าตัดใหญ่

ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ยังเป็น Senior Active มีสุขภาพแข็งแรง มีเพียงไม่ถึง 3% ที่ต้องใช้รถเข็นหรือพึ่งพาผู้ดูแล กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มทำงานอยู่ช่วงอายุ 40–45 ปี ลูกค้ารายแรกของโครงการคือ นักศึกษาที่ผู้ปกครองซื้อห้องไว้ให้เพราะชื่นชอบความสงบและสิ่งแวดล้อมของโครงการ โดยที่นี่มีอาคาร Wellness ครบครัน ทั้งสปา ห้องประชุม 100 ที่นั่ง และห้องอาหารรองรับ 70–80 ที่นั่ง ให้บริการทั้งบุฟเฟต์และอาหารตามสั่ง
.
พื้นที่โครงการรวม 142 ไร่ ตั้งแต่ถนนวิภาวดีถึงแนวรถไฟ โดยแบ่งเป็นหลายเฟส อาทิ ที่ดิน 20 ไร่ติดถนนวางแผนพัฒนาโรงพยาบาลธนบุรี รังสิต (อยู่ระหว่างชะลอการพัฒนา) แปลงถัดมา 20 ไร่คือส่วนที่พัฒนาแล้วในวันนี้ ขณะที่แปลงอื่นเตรียมต่อยอดเป็นคอนโดมิเนียมสำหรับครอบครัว และบ้านเดี่ยว เพื่อสร้าง ecosystem ที่เกื้อหนุนกันในระยะยาว

ด้วยที่ตั้งบนเส้นวิภาวดีซึ่งถือเป็น Golden Ring ระหว่างรังสิตถึงธรรมศาสตร์ ทำให้โครงการนี้มีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง ทั้งนี้ THG มุ่งปิดการขายเฟสแรกให้หมดก่อน เพื่อสร้าง community ที่เข้มแข็ง ก่อนต่อยอดไปยังเฟสถัดไป โดยใช้งบลงทุนเฟสแรกกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุน 100% ของ THG ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม ศูนย์สุขภาพ และ Wellness Center

สรุปได้ว่า Jin Wellbeing County ในวันนี้ไม่ใช่เพียงบ้านพักผู้สูงวัย แต่คือ Wellness Residence ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ครบด้วยมาตรฐานคุณภาพ กิจกรรม และระบบดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์ชีวิตสมดุล พร้อมมอบความอุ่นใจและคุณค่าเหนือราคา