ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2568: อัปเดตล่าสุดที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2568 ถือเป็นภาษีท้องถิ่นที่เจ้าของทรัพย์สินต้องชำระเป็นรายปี โดยภาษีนี้มีผลกับผู้ที่ครอบครองที่ดิน บ้าน อาคาร หรือคอนโด ณ วันที่ 1 มกราคมของทุกปี ในปี 2568 มีรายละเอียดและอัตราภาษีที่ปรับเปลี่ยนจากปีที่ผ่านมาบางส่วน ซึ่งผู้ถือครองทรัพย์สินควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ภาษีที่ดินคืออะไร และใครต้องเสียภาษีบ้าง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเรียกเก็บจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินนั้น ๆ หากมีชื่อหลายคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันในการชำระภาษีตามส่วนที่ครอบครอง

ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตมีการระบุชัดเจนว่า “ผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครอง หรือทำาประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของรัฐ โดยจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือเป็นนิติบุคคลก็ได้ถ้าใครเป็นเจ้าของหรือครอบครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ในวันที่ 1 ม.ค. ของปีไหน ก็ให้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้นไป

ถ้าเจ้าของที่ดินและเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้นเป็นคนละคนกัน ก็ให้เจ้าของที่ดิน เสียภาษีเฉพาะส่วนของมูลค่าที่ดิน ส่วนเจ้าของสิ่งปลูกสร้างก็เสียภาษีเฉพาะส่วนของมูลค่า สิ่งปลูกสร้าง”

โดยเราแนะนำว่าควรมีการติดตามอัปเดตของกฎหมายต่างๆ สำหรับการเสียภาษี เพื่อความชัดเจนมากที่สุด

 

การแบ่งประเภทการใช้ประโยชน์

ภาษีจะถูกกำหนดตามประเภทการใช้ทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

ที่อยู่อาศัย – เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด ที่ใช้เป็นที่อยู่หลักหรือรอง

เกษตรกรรม – เช่น ที่ดินทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์

อื่นๆ – พาณิชยกรรม อสังหาฯ ที่ใช้เพื่อสร้างรายได้ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า ห้องเช่า 

ที่รกร้างว่างเปล่า – ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

 

อัตราภาษีที่ใช้ในปี 2568

ในปี 2568 อัตราภาษีขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินและลักษณะการใช้งาน สำหรับทรัพย์สินเพื่ออยู่อาศัย หากเป็นบ้านหลังแรกและมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี หากมูลค่าเกินกว่านี้จะเริ่มมีการจัดเก็บในอัตราต่ำสุดที่ประมาณ 0.02% และปรับเพิ่มขึ้นตามมูลค่า

คอนโดมิเนียมที่ถือครองเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว จะได้รับยกเว้นหากมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังที่สองขึ้นไป จะเริ่มเสียภาษีตั้งแต่มูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาทเช่นกัน แต่อัตราภาษีจะสูงกว่าหลังแรก

ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรม จะเสียภาษีในอัตราเริ่มต้นที่สูงกว่าที่อยู่อาศัย โดยเริ่มประมาณ 0.3% และอาจสูงขึ้นหากมูลค่าเกินหลักร้อยล้านบาท

ที่ดินรกร้างที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ 3 ปี โดยสูงสุดไม่เกิน 3% ของมูลค่า

ในกรณีการชำระภาษีอาจมีความแตกต่างกันในส่วนของบุคคลทั่วไป และนิติบุคคล ควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม ตามประกาศของทางกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด

 

วิธีคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย

การคำนวณภาษีสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยสูตร

มูลค่าทรัพย์สิน × อัตราภาษีตามประเภท

เช่น หากคุณมีบ้านพักอาศัยที่มีมูลค่ารวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 6 ล้านบาท และถือเป็นหลังเดียว อัตราภาษีคือ 0.02% จะเสียภาษีปีละ 1,200 บาท

กรณีที่ดินพาณิชย์มูลค่า 20 ล้านบาท จะเสียภาษีประมาณ 60,000 บาทต่อปี (อัตรา 0.3%) นั่นเอง

 

ระยะเวลาในการยื่นและชำระภาษี

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดส่งหนังสือประเมินภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้เสียภาษีต้องชำระภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 หรือตามระยะเวลาที่มีการกำหนดเพิ่มเติม หากไม่สามารถชำระเต็มจำนวนภายในกำหนด อาจขอแบ่งชำระได้ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท้องถิ่น)

สำหรับปี 2568 ในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม อาจมีการขยายเวลาชำระภาษีถึงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม

ถ้าไม่ชำระจะเกิดอะไรขึ้น?

หากไม่ชำระภาษีตามกำหนด จะถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับและดอกเบี้ย โดยอาจมีเบี้ยปรับตั้งแต่ 10% ถึง 40% ของยอดภาษี และมีดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1% ต่อเดือน หากละเลยต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการทางกฎหมาย หรืออายัดทรัพย์เพื่อชำระภาษีได้

 

สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ควรทราบ

เจ้าของทรัพย์สินบางรายอาจมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อน เช่น

  • บ้านหลังเดียวมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท (หรือคอนโดไม่เกิน 10 ล้านบาท)
  • ทรัพย์สินที่ได้มาจากมรดกก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562 ได้ลดภาษีถึง 90%
  • โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา เช่น โครงการหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโด ยังไม่เปิดขาย ได้ลดภาษีสูงสุด 90% ภายในระยะเวลา 3 ปี
  • ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น โรงเรียน วัด สถานพยาบาลบางประเภท อาจได้รับยกเว้น

สรุป

การเตรียมตัวเรื่องภาษีที่ดินในปี 2568 ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน อาคาร หรือที่ดินที่อาจต้องรับผิดชอบมากกว่าที่คิด ตรวจสอบทรัพย์สินของคุณให้ชัดเจนว่าเข้าข่ายใด และวางแผนชำระภาษีให้ทัน เพื่อเลี่ยงปัญหาค่าปรับในอนาคต

คุณสามารถดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงพื้นที่ที่น่าสนใจพร้อมกับการวิเคราะห์โครงการเชิงลึกได้ที่ Brickpaths.com